ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ให้การขัดแย้งกัน ไม่ฟ้องคดีบอส อยู่วิทยา

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ส.ค. 2563 05:33 น.
    SHARE

    หลายฝ่ายเห็นพ้องหากดุล-พินิจไม่ชอบ-รื้อคดีได้ สอดรับกับ “บิ๊กตู่” ชี้ช่องต้องทำคดีนี้ให้ถูกต้องและถูกใจประชาชน ขณะที่ “เนตร นาคสุข-อรรถพล ใหญ่สว่าง” ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯชุดนายกฯ สั่งตั้งถูกซักเกือบ 5 ชม. ทั้งคู่เห็นแย้งกัน“เนตร” ยืนยันมีอำนาจเต็ม- “อรรถพล” ชี้ดุลพินิจไม่ชอบ จ่อเรียก พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นวท. (สบ 4) มาซักถามข้อมูล “สิระ” ห่วงตำรวจนักวิทยาศาสตร์ผู้เกี่ยวข้องข้อมูลความเร็วรถ ต้องคุ้มครองฐานะพยานคดี “บิ๊กแป๊ะ” ส่งเรื่องให้ตำรวจ สน.ทองหล่อ ดำเนินการต่อเรื่องเสพโคเคน3

    ยังเป็นที่เคลือบแคลงใจต่อสังคม สำหรับการใช้ดุลพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีคำสั่งไม่ฟ้องและไม่มีความเห็นแย้งในคดีบอส-วรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ขณะขี่รถ จยย.เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท เหตุเกิดวันที่ 3 ก.ย.55 ต่อมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ-อัยการ ตั้งชุดทำงานขึ้นมาตรวจสอบความถูกต้อง รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบชุดต่างๆ เริ่มทยอยแถลงผลตรวจสอบเรื่องนี้ให้สังคมรับทราบบางส่วน โดยเฉพาะคณะกรรมการตรวจสอบของ ตร. ชี้มีตำรวจเกี่ยวข้องกว่า 10 นายต้องรับผิดชอบ

    “เนตร-อรรถพล” เข้าให้ข้อมูล

    ที่สำนักงานกฤษฎีกา เวลา 13.30 น. วันที่ 14 ส.ค. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้ง เชิญนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ที่เพิ่งยื่นหนังสือลาออกไปเมื่อต้นสัปดาห์ พร้อมนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) และอดีตอัยการสูงสุด (อสส.) เข้าให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีบอส-วรยุทธ ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 55 ทั้งนี้ นายเนตรเดินทางมาถึง
    ก่อนเวลา แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าว

    อดีต อสส.มีความเห็นไปแล้ว

    ขณะที่นายอรรถพลให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า ได้รับหนังสือเชิญเมื่อวันที่ 13 ส.ค. คงให้มาชี้แจงเรื่องความเห็นที่เสนอกับอัยการสูงสุด ส่วนกรรมการจะสอบถามอะไรบ้าง ยังไม่ทราบรายละเอียด เพิ่งได้รับเชิญเป็นครั้งแรก ที่คณะกรรมาธิการของสภาไม่เรียกคงเพราะไม่เกี่ยวข้องในคดี แต่ชุดของนายวิชา คงมองเรื่องระบบกับกรณีการทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด ประชาชนอาจจะเข้าใจว่าขัดแย้ง จริงๆไม่ได้ขัดแย้ง คุยกันลงตัว เพียงแต่เป็นความเห็นเพิ่มเติมจากการได้เอกสารจากผู้หวังดี ที่ส่งมาเมื่อวันที่ 4 ส.ค. เป็นเอกสารที่ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด เคยมีความเห็นยุติการพิจารณาร้องขอความเป็นธรรมคดีนี้แล้วและมีการพูดถึงรศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม เลยทำหนังสือถามอัยการสูงสุดว่าได้ดูเอกสารนี้หรือไม่ ถ้าอัยการสูงสุดเคยมีความเห็นแล้ว การจะสั่งอะไรต่อไปน่าจะเป็นกรณีที่รองอัยการสูงสุดต้องเสนออัยการสูงสุดก่อน ยกตัวอย่างง่ายๆถ้านายวงศ์สกุลสั่งอะไรไปแล้ว อีกสัปดาห์รองอัยการสูงสุดมาสั่งทับ แบบนี้จะถูกต้องหรือไม่

