ไม่ห้ามชุมนุม เคลียร์ปม-ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ข่าว

    ไม่ห้ามชุมนุม เคลียร์ปม-ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    23 ก.ค. 2563 05:30 น.

    สกัดโควิดล้วนๆ ติด 6 ในที่กักกัน ศบค.แถลง 3 วัน

    ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่มีมติต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน ยันมีความจำเป็นที่ต้องขยายเวลาเพราะสถานการณ์โควิด-19 โลกยังรุนแรง และยังเห็นชอบอีกหลายประการในการอนุญาตให้ต่างชาติเข้าประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายกฯชี้เหตุการณ์ที่ระยองเป็นบทเรียนสำคัญ ขอเจ้าหน้าที่อย่าท้อถอยเพราะโควิดยังอยู่อีกนาน ขณะที่โลกยังวิกฤติกับไวรัสมหันตภัย ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีลดน้อยถอยลงและยังพุ่งทะยานไปแตะยอด 15 ล้านคน เมื่อวันที่ 22 ก.ค.เป็นวันแรก ส่วนผู้เสียชีวิตพุ่งไปกว่า 6 แสนคน ด้านเกาหลีใต้คุมโรคไม่อยู่ ฮ่องกงเข้มการใส่หน้ากากอนามัย เช่นเดียวกับประธานาธิบดีสหรัฐฯที่เรียกร้องให้ชาวอเมริกันทุกคนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ

    ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เห็นชอบต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน ทั้งนี้ เพื่อใช้บูรณาการและสนธิกำลังเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทยให้มีประสิทธิภาพ

    นายกฯ ถก ศบค.ชี้ระยองเป็นบทเรียน

    ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เป็นประธานประชุม ศบค.ชุดใหญ่ นายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเราต้องเผชิญสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ระยอง ถือเป็นบทเรียนและสัญญาณเตือนว่าพวกเราทุกคนจะต้องไม่ประมาท ภายหลังที่พวกเราทุกคนประสบความสำเร็จ มีความร่วมมือที่ดี จึงขอให้กำลังใจทุกคนอย่างต่อเนื่อง

    ขอคนไทยอดทนอย่าท้อ

    นายกฯกล่าวด้วยว่า ทราบดีว่าทุกคนพยายามและทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังเกิดปัญหาขึ้นมาบ้าง ขอให้อดทน อย่าท้อถอยหรือปล่อยมือ โดยเฉพาะความพยายามรักษาสมดุลด้านการสาธารณสุข เศรษฐกิจและสังคมรวมถึงความสัมพันธ์กับต่างประเทศด้วย เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะมีความสลับซับซ้อนมากมาย และเรายังต้องเผชิญการบิดเบือนต่างๆ เพื่อประโยชน์อะไรก็ตาม จากสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนยืนหยัดและตั้งมั่นในเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ขอบคุณทีมประชาสัมพันธ์และโฆษก ศบค. วันนี้เราต้องเข้มงวด ละเอียด รอบคอบ พิจารณาทบทวนมาตรการต่างๆอย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งแผนเผชิญหน้าในเชิงรับ เชิงรุก และแผนเผชิญเหตุ ประสานทุกขั้นตอน ต้องรับฟังเสียงและความคาดหวังของประชาชนส่วนใหญ่ด้วย

    ย้ำแจงข้อสงสัยสื่อ-สังคมทันท่วงที

    นายกฯกล่าวต่อว่า พร้อมช่วยกันชี้แจงทำความเข้าใจหลักการและเหตุผลที่เราตัดสินใจ ตอบคำถามประเด็นข้อสงสัยของสื่อมวลชนและสังคมได้ทันท่วงที รวมไปถึงชี้แจงผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารออนไลน์ต่างๆด้วย ส่วนกรณีเหตุการณ์ที่ จ.ระยอง ได้ลงพื้นที่ทันทีในวันรุ่งขึ้น เพื่อไปสร้างขวัญกำลังใจประชาชน เราคาดหวังเหตุการณ์ต่างๆ กำลังดีขึ้น มีการใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวในประเทศ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ศบค. นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    แจงเหตุผลใช้ พ.ร.ก.เฉพาะที่ไม่ได้

