ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    มือปืนปอร์เช่ ยกกำลังถล่มบริษัทอริ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ส.ค. 2563 05:10 น.
    SHARE

    โดนเจ้าถิ่นสวนรถพังจอดสนิทงัดข้อ-หน้ากาก แก๊งขายหน้ากากอนามัย ย่านฝั่งธนฯ เปิดศึกเคลียร์ปัญหาคาใจ หลังเคยถูกคู่กรณีแจ้งจับจนธุรกิจขายหน้ากากอนามัยเสียหาย ครั้งนี้พวกที่ถูกแจ้งจับลงทุนเช่ารถหรู 3 คัน มีทั้งปอร์เช่ อัลพาร์ด และคัมรี่จากย่านซอยนานา สุขุมวิท พากลุ่มชายฉกรรจ์บุกไปหาที่บ้านคู่กรณี ย่านพุทธมณฑล สาย 2 ถอยหลังเข้าซอยเตรียมยิงถล่มข่มขู่แล้วหลบหนี กลับถูกยิงโต้ตอบจนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทิ้งรถปอร์เช่แยกย้ายกันหลบหนีและพาเพื่อนส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นตำรวจรู้ตัวหมดแล้ว

    แก๊งขายหน้ากากอนามัยย่านฝั่งธนฯเปิดศึกระดมยิงกันกลางดึก หลังฝ่ายที่เคยถูกแจ้งจับเช่ารถหรู 3 คัน ยกพวกกลุ่มชายฉกรรจ์มาเคลียร์ แต่ยังไม่ทันคุยเกิดยิงใส่กันก่อนจนมีคนเจ็บ 1 รายครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 1 ส.ค. ร.ต.อ.ธีระสาร นรินสรศักดิ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.หลักสอง รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้ปืนกระหน่ำยิงคู่อริมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดภายในซอยพุทธมณฑล สาย 2 ซอย 11 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9. พ.ต.ท.ธนะสิทธิ์ จิตติพัทธพงศ์ รอง ผกก.ป.สน.หลักสอง ตำรวจสายตรวจกับฝ่ายสืบสวน สน.หลักสอง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)

    ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 21 เปิดเป็นบริษัทซื้อขายหน้ากากอนามัย ตำรวจได้กันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบรถสปอร์ตปอร์เช่ 718 รุ่นบ็อกซ์เตอร์ สีเหลือง ทะเบียนป้ายแดง ล-7195 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ใกล้บริษัท มีรอยกระสุนปืนทั้งหมด 15 รู เป็นลูกปราย 13 รู และขนาด 9 มม. 2 รู ยิงเข้าที่กระจกบานหลังและฝากระโปรงหลังรถได้รับความเสียหาย ส่วนบนพื้นถนนพบปลอกกระสุนปืน 9 มม. 3 ปลอก และกระสุนปืนลูกซองอีก 5 หัว จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำรถปอร์เช่ไปเก็บรักษาไว้ที่ สน.หลักสอง เพื่อตรวจสอบหาผู้ครอบครอง ส่วนผู้บาดเจ็บถูกยิงที่แขนเป็นชายที่ขับรถปอร์เช่มา เพื่อนที่มาด้วยนำตัวส่งไปรักษาอาการที่ รพ.บางปะกอก 8 เบื้องต้นยังไม่ยอมให้รายละเอียด

    จากการสอบสวนนายธนกฤต สถิจชวา อายุ 44 ปี เจ้าของบ้าน ให้การอ้างว่า เมื่อเวลา 23.54 น.ของวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา มีคนรู้จักในแวดวงธุรกิจเดียวกันโทรศัพท์มาข่มขู่และขอนัดเคลียร์ปัญหากัน ผ่านไปสักครู่ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 7 คน ขับรถสปอร์ตปอร์เช่ สีเหลือง รถตู้โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด และรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ รวม 3 คัน ขับรถถอยหลังเข้ามาภายในซอย เมื่อถอยมาถึงหน้าบ้านกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่ในรถได้ใช้ปืนระดมยิงใส่บ้านจนเสียงดังสนั่นซอย ตนจึงได้วิ่งออกไปหน้าบ้านใช้ปืนยิงตอบโต้กลับไป จนเป็นเหตุให้หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เป็นคนขับรถปอร์เช่มาได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ทั้งหมดจะพาผู้บาดเจ็บขับรถหลบหนีไป โดยทิ้งรถปอร์เช่ไว้ในที่เกิดเหตุ

