ประธานคณะกรรมการอัยการ ชี้แจงกรณี "เนตร นาคสุข" ยื่นลาออก จะมีผลตามกฎหมายต่อเมื่ออัยการสูงสุดอนุญาต โดยจะพ้นตำแหน่งไปเลย และไม่สามารถลงโทษทางวินัยได้ แต่ถ้าไม่อนุญาต ก็จะเป็นอัยการอาวุโส

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.63 นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวว่า การยื่นใบลาออกของ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด จะมีผลก็ต่อเมื่อ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดอนุญาต ในทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการมาตรา 58 วรรค 3 บัญญัติให้ อัยการสูงสุดสามารถรั้งใบลาออกไว้ได้นาน 3 เดือน โดยถ้าหากอัยการสูงสุดรั้งไว้แล้วไม่อนุญาตให้ลาออก นายเนตรก็จะเป็นอัยการอาวุโสต่อไป

แต่ถ้าอัยการสูงสุดอนุญาต นายเนตร จะพ้นตำแหน่งหน้าที่ราชการไปเลย ทำให้ไม่สามารถตั้ง ก.ก.ลงโทษทางวินัยกับนายเนตรได้ (อย่างไรก็ตามการลงโทษทางวินัย ถ้าตั้งก่อนลาออกจะมีผลต่อไป แม้ตัวลาออกไปแล้ว) แต่การตั้งคณะกรรมการสอบดุลยพินิจ ยังต้องดำเนินต่อไปเพราะแม้จะลาออกพ้นไปแล้ว ก็ต้องมีหน้าที้มาให้การเพื่อให้ทราบและการสอบสวนครั้งนี้อัยการต้องชี้แจงต่อสังคมได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนนี้ท่านอรรถพล เตรียมตั้ง ก.ก.สอบดุลยพินิจ เสนอ ก.อ.พิจารณาตั้งอยู่แล้ว แต่อสส.กลับชิงตั้งก่อนเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า อสส.ไม่ฟังท่านอรรถพลหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ฟัง อสส.ก็มีเหตุผลว่า ถ้าต้องรอตั้งคณะชุดสอบฯ ก็ต้องมีขั้นตอนและต้องใช้เวลาจะทำให้ช้าจึงตั้ง ก.ก.ขึ้นมาก่อน ก็สามารถทำได้ จากที่ตรวจดูรายชื่อแล้ว ก็ตรงกันกับที่ตนตั้งใจทาบทามไว้บางส่วน แต่หากทาง ก.อ.ไม่เอา และ ก.อ.จะตั้งมาอีกชุดก็สามารถทำได้

คณะทำงานชุดที่ นายวงศ์สกุล อสส.ตั้งขึ้นก็ต้องรายงาน อสส. และ อสส.ก็เป็นรองประธาน ก.อ.โดยตำแหน่งอยู่แล้ว ก็ต้องรายงานกับ ก.อ.อยู่ดี สรุปคือมันทับๆ กันอยู่ บางที ก.อ.อาจไม่ตั้งกรรมการฯ ก็ได้เช่นตอนที่ตั้งชุดสอบมี 7 อรหันต์ กอ.ก็ไม่ตั้งก.ก.สอบข้อเท็จจริงมาซ้อน เพราะรายชื่อทับกันกับชุดสอบ 7 อรหันต์ถึง 4 ชื่อ ก.อ.จึงไม่ตั้ง


ผู้สื่อข่าวถามว่า นายเนตรลาออกเพราะเลี่ยงการถูกซักถามเรื่องการใช้ดุลยพินิจว่าสุจริตหรือไม่สุจริต ใช่หรือไม่ ประธาน ก.อ.กล่าวว่า เรื่องนี้พูดแทนนายเนตรไม่ได้ แต่ในท้ายเอกสารข่าวฉบับวันที่ 11 ส.ค.63 ก็มีรายละเอียดว่านายเนตรลาออก เพื่อให้ทุกคนสบายใจและเพื่อเป็นการแสดงสปิริต ก็ต้องรับฟังเหตุผลไปตามนั้นก่อน.