    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ศบค.ชุดเล็ก เสนอต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และอาจจะมีการยกเว้นเรื่องการห้ามชุมนุม ว่า ให้รอฟังผลที่ประชุม ศบค. เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายเสนอให้ประกาศเป็นรายพื้นที่ไป ไม่ต้องครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ จะทำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าประเด็นดังกล่าวพิจารณาตั้งแต่ครั้งแรกของการประชุม ศบค. แต่เกิดข้อกังวลว่า คนจะเคลื่อนย้ายไปในพื้นที่ที่ไม่ได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่โรคติดต่อไม่เหมือนกับการชุมนุม ไม่เหมือนความไม่สงบเมื่อปี 57-58 ที่กระชับพื้นที่ได้ แต่โควิด-19 ไปทางอากาศเราไม่สามารถกระชับพื้นที่ได้ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศทั่วประเทศ เพียงแต่ไม่เอามาตรการต่างๆมาใช้ เพราะมาตรการที่มีอยู่ 6 มาตรการก็ยกเลิก

    ชี้ประโยชน์ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    นายวิษณุกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ได้ประโยชน์จากการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่มีกฎหมายใดให้สนธิกำลังแบบนี้ได้ เพราะ พ.ร.บ.โรคติดต่อแพทย์เป็นคนใช้ ไปสั่งหน่วยงานอื่นไม่ได้ หากใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ประเทศไทยมี 77 จังหวัด ก็จะมี 77 มาตรฐาน ด่านเข้าออกด่านผ่อนปรน 70 ด่าน ก็จะมี 70 มาตรฐาน นายกฯไม่สามารถไปสั่งงานละเอียดในแต่ละด่านได้ ด้วยเหตุนี้ การมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเป็นมาตรฐานที่ใกล้เคียงกันที่สุด เมื่อถามว่า จะขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปกี่วัน นายวิษณุกล่าวว่าไม่ทราบ อยู่ที่แพทย์ประเมิน

    นายกฯขอ จนท.อย่าท้อกับโรคโควิด

    ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า นายกฯขอบคุณประชาชนในพื้นที่ระยองและ กทม.ในการรับมือสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมา พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานขอว่าอย่าได้ท้อ อย่าได้ถอย เพราะโรคนี้อยู่กับเราไปอีกนานพอสมควร แต่ต้องรักษาสมดุลเรื่องสุขภาพและเศรษฐกิจ มีแผนการทำงานเชิงรับ เชิงรุกและแผนเผชิญเหตุที่ต้องจัดการ พร้อมรับฟังเสียงและความคาดหวังของประชาชนที่ต้องเป็นไปตามความเป็นจริง รวมถึงเพิ่มเติมการสื่อสารไปถึงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์

    ติดเชื้อรายใหม่ 6 รายในที่กักกัน

    นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 6 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,261 ราย ยังรักษาอยู่ 98 ราย ผู้เสียชีวิตไม่มีเพิ่มคงอยู่ที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 4 รายแรก เป็นนักศึกษาที่เดินทางกลับจากอียิปต์ ถึงไทยวันที่ 8 ก.ค.เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐที่ จ.ชลบุรี ตรวจพบเชื้อโควิดวันที่ 21 ก.ค. โดยเที่ยวบินดังกล่าวมีผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้แล้ว 11 ราย ส่วนรายที่ 5 เป็นหญิงไทยอายุ 36 ปี อาชีพพนักงานบริษัท กลับจากสหรัฐอเมริกา ถึงไทยวันที่ 10 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐ กทม. ตรวจพบเชื้อโควิดวันที่ 20 ก.ค. ไม่มีอาการ รายที่ 6 เป็นหญิงไทยอายุ 57 ปี อาชีพแม่บ้าน กลับจากเยอรมนี ถึงไทยวันที่ 16 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐ กทม. ตรวจพบเชื้อโควิดวันที่ 20 ก.ค. ไม่มีอาการ

    ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาความเหมาะสมการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาฯ สมช.ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เสนอที่ประชุมว่า สถานการณ์โลกยังมีความรุนแรง ช่วงนี้มีคนไทยและชาวต่างชาติได้รับการผ่อนผันเข้ามาประเทศไทยต่อเนื่อง รวมถึงการผ่อนคลายต่างๆก็มีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น จึงขอขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน เพื่อให้มีอำนาจตามกฎหมายในเชิงป้องกันและควบคุมโรค รวมถึงการเดินทางเข้า-ออกประเทศทุกช่องทาง ให้การป้องกันโรคมีประสิทธิภาพ สามารถบูรณาการเจ้าหน้าที่ได้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถือเป็นเครื่องมือสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน จนกว่าจะมีกฎหมายอื่นมารองรับ โดยหลังจากนี้จะมีการเสนอเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 ก.ค.