    เรียก “ธนสิทธิ์” สัปดาห์หน้า

    นายวิชา มหาคุณ เปิดเผยก่อนการประชุมว่าวันนี้เชิญทั้งนายอรรถพลและนายเนตรเข้าให้ข้อมูล เพื่อสอบถามและทบทวนที่ทั้งสองท่านเคยให้ถ้อยคำไว้ เผื่อจะมีอะไรเพิ่มเติมให้กับคณะกรรมการ เพื่อความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขณะนี้การทำงานของคณะกรรมการมีความคืบหน้าไปพอสมควร นายกรัฐมนตรีมีความพอใจในระดับหนึ่งส่วนจะเรียกใครมาให้ข้อมูลเพิ่มต้องรอความชัดเจนในการประชุมในครั้งนี้ก่อน สำหรับกรณี พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นวท. (สบ 4) กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นตำรวจที่ให้ความเห็นเรื่องความเร็วรถของนายวรยุทธ วัดได้ 177 กม./ชม. ก่อนกลับคำให้การเป็น 79.22 กม./ชม. นายวิชากล่าวว่ารับทราบแล้ว มีผู้ส่งคลิปวิดีโอมาให้ดู เตรียมเรียก พ.ต.อ.ธนสิทธิ์มาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการในสัปดาห์หน้า ส่วนเรื่องการขอคุ้มครองพยาน ขณะนี้เจ้าตัวยังไม่ได้ร้องขอแต่อย่างใด

    “อรรถพล” ยันใช้ดุลพินิจไม่ชอบ

    ภายหลังนายเนตร นาคสุข และนายอรรถพล ใหญ่สว่าง เข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน นานเกือบ 5 ชม. นายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานคณะกรรมการแถลงว่านายอรรถพลยืนยันในความคิดเห็นกรณีที่ได้รับเอกสารจากผู้หวังดีว่า ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด เคยมีความเห็นยุติการพิจารณาร้องขอความเป็นธรรมคดีนี้แล้ว จุดสำคัญเรื่องนี้ นายอรรถพลเห็นว่านายเนตรได้หยิบยกเรื่องร้องขอความเป็นธรรมมาพิจารณาอีกครั้ง ทั้งๆที่ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ได้สั่งยุติเรื่องไปแล้ว โดยขณะนั้นได้ฟ้องคดีไปตามคำสั่งฟ้องของอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ จะหยิบมาพิจารณาอีกไม่ได้หรือจะหยิบมาพิจารณาได้ก็ต้องให้อัยการสูงสุดคนปัจจุบันต้องรับทราบด้วย เพราะหากสั่งไปแล้วโดยที่ไม่พิจารณาโดยรอบคอบ ถือว่าเป็นการสั่งฟ้องคดีโดยไม่ชอบ นายอรรถพลแจ้งว่าขอให้รอติดตามผลพิจารณาของคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ที่จะมีการแถลงในวันที่ 18 ส.ค.ทราบว่าเป็นการพิจารณาเรื่องดุลพินิจ ซึ่ง ก.อ.จะชี้เรื่องวินัย และพิจารณาเรื่องความผิดหรือไม่ผิดของข้าราชการอัยการ

    ชี้ยังไม่ใช่รอง อสส.โดยสมบูรณ์

    นายวิชากล่าวต่อด้วยว่า นายอรรถพลแจ้งเรื่องนี้ให้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดรับทราบแล้ว แต่นายวงศ์สกุลนิ่งเฉยไม่ตอบว่าจะเอาอย่างไร ที่ประชุม ก.อ.จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบการใช้ดุลพินิจดังกล่าว ความเห็นของนายอรรรพลตรงกับความเห็นของนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด บอกว่าเรื่องนี้ไม่มีกฎหมายระบุการร้องขอความเป็นธรรม ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจอย่างนายเนตรที่ได้รับมอบจากอัยการสูงสุดให้ปฏิบัติหน้าที่ และนายเนตรก็ยังไม่ได้เป็นรองอัยการสูงสุดโดยสมบูรณ์ เพราะยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ กล่าวคือสั่งการไปในฐานะอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง ทำหน้าที่รักษาราชการตำแหน่งรองอัยการสูงสุด และปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด เรื่องนี้มีประเด็นปัญหาที่น่าคิดอีกมากและเป็นข้อกฎหมายที่จะนำไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ด้วย

