ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สั่งย้าย ป.ป.ส.สุดกร่าง ขับวอลโว่ เตะ จยย.-ชักปืนขู่ โดน 3 ข้อหา

    ไทยรัฐออนไลน์13 ก.ค. 2563 20:15 น.
    SHARE

    หนุ่มหัวร้อน ขับวอลโว่ชนท้าย จยย. ห้ามกู้ภัยช่วยคู่กรณี ซ้ำเตะ-ชักปืนขู่ พบที่แท้เป็น ป.ป.ส. โร่ขึ้นโรงพักรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เผยขอโทษ-ยอมชดใช้ค่าเสียหาย อ้างถูกขับปาดหน้าก่อนเฉี่ยวชนกัน โดนแจ้ง 3 ข้อหา ล่าสุดถูกสั่งย้าย รอสอบสวนดำเนินคดี 

    ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (13 ก.ค.) นายเก่ง ไกรสร อายุ 42 ปี ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ตนกำลังจะขับรถกลับบ้าน ซึ่งขับมาด้วยความเร็วประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ในระหว่างที่กำลังขับอยู่นั้นก็มีรถยนต์ยี่ห้อวอลโล่ขับมาขับชนท้าย ทำให้ตนกับเพื่อนกระเด็นตกรถไปคนละทิศคนละทาง 

    นายเก่ง เล่าต่อว่า ตอนนั้นตนปวดหัวมาก เพราะหัวกระแทกกับพื้นอย่างแรง กำลังจะลุกขึ้น ความรู้สึกเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น ไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง รู้ตัวอีกทีก็ฟื้นตื่นขึ้นมาอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว และก็เป็นข่าวอย่างที่เห็น ตนไม่รู้ว่าเขาต่อว่าอะไรตนบ้าง หรือมีปืนหรือไม่ แต่เบื้องต้นเมื่อวานนี้เพื่อนของตนไปเจอทางคู่กรณีมา ก็มีการเจรจาพูดคุยกับเรื่องค่าเสียหายแล้ว เหลือเพียงแค่ตกลงเท่านั้น 

    นายเก่ง เล่าต่อว่า ถึงแม้ว่าตนจะไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น แต่ว่าในคลิปที่ทางคู่กรณีปฏิบัติกับตนแบบไม่เหมาะสม ตนก็มองว่าไม่ควรจะทำแบบนี้ อยากจะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เฉพาะกับตนแค่คนเดียว โดยหลังจากนี้แล้ว ถ้าเขามาขอโทษตนก็ให้อภัย 

    ด้าน นายต๋อง แซ่หุ้น อายุ 40 ปี เพื่อนที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เล่าเพิ่มเติมว่า หลังจากที่เกิดเหตุแล้ว ตนก็อยู่ไกลจากเพื่อนมาก แต่ว่าเห็นเพื่อนล้มอยู่ สภาพเหมือนไม่มีสติ ไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว และจากนั้นคู่กรณีที่ใส่เสื้อสีดำ ก็ลงมาจากรถท่าทางอารมณ์ร้อน โกรธมาก เหมือนไม่พอใจเรา เดินเข้ามาเตะที่หลังของเพื่อนหลายครั้ง แล้วก็ต่อว่าหยาบคาย ถามว่า "มึงจะเอาอีกมั้ย" แล้วก็เตะอีกจนเพื่อนตนร้องด้วยความเจ็บ และบอกว่าจะไม่เอาอีกแล้ว แต่คู่กรณีนั้นก็มาบอกว่าฝั่งตนเป็นคนผิด โกรธมากที่ทำให้รถของเขาเสียหาย และบอกให้ตนต้องรับผิดชอบ เพราะว่ารถที่ขับนั้นคือรถของหน่วยงานราชการ แต่ตนก็กำลังงงอยู่ เพราะเราเป็นฝ่ายถูก เขาขับมาชนเอง แล้วจากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็รีบมาทำแผลให้ตน แต่ในระหว่างที่ทำแผลอยู่นั้นทางคู่กรณีก็จะตะโกนมาหาตนแล้วบอกว่า "มึงจะเอาอีกมั้ย" ตนเลยบอกว่าไม่เอาแล้ว พอแล้ว ตนไม่ทราบว่าเขามีอาวุธปืนหรือไม่ แต่ได้ยินเสียงแกร็กๆ แต่ก็ไม่ทันมองว่าคืออะไร

    นายต๋อง เล่าต่อว่า หลังจากที่เกิดเหตุนี้ขึ้น ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็พาตนกับเพื่อนไปส่งโรงพยาบาลเพื่อทำแผล และวันต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตนไปพบคู่กรณีที่ สน.ดองเมือง และในตอนที่ตนเจอคู่กรณีอีกครั้งหนึ่ง เขาก็รีบเข้ามายกมือไหว้แทบกราบ แล้วบอกว่าขอโทษตน ที่ทำไปนั้นถือว่าไม่ควรมาก ซึ่งท่าทีของเขาแตกต่างจากตอนเกิดเหตุ เหมือนเป็นคนละคนกันเลย เขาขอโทษตนอย่างเดียว แล้วบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่รับผิดชอบให้ตนกับเพื่อนหายดี และชดเชยค่าเสียหายด้วย เพราะว่าตนกับเพื