    เปิดช่องแรงงานต่างด้าวเข้า ปท.

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อตกลงพิเศษ ให้กลุ่มนักธุรกิจผู้เชี่ยวชาญ และนัก การทูต ทั้งหมดเมื่อเข้ามาแล้วต้องอยู่ในสถานที่กักตัวที่สถานที่ที่รัฐรับรอง โดยให้กระทรวงการต่างประเทศไปทำรายละเอียดเพื่อดำเนินการต่อไป ในส่วนของการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ กัมพูชา ลาวและเมียนมาที่เป็นแรงงานไร้ฝีมือ ในกิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและกิจการ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร ขณะนี้มีอยู่ 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีใบอนุญาตการทำงานและวีซ่าแล้ว จำนวน 69,235 คน กลุ่มที่ยังไม่มีใบอนุญาตทำงานและวีซ่า จำนวน 42,168 คน

    แรงงานเข้าไทยต้องกักตัวไม่มีเว้น

    โฆษก ศบค.กล่าวด้วยว่า คนกลุ่มนี้เมื่อเดินทางเข้ามาต้องมีหนังสือรับรองแพทย์ ผู้ประกอบการต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่ายก่อนนำแรงงานเข้ามา การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรต้องมีการตรวจสุขภาพ อบรม ณ สถานที่กักตัว รับใบอนุญาตทำงานเมื่อครบกำหนดกักตัว และนายจ้างต้องจัดยานพาหนะมารับแรงงานดังกล่าว เมื่อแรงงานถึงสถานที่ทำงานแล้ว ต้องรายงานให้สาธารณสุขจังหวัดรับทราบและจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ ติดตาม ทั้งนี้ การจะให้ทั้งหมดเข้าไปอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ ถือว่ามีต้นทุนที่สูงเพราะตกอยู่ที่ 2 หมื่นบาทต่อคน จึงมีแนวคิดให้เจ้าของกิจการจัดพื้นที่ขึ้นมา เพื่อให้แรงงานกักตัวมากกว่า 1 คนต่อห้อง โดยต้องมีมาตรฐานและระบบป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้ออกนอกพื้นที่ ตรงนี้จะให้กระทรวงแรงงานไปพิจารณารายละเอียดและดำเนินงานต่อไป

    ปรับเวลาแถลงแค่จันทร์–พุธ–ศุกร์

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติในหลักการให้ชาวต่างชาติเข้ามาจัดการแสดงสินค้าในราชอาณาจักร ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป โดยมีแนวทางปฏิบัติที่เข้ามาแล้วต้องอยู่ที่โรงแรมที่ได้รับการรับรองมีเจ้าหน้าที่ดูแล 1 ต่อ 10 คน ตรงนี้สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและ นิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. จะเป็นผู้ดำเนินการในรายละเอียด อีกทั้งยังมีการอนุมัติในหลักการสำหรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศ เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวมีมูลค่าสูงตรงนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะดำเนินการในราย ละเอียด ก่อนจะเปิดให้เข้ามาในช่วงที่เหมาะสม หลังจากสถานการณ์ที่ จ.ระยองคลี่คลายแล้ว การแถลงศบค.จะปรับการแถลงให้เหลือแค่วันจันทร์ พุธและศุกร์ โดยตนจะแถลงวันจันทร์และวันศุกร์ ส่วนวันพุธจะให้ พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข

    เปิดประเทศจำเป็นใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    จากนั้น พล.อ.สมศักดิ์แถลงเพิ่มเติมว่า ความจำเป็นในการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน เนื่องจากการพูดคุยกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ประชาคมข่าวกรอง เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข รวมทั้งคณะแพทย์ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ยืนยันว่ายังต้องมีกฎหมายลักษณะควบคุมต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะสถานการณ์โลกยังรุนแรงอยู่ จึงมีความจำเป็นต้องใช้ต่อไปอีก ขณะนี้อยู่ในช่วงที่จำเป็นต้องเปิดประเทศมากยิ่งขึ้น ในที่ประชุม ศบค.วันที่ 22 ก.ค. ให้ความเห็นชอบในหลายประการ เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศโดย เฉพาะการรับแรงงานต่างด้าว การอนุญาตให้ชาวต่าง ชาติมาจัดการประชุมในประเทศไทย หรือแม้แต่การอนุญาตให้เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย ทั้งหมดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข

    เร่งรัดปรับ พ.ร.บ.โรคติดต่อ

    พล.อ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า ดังนั้นเครื่องมือเดียวที่จะประกันได้ว่า สิ่งที่เราอนุญาตผ่อนคลายในเชิงธุรกิจ จะถูกชั่งน้ำหนักโดยความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นเครื่องมืออย่างเดียวในขณะนี้ที่มีอยู่ คือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงจำเป็นต้องขยายระยะเวลาประกาศใช้ไปอีก 1 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยังไม่มีกฎหมายตัวอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะนิ่งนอนใจ เข้าใจทีมงานทางด้านกฎหมายและกระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดจะปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.โรคติดต่อให้มีบทบาทและอำนาจมากขึ้นใกล้เคียงกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ซึ่งยังไม่มีกฎหมายออกมา จึงยังจำเป็นที่จะคงมาตรการสำคัญของรัฐโดยเฉพาะในการกักตัว 14 วัน

    ยันต่ออายุ พ.ร.ก.ไม่ได้ห้ามชุมนุม

    พล.อ.สมศักดิ์กล่าวด้วยว่า แต่เพื่อให้ประชาชนสบายใจที่ผ่านมาเราพยายามใช้มาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างเบาที่สุดแล้ว ถึงวันนี้ไม่ได้มีการห้ามการออกนอกเคหสถาน และสิ่งที่เราจะไม่ห้ามต่อไปคือเราจะไม่ใช้มาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินห้ามการชุมนุม เพื่อแสดงให้เห็นว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ต่อในเดือน ส.ค.มีเจตนาเพื่อควบคุมโรคโดยบริสุทธิ์ใจ การห้ามชุมนุมจะไม่ปรากฏใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ต่ออายุ 1 เดือน แต่การชุมนุมทางการเมืองต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่าการชุมนุมที่ผ่านมามีบางคนถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า ต้องว่าไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่วันนี้การพูดถึงการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน คือเดือน ส.ค.จะไม่นำประเด็นเรื่องการห้ามการชุมนุมมาเกี่ยวข้องอีก ส่วนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะแจ้งข้อหาโดยใช้กฎหมายอื่น

    ให้ อสม.-สสจ.เข้มการป้องกัน

    วันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ทั่วประเทศ เกี่ยวกับเที่ยวปันสุขโครงการ “กำลังใจ” สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) นายสาธิตกล่าวว่า ศบค.อนุมัติหลักการเรื่องให้ต่างชาติเข้าประเทศ ทั้งเข้ามาจัดแสดงนิทรรศการ ถ่ายทำภาพยนตร์ กลุ่มเมดิคัล ฮับที่เข้ามารักษาและเที่ยวต่อ และนักท่องเที่ยวอีลิทการ์ด สิ่งสำคัญคือการป้องกัน ดังนั้น ฝาก สสจ. อสม.เข้มงวดเรื่องมาตรการป้องกัน 3 เรื่อง คือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ จะเป็นตัวช่วยในการป้องกันการแพร่เชื้อถึง 90% และจะสามารถเดินหน้าเปิดประเทศตามศักยภาพได้ เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ทั้งนี้ ย้ำว่าไทยไม่สามารถอยู่กับเลข 0 แล้วไม่มีเงินกินข้าวได้

    ระวังสวมสิทธิโครงการ “เที่ยวปันสุข”

    นายสาธิตกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการเที่ยวปันสุข ใช้จากเงินกู้ฟื้นฟูโควิด ดังนั้น การใช้เงินต้องมีประสิทธิภาพ ปราศจากการรั่วไหล สสจ.ต้องไปทำความเข้าใจกับ อสม.ให้ดี เพราะถือเป็นรางวัลให้คนเดินทางไปเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หากไม่สะดวกไป ก็ต้องลงทะเบียนว่าไม่ไป อย่าให้เกิดปรากฏการณ์เอาเลขประจำตัว อสม.ไปให้คนอื่นใช้ลงทะเบียนแทนหรือให้คนสวมสิทธิ เพราะหากเกิดเหตุเช่นนี้ออกไปทางโซเชียลมีเดีย ชื่อเสียง อสม.ที่ทำมาดีอาจพังลงและมีผลต่อเรื่องของสถานภาพ อสม.ด้วย สำหรับเรื่องการลงทะเบียนเข้าใจว่าอาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน ตรงนี้ขอให้ สสจ.จัดทีมลงไปทำความเข้าใจ สอนการใช้งานและการลงทะเบียน ส่วนการคัดเลือกบริษัทเอเจนซีในการไปท่องเที่ยว ตอนแรกคิดว่าจะให้ สสจ.หรืออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพคัดเลือก แต่จะเกิดประเด็นว่าล็อกสเปก จึงให้ อสม.คัดเลือกกันเอง

    เล็งขอแพ็กเกจเที่ยวเฟส 2

    ขณะที่ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า โครงการเที่ยวปันสุข ครอบคลุม อสม. อสส. และ จนท.รพ.สต.จำนวน 1.2 ล้านคน ส่วนเจ้าหน้าที่รับผิดชอบสุขภาพภาคประชาชน จะหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาขอให้เพิ่มเป็นเฟส 2 สำหรับแพ็กเกจท่องเที่ยวโครงการนี้ จะเป็นแบบ 2 วัน 1 คืน ไม่เกิน 2,000 บาท ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตุง” ของธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียนในแอปพลิเคชันด้วยหมายเลขโทรศัพท์ บัตรประชาชน เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.แล้วเข้าไปที่เว็บไซต์ www.เที่ยวปันสุข.ไทย  ติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ บริษัทนำเที่ยวหรือเอเจนซี เหล่านี้จะลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. เพื่อนำเสนอรายการท่องเที่ยว โดยการไปท่องเที่ยวจะเริ่มตั้งแต่ 30 ก.ค.-31 ต.ค.63 อสม.ต้องเดินทางด้วยตนเอง โดยต้องเปิดแอปพลิเคชันเป๋าตุง เลือกโครงการกำลังใจ เพื่อแสดงคิวอาร์โค้ด 2 ครั้ง คือ จุดรวมตัวบนรถก่อนออกเดินทางทั้ง 2 วัน ย้ำว่า หากมีการนำไป หาผลประโยชน์ จะเป็นเรื่องของจริยธรรมที่จะส่งผลต่อสถานภาพของการเป็น อสม.

    สตม.พร้อมรับผ่อนปรนเฟส 6

    ที่ สตม. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เผยว่า มีความพร้อมรองรับการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 6 คาดว่าจะอนุญาตให้แรงงาน 3 สัญชาติ มีลาว กัมพูชา เมียนมาที่มีเอกสารทำงานถูกต้องตามกฎหมายเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศได้เพิ่มเติม เบื้องต้นคาดว่าแรงงานที่ได้รับอนุญาตกลุ่มแรกมีประมาณ 400 คน ทุกคนต้องเข้ากักตัว 14 วันไม่มีงดเว้น นอกจากนี้ยังขยายเวลาให้คนต่างด้าวบางจำพวก อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เดิมหมดอายุวันที่ 31 ก.ค. ส่วนชาวต่างด้าวที่จะเดินทางออกนอกประเทศ ดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องติดต่อหรือเข้ารายงานตัวกับ สตม. หากเป็นบุคคลต่างด้าวที่ต้องการอยู่ต่อในราชอาณาจักรแบ่งเป็น 2 กรณีคือ เจ็บป่วยต้องนำใบรับรองแพทย์แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออยู่ต่อและกรณีมีเหตุจำเป็นทั้งเรื่องไม่มีสายการบิน หรือประเทศปลายทางยังไม่เปิดน่านฟ้า หรือสถานการณ์การแพร่ระบาดของประเทศปลายทางยังเสี่ยงสูง ให้นำหนังสือรับรองจากสถานทูตมาแสดงเพื่อขออนุญาตอยู่ต่อได้อีก 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-26 ก.ย.โดยทยอยมารายงานตัวได้ระหว่างวันที่ 1-31 ส.ค.