    “เนตร”ยืนยันมีอำนาจสมบูรณ์

    “ขณะที่นายเนตร ชี้แจงว่าไม่ได้ดูรายละเอียดสำนวนคดีนี้ตั้งแต่แรก เป็นการสั่งตามที่ทนายความร้องขอความเป็นธรรมและสำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุดเป็นคนตั้งเรื่องส่งมาให้พิจารณา ได้มาดูสำนวน จริงๆก็ภายหลังที่ตำรวจได้สอบปากคำประกอบสำนวนมาให้แล้ว นายเนตรยืนยันว่าสั่งคดีโดยถูกต้องและไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของนายอรรถพล ยืนยันทำถูกต้องทุกอย่างเพราะสั่งโดยมีอำนาจจะร้องขอความเป็นธรรมกี่ครั้ง นายเนตรเห็นว่าทำได้ตลอด หมายความว่าการสั่งนี้ไม่ถือเป็นการลบล้างคำสั่งของอดีตอัยการสูงสุด เพราะเป็นการสั่งเกี่ยวกับเรื่องร้องขอความเป็นธรรม ไม่เกี่ยวกับเรื่องสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องในสำนวน ผมถามท่านเนตรว่า รายงานอัยการสูงสุดทราบหรือไม่ ท่านบอกว่าไม่จำเป็นและไม่จำเป็นต้องรายงานเพราะมีอำนาจโดยสมบูรณ์ ส่วนจะเข้าใจถูกหรือผิด ผมไม่รู้และเป็นเรื่องที่ ก.อ.จะต้องพิจารณาต่อไป” นายวิชากล่าว

    ตรวจสอบสำนวนบกพร่องหรือไม่

    ทั้งนี้ นายวิชาให้ข้อมูลด้วยว่า ในวันจันทร์ 17 ส.ค. คณะทำงานชุดตรวจสอบตำรวจ โดยพล.อ.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม จะเชิญคณะทำงานของพล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. มาให้ข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พร้อมเชิญ พ.ต.อ.ธนสิทธ์ิ แตงจั่น นวท. (สบ 4) มาให้ข้อมูลด้วย ในฐานะที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์เป็นพยานปากสำคัญ ที่จะต้องได้รับความดูแลให้เป็นอย่างดีและจะต้องมาให้ถ้อยคำด้วย ส่วนคณะทำงานชุดใหญ่จะประชุมกันอีกครั้งในวันอังคารที่ 18 ส.ค. เวลา 13.30 น. ส่วนคณะทำงานตรวจสอบบุคคลทั่วไป ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเรื่องความเร็วรถและโคเคน ซึ่งต้องนำมาประกอบการพิจารณาว่า มีการทำสำนวนบกพร่องจริงหรือไม่

    “บิ๊กตู่” สั่งต้องทำให้ถูกใจประชาชน

    “นายกรัฐมนตรีสั่งการให้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบให้ถูกใจประชาชนที่สุดคือ จะต้องเอาคดีบอส-วรยุทธไปถึงศาลให้ได้ นี่คือเป้าหมายจริงๆ คดีต้องไม่ยุติอยู่แค่นี้และจะต้องไปให้ถึงศาล เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไปว่าความยุติธรรมยังคงอยู่ ต้องยอมรับว่าตำรวจและอัยการไม่เหมือนศาล เพราะศาลมีกฎหมายที่เขียนไว้ชัดเจนคือ ป.วิ.แพ่ง ม. 27 ถ้าหากทำอะไรผิด ผู้พิพากษาสามารถจะเพิกถอนได้ตลอดเวลา ผมเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาก็เคยสั่งผิด แต่วันรุ่งขึ้นก็สั่งใหม่ ไม่ถือว่าเป็นความผิดเลยและยังถือว่าเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญเพียงพอที่จะแก้ไขอะไรได้ด้วยตัวเอง ส่วนคดีนี้เกี่ยวข้องกับตำรวจและอัยการ เกี่ยวข้องกับการใช้ดุลพินิจ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ไม่สามารถชี้ได้ว่าใครถูกใครผิด แต่เรื่องนี้มีแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่แล้ว ดังนั้นในเมื่อเราคณะกรรมการชุดที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบ จึงต้องบูรณาการถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก” นายวิชากล่าวในท้ายสุด

    อาจมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยว

    ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ กล่าวว่าหลังจากคณะ กมธ.ได้เชิญตำรวจ-อัยการมาชี้แจงคดีสำนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องบอส-วรยุทธ พบการชี้แจงของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นวท. (สบ 4) พูดในที่ประชุมกลับไปกลับมา ตั้งแต่ระบุว่ามีผู้บังคับบัญชาบางคนแนะนำตัว รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักวิชาการวิศวกรรมเครื่องกลสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ผู้คํานวณความความเร็วรถยนต์ของวรยุทธก่อนชนได้ไม่เกิน 80 กม./ชม. การชี้แจง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์มีข้อพิรุธทำให้น่าสงสัยว่ามีผลประโยชน์อะไรหรือไม่ ถูกผู้บังคับบัญชาบางคนบังคับอะไรหรือไม่ เพราะผลจากการให้การของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์เรื่องความเร็วรถนั้น ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางคดี

    คุยส่วนตัวบอกถูกบังคับแต่ไม่แฉ

    “ก่อนที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์จะเข้ามาชี้แจงได้พูดคุยกับผมเป็นการส่วนตัวว่า เมื่อมาชี้แจงจะพูดว่าโดนใครบังคับให้ทำ แต่พอมาชี้แจงบอกเพียงว่ามีผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งพา รศ.ดร.สายประสิทธิ์มาหา รวมทั้งพบความผิดปกติหลายอย่าง อาทิ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ขณะที่พนักงานสอบสวนก็น่าจะบกพร่องต่อหน้าที่เช่นกัน ผมเป็นห่วง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์อาจมีอันตรายเหมือนกับพยานในคดีที่อยู่ใน จ.เชียงใหม่หรือไม่ อยากเรียกร้องให้ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ รีบเปิดเผยข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.ก็ควรให้ความคุ้มครองพยานรายนี้ด้วย” นายสิระกล่าว

    ปฏิรูปยุติธรรมไม่เลือกรวย-จน

    นายสิระกล่าวต่ออีกว่า เตรียมเชิญ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี อดีต ผกก. (สอบสวน) สน.ทองหล่อ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ นักวิชาการที่คำนวณความเร็ว พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร หนึ่งในพยานที่ให้การในประเด็นความเร็วรถ รวมทั้งนายธานี อ่อนละเอียด อดีต กมธ.กฎหมายฯ สมัย สนช. มาชี้แจงด้วย โดยเฉพาะนายธานี หากยังไม่มาจะออกคำสั่งเรียกนายธานี ในฐานะเคยเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ ควรให้เกียรติฝ่ายนิติบัญญัติเดินทางมาชี้แจงด้วย ส่วน บอส-วรยุทธ แม้ทนายความจะอ้างว่าถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางแล้ว แม้ไม่อยู่ในประเทศไทยเมื่อยังเป็นคนไทย ไม่ว่าจะรวยหรือจนก็ต้องมารับโทษ ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้แม่น้ำ 3 สาย 1.คณะทำงานชุดที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน 2.ฝ่ายตำรวจ 3.อัยการ เราจะเชิญมาให้ข้อมูล กมธ.กฎหมายเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ไม่เลือกรวยหรือจน ต้องได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน

    ส่งผลสอบให้นายกฯ-ปธ.สภาฯ

    นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษก กมธ.ตำรวจ สภาฯ กล่าวว่า คณะ กมธ.จะส่งรายงานผลการพิจารณาตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรณีพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี บอส-วรยุทธ ไปยังประธานสภาฯ พร้อมทั้งนำเสนอถึงนายกฯและนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

    ไม่นับเวลาหนีรวมในอายุความ

    นายณัฏฐ์ชนน กล่าวถึงกรณีไม่สามารถติดตามตัว บอส-วรยุทธ มาดำเนินคดี เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีจนคดีขาดอายุความในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุเฉี่ยวชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหาย ข้อหาขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหายไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานในทันทีและขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด อาจเป็นช่องทางในการประวิงคดีหรือดำเนินคดีล่าช้าจนขาดอายุความ ถือเป็นช่องว่างทางกฎหมายในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ กมธ.เห็นว่าไม่ควรนับระยะเวลาที่ผู้ต้องหาหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และควรกำหนดให้ศาลพิจารณาคดีโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย

    เจ้าของคดีบกพร่องต้องโดน ม.157

    นายณัฏฐ์ชนนระบุอีกว่า สำหรับการตรวจพบสารแปลกปลอมในเลือดของผู้ต้องหา อาจเกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ คณะ กมธ.มีความเห็นว่าพนักงานอัยการควรสั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาเพิ่มเติมในข้อหายาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 การดำเนินคดีเพิ่ม ไม่ถือว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดี อันจะนำไปสู่การสอบสวนในคดีดังกล่าวอีกครั้งและหากปรากฏข้อเท็จจริงการไม่แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับผู้ต้องหา เกิดจากความบกพร่องในการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนและการพิจารณาของพนักงานอัยการ ถือว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ม.157 ป.อาญา

    ถ้าดุลพินิจไม่ชอบ-รื้อคดีได้

    “ส่วนการพิสูจน์อัตราความเร็วในข้อหาขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดนั้น แม้ภายหลังจะมีผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเกี่ยวกับความเร็วแตกต่างไปจากเดิม ก็ไม่อาจถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดี ทั้งนี้หากการพิสูจน์อัตราความเร็วในการขับขี่รถยนต์ของผู้ต้องหามีหลักการคำนวณที่แตกต่างจากหลักการเดิมที่ปรากฏในสำนวนคดี อาจถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดีได้และถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้อง สอบสวนพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นความผิด ตาม ม.157 คณะ กมธ.เห็นควรให้นำคดีเข้าสู่การ พิจารณาของศาล หากศาลพิพากษาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว อาจส่งผลให้คำสั่งไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย ต้องสอบสวนและพิจารณาสั่งคดีดังกล่าว อีกครั้ง การนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดตาม ม.157 ดำเนินการได้ ดังนี้ 1.การกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยทายาทหรือญาติของผู้เสียหาย 2.การดำเนินคดีโดยรัฐ 3.การกล่าวหาต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” นาย ณัฏฐ์ชนนกล่าว

    จ่อฟัน 20 ตำรวจเอี่ยวคดี

    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า หลังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการใช้ดุลพินิจไม่แย้งคำสั่งพนักงานอัยการในคดีบอส-วรยุทธ แถลงสรุปการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปเมื่อวันที่ 13 ส.ค. และระบุว่า พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไม่บกพร่องจากกรณีลงนามไม่เห็นแย้งพนักงานอัยการ ต่อมาคณะกรรมการ ได้สรุปผลการสอบข้อเท็จจริง 3 ประเด็น มีรายละเอียดกว่า 1,400 หน้า ส่งให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พิจารณา สำหรับตำรวจที่เกี่ยวข้องในสำนวนคดีนี้มีข้อบกพร่อง 20 นาย ยศสูงสุดเป็นระดับรอง ผบช. แบ่งเป็นตำรวจชุดเดิมที่รับผิดชอบสำนวนการสอบสวนก่อนส่งให้พนักงานอัยการ 11 นาย และเป็นตำรวจเกี่ยวข้องกับสำนวนในชั้นอัยการที่มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม 9 นาย มี พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น นวท. (สบ 4) รวมอยู่ในชุดนี้ด้วย คาด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะใช้เวลาพิจารณา 7 วัน จากนั้นจะมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษทางวินัยและถ้าพบความผิดทางอาญาจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ

    ชงคดีเสพโคเคนให้ ตร.ทองหล่อ

    สำหรับกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เช่น รายงานการคำนวณความเร็วจากผู้เชี่ยวชาญมายืนยันความเร็ว ที่ 177 กม./ชม. และมีผู้เชี่ยวชาญอื่นก็ยืนยันที่ความเร็ว 126 กม./ชม. พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญแก่คดีที่สามารถพิสูจน์การกระทำความผิดของผู้ต้องหา เพื่อให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาตามกฎหมายได้ ขณะนี้ ผบ.ตร.ส่งพยานหลักฐานรายละเอียดข้อเท็จจริงไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาดำเนินการตาม ป.วิ อาญา ม.147 สำหรับการดำเนินคดีกับบอส-วรยุทธ ในข้อหาเสพโคเคนนั้น ผบ.ตร.ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินการตามขั้นตอนเช่นกัน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1บอส อยู่วิทยาคดีบอสวรยุทธ อยู่วิทยาบอส วรยุทธ อยู่วิทยาสั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยาข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 17:08 น.