    นายธนกฤตให้การต่อว่า สำหรับสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องที่ตนไปช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากการสั่งซื้อหน้ากากอนามัยผ่านเพจเฟซบุ๊กต่างๆ จนเกิดความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท จากนั้นได้นำเรื่องไปปรึกษาทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เพื่อหาทางช่วยเหลือทางคดี จนเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่พอใจ นำรูปตนกับภรรยาไปบอกผู้เสียหาย กล่าวหาว่าตนเป็นผู้กักตุนหน้ากากอนามัยดังกล่าวไว้ จนทำให้ทุกคนไม่ได้รับหน้ากากดังกล่าว จนมีปัญหาทะเลาะกันเรื่อยมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่า ปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัยนั้นจะเกี่ยวข้องกับพรรคภราดรภาพตามที่เคยเป็นข่าวหรือไม่

    ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง ชุดสืบสวน สน.หลักสอง และชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.9 เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้งใช้เวลา 30 นาที พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนลูกซองและปืนพกขนาด 9 มม.ของนายธนกฤตไปตรวจสอบ เพราะปลอกกระสุนปืนที่พบในที่เกิดเหตุมีเพียงปลอกขนาด 9 มม. กับปลอกลูกซองเท่านั้น ก่อนเดินทางไปประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีที่ สน.หลักสอง

    พ.ต.อ.นครินทร์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่มีเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้ต้องสงสัย 7 คน ขับรถตู้โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด รถเก๋งรุ่นคัมรี่ และรถสปอร์ตปอร์เช่ เข้ามาระดมยิงปืนใส่บ้านผู้เสียหาย ก่อนที่เจ้าของบ้านจะวิ่งออกมายิงปืนตอบโต้กลับไป จนทำให้นายอภิรักษ์ คลังแสง อายุ 27 ปี หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.ที่ไหล่ซ้ายได้รับบาดเจ็บ เพื่อนนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลบางปะกอก 8 อินเตอร์เนชั่นแนล จากการตรวจสอบประวัติ พบเคยมีประวัติเกี่ยวกับการครอบครองยาเสพติดและอาวุธปืนที่จ.มหาสารคาม ด้วย

    พ.ต.อ.นครินทร์กล่าวต่อว่า ส่วนพฤติกรรมการก่อเหตุและมูลเหตุจูงใจนั้น เป็นคำกล่าวอ้างของผู้เสียหายเพียงฝ่ายเดียว ตำรวจยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยขณะนี้ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว ทั้งนี้ ตำรวจยังได้ยึดปืนลูกซองและปืนขนาด 9 มม. ของนายธนกฤตมาอย่างละหนึ่งกระบอก เพื่อนำไปตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากเชื่อว่ามีปืน 9 มม.มากกว่า 1 กระบอก ส่วนรถปอร์เช่ ได้ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบร่องรอยและวิถีกระสุนอีกครั้ง เบื้องต้นดูจากพฤติกรรมแล้วคาดว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยคงเตรียมการมาอย่างดี เพราะทุกคันถอยหลังเข้าซอยมากว่า 100 ม.เพื่อเตรียมการหลบหนี หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในซอยที่เกิดเหตุอีกครั้ง

    รอง ผบก.น.9. กล่าวอีกว่า ส่วนรถปอร์เช่ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุขับมานั้น พบว่าเป็นรถยนต์เช่ามาจากย่านซอยนานา โดยมีนายอธิป หรือวิน ขวัญบุญ เป็นคนขับ สำหรับประวัตินายอธิป จากการตรวจสอบพบว่าเคยถูกตำรวจ สน.บางขุนเทียน จับกุมไปก่อนหน้านี้ในข้อหากักตุนหน้ากากอนามัย และคดีฉ้อโกงเงินค่าหน้ากากอนามัย จนเป็นหนี้กว่า 1 ล้านบาท มีการผ่อนจ่ายไปแล้ว 4 แสนบาท

    มีรายงานว่า สำหรับรถปอร์เช่ที่ถูกกระสุนปืนยิงในที่เกิดเหตุนั้น นายอธิป ผู้เช่ารถได้โทรศัพท์ไปบอกเจ้าของเต็นท์รถ ให้ส่งคนมารับรถกลับไป โดยขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.หลักสอง กำลังตรวจตรา สังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ พบว่า มีชายอายุประมาณ 20 ปี ท่าทางมีพิรุธจะเข้ามาขับรถปอร์เช่ไป เจ้าหน้าที่จึงขอค้นตัวและตรวจปัสสาวะพบว่า มีสีม่วงเพราะเสพยาเสพติดมา จึงจับกุมดำเนินคดีแยกเป็นอีกส่วน ส่วนประวัตินายอธิปนั้น เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้แล้ว หลังพบว่าเป็นหนึ่งในขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยของนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพด้วย

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ทิ้งรถปอร์เช่แก๊งปอร์เช่ดวลปืนยิงถล่มอริขัดแย้งขายหน้ากากอนามัยข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้