    โพล 40% เชื่อไทยระบาดรอบ 2

    ขณะที่ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล เผยผลสำรวจ เรื่อง “โควิด-19 รอบ 2?” ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ค. ที่สำรวจจาก 1,269 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 35.46 ยังกังวลมาก ว่าไทยจะเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบที่ 2 เพราะประชาชนบางกลุ่มละเลยการป้องกันตนเอง หากมีการแพร่ระบาดอีกจะทำให้การใช้ชีวิตแย่ลงกว่าเดิม รายได้จะหายไปมากกว่าเดิม ร้อยละ 39.79 คิดว่าจะเกิดขึ้นแน่ เพราะมีการเปิดให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศแบบไม่มีการกักตัว ชาวต่างชาติไม่ค่อยป้องกันตนเอง ประชาชนบางกลุ่มละเลยการป้องกันตนเอง รัฐบาลขาดความระมัดระวัง ไม่มีการควบคุมที่เข้มงวด ร้อยละ 30.89 คิดว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะ ยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถควบคุมได้ และประชาชนส่วนใหญ่มีการป้องกันตนเอง การ์ดยังไม่ตก

    โอนเงินเยียวยาเกษตรกรงวด 3

    ด้านเงินเยียวยาเกษตรกร วันเดียวกัน นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า วันที่ 22 ก.ค.เป็นวันสุดท้ายของการจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 5,000 บาท ในงวดที่ 3 คือเดือน ก.ค. โดยธนาคาร โอนเงินให้แก่เกษตรกรรวม 7.2 ล้านราย วงเงิน 36,133 ล้านบาท เมื่อรวมทั้ง 3 เดือนที่รัฐมีการเยียวยา ธนาคารโอนเงินให้เกษตรกรรวม 110,655 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีเกษตรกรที่ไม่ได้ใช้บัญชีของ ธ.ก.ส.ที่กำลังตรวจสอบบัญชีอยู่ จำนวน 210,052 ราย ที่จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีงวดสุดท้าย 5,000 บาทในวันที่ 24 ก.ค. ส่วนบัญชีที่ ธ.ก.ส.อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบบัญชี เนื่องจากติดปัญหาต่างๆเพื่อรอโอนเงินมีจำนวนทั้งสิ้น 24,034 ราย แบ่งเป็นรอโอนเงินเดือนที่ 1, 2, 3 จำนวน 23,829 ราย รอโอนเงินเดือนที่ 1 กับ 2 จำนวน 205 ราย ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับการโอนเงินเยียวยาครบภายในเดือน ก.ค.แน่นอน ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่แจ้งเลขบัญชีธนาคารของตนเองผ่าน www.เยียวยาเกษตรกร.com จำนวน 125,774 ราย ขอให้รีบแจ้งเลขบัญชีธนาคารผ่านเว็บไซต์โดยด่วนภายในวันที่ 25 ก.ค. เมื่อ ธ.ก.ส.ตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อย จะโอนเงินรวดเดียว 3 เดือน จำนวน 15,000 บาทให้

    สาวขับปิกอัพขนแรงงานเถื่อน

    ที่กาญจนบุรี นายปกรณ์ กรรณวัลลี นอภ.สังขละบุรี เปิดเผยว่า ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานชาวเมียนมาเข้าไทย ที่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ หมู่ 3 ต.หนองลู เป็นชาย-หญิง รวม 18 คน นำเข้าสู่การตรวจคัดกรอง มี น.ส.กรณิภา อมรเดชากร อายุ 49 ปี เป็นคนขับรถกระบะโตโยต้ารีโว่ ทะเบียน ฒพ 2577 นำตัวไปสอบสวน น.ส.กรณิภารับว่า ได้ค่าจ้างขนแรงงานคนละ 800 บาท เพื่อไปส่งที่ท่าน้ำบ้านหลังเขา จากนั้นจะมีคนมารับอีกทอดหนึ่ง ส่วนแรงงานชาวเมียนมาระบุว่าเสียเงินให้นายหน้าคนละ 7,500 บาท เป็นค่าลักลอบพาเข้าเมือง แต่มาถูกจับกุม

    ผลตรวจกะเหรี่ยงไร้โควิด

    จ.ราชบุรี นายมนตรี โภคานิตย์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บ้านคา เปิดเผยว่า นำตัวชาวกะเหรี่ยงชาย-หญิง สัญชาติเมียนมา 21 คน ที่ถูกจับขณะลักลอบเข้าเมืองพื้นที่หมู่ 9 ต.หนองพันจันทร์ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม ผลตรวจยืนยันทั้งหมดเป็นลบ สอบสวนทราบว่าทั้งหมดอาศัยอยู่ในหมู่บ้านทิสเซอร์เปา ชายแดนไทย-เมียนมา ตรงข้ามกับด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับคำสั่งจากฤาษีให้มาตามหาเพื่อนเป็นผู้นำคนสำคัญของหมู่บ้าน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้วถูกจับ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านคา ดำเนินคดีลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

    ทั้งไทย–ต่างชาติทยอยกลับเพียบ

    ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันเดียวกัน มีคนไทยจากกรุงไทเป ไต้หวัน 204 คน นักธุรกิจชาวไต้หวัน จีน มาเลเซีย เยอรมนี อังกฤษ ที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทยอีก 53 คน รวมทั้งหมด 257 คน เดินทางเข้าไทย ในจำนวนนี้พบคนไทยมีไข้ 2 คน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผู้ผ่านการคัดกรองถูกพาไปกักตัวที่ จ.สมุทรปราการ เมืองพัทยาและ จ.ชลบุรี ส่วนนักธุรกิจต่างชาติทั้งหมดกระจายไปกักตัวในรูปแบบ ASQ ตามโรงแรมต่างๆใน กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังมีชาวจีน อเมริกัน อังกฤษ ที่มีใบอนุญาตทำงานและมีถิ่นพำนักในประเทศไทย จำนวน 31 คน จากเมืองกวางโจว จีน เดินทางเข้าไทยและคนไทยตกค้างในญี่ปุ่น จำนวน 196 คน พร้อมด้วยนักธุรกิจญี่ปุ่น อินเดีย จำนวน 32 คน รวม 239 คน เดินทางกลับมา ในจำนวนนี้พบคนไทยมีไข้ 13 คน

    ทหารกลับจากฝึกเจอมีไข้ 10 คน

    เวลา 18.50 น. ทหารกองร้อยทหารราบ RTA Combat Team กำลังผสม จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ประกอบด้วย นายทหารสัญญาบัตรจากทุกกองทัพภาค นายทหารประทวนและนักเรียนนายร้อย จปร. ชั้นปีที่ 5 รวม 151 นายเดินทางกลับจากการฝึกผสมที่ค่ายทหารสกอร์ฟิลด์ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเครื่องเช่าเหมาลำของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG8087 ในจำนวนนี้พบมีไข้ 10 นาย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎฯเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างละเอียด ส่วนผู้ผ่านการตรวจคัดกรองคณะนายทหารจากกองทัพบกและกรมแพทย์ทหารบก นำไปกักตัว 14 วันที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียน จ.ชลบุรี

    ทรัมป์ชูสวมหน้ากากเต็มตัว

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลับมาเปิดแถลงข่าวการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำเนียบขาวอีกครั้ง หลังยกเลิกไปเมื่อช่วงเดือน เม.ย. หลังทรัมป์ถูกวิจารณ์อย่างหนักกรณีระบุว่าอาจรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสมรณะได้ด้วยการฉีดสารฆ่าเชื้อโรค โดยทรัมป์เรียกร้องชาวอเมริกันทุกคนสวมหน้ากากอนามัย เพราะมีส่วนช่วยควบคุมการแพร่ระบาด และแสดงออกถึงความรักชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ทรัมป์ต่อต้านการสวมหน้ากากอนามัยมาตลอด และเตือนว่าการระบาดในสหรัฐฯ จะเลวร้ายลงก่อนกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น ระหว่างแถลงข่าว ทรัมป์ไม่สวมหน้ากากอนามัย แต่ดึงหน้ากากอนามัยออกมาโชว์แล้วระบุว่า พกตลอด จะสวมหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่ามีคนอื่นอยู่ใกล้ หรือเว้นระยะห่างไม่ได้

    เข้าอินเดียต้องจ่ายค่ากักตัว

    ส่วนอินเดียจะให้ผู้โดยสารชาวต่างชาติที่เดินทางมาที่กรุงนิวเดลี ต้องจ่ายค่ากักกันโรคด้วยตัวเองนาน 7 วันและต้องกักกันโรคเพิ่มอีก 7 วันที่บ้านหรือที่พักอาศัย ก่อนเข้าสู่กระบวนการกักกันโรค ผู้โดยสารต้องเข้ารับการตรวจโรค 2 รอบก่อน ด้านเนปาลยกเลิกคำสั่งล็อกดาวน์ปิดเมืองแล้วหลังบังคับใช้มา 120 วัน สำนักงานรัฐและเอกชนเปิดตามปกติในวันที่ 22 ก.ค. แต่สนามบินและเที่ยวบินพาณิชย์จะเริ่มเปิดในวันที่ 1 ส.ค. โรงเรียนและมหาวิทยาลัยยังถูกปิดจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง และยังคงห้ามการชุมนุมจำนวนมากในที่สาธารณะต่อไป

    เกาหลีใต้คุมไม่อยู่เจอติดเชื้ออีก

    ด้านเกาหลีใต้ที่เพิ่งประกาศเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า ควบคุมสถานการณ์การระบาดในประเทศได้แล้วพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 63 คน รวมทั้งอย่างน้อย 36 คน ในพื้นที่เมืองหลวงกรุงโซล ยอดผู้ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 13,879 คน ผู้เสียชีวิต 297 คน ส่วนญี่ปุ่นที่มีผู้ติดเชื้อรวมกว่า 26,300 คน ผู้เสียชีวิต 1,000 คน ทางการกรุงโตเกียวขอให้พลเมืองอยู่แต่ที่บ้านในช่วงวันหยุดยาว 4 วัน วันที่ 23-26 ก.ค.เพื่อยับยั้งการระบาดในพื้นที่ ซึ่งยังมีผู้ติดเชื้อรายวันในระดับน่าห่วง จนกรุงโตเกียวถูกตัดออกจากโครงการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวทั่วประเทศของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่เริ่มเมื่อวันที่ 22 ก.ค. เพื่อช่วยกู้ฟื้นคืนภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19

    ฮ่องกงเข้มสวมหน้ากาก

    ฮ่องกง เขตบริหารพิเศษของจีน บังคับใช้มาตรการควบคุมโรคเพิ่มเติม โดยผู้คนต้องสวมหน้ากากอนามัยในระบบขนส่งมวลชน อาคารผู้โดยสารของระบบขนส่งมวลชนและพื้นที่สาธารณะที่เป็นสถานที่ในร่มทั้งหมดรวมทั้งโรงยิม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 22 ก.ค. ตามวันเวลาท้องถิ่น จนถึงวันที่ 5 ส.ค. ผู้ฝ่าฝืนอาจมีโทษปรับสูงถึง 5,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 20,464 บาท) ขณะที่สถานบันเทิงยังคงถูกสั่งปิดไปจนถึงวันที่ 28 ก.ค. เช่นเดียวกับคำสั่งห้ามนั่งรับประทานอาหารที่ร้านหลังเวลา 18.00 น.

    ติดเชื้อทั่วโลกทะลุ 15 ล้าน

    ทางด้านผู้ติดเชื้อรวมใน 213 ประเทศทั่วโลกเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ผู้ติดเชื้อรวมทั่วโลกพุ่งทะยานไปแตะหลักกว่า 15 ล้านคน คือ 15.12 ล้านคน เสียชีวิตรวมทั่วโลกเพิ่มเป็น 6.20 แสนคน รักษาหายทั่วโลกอยู่ที่ 9.13 ล้านคน สหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดในโลก 4.02 ล้านคน และ 1.44 แสนคน ตามลำดับตามด้วยบราซิลมีผู้ติดเชื้อรวม 2.16 ล้านคน ผู้เสียชีวิต 8.15 หมื่นคน และอินเดีย มีผู้ติดเชื้อรวม 1.19 ล้านคน ผู้เสียชีวิต 2.87 หมื่นคน

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ข่าวหน้า1ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินCOVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 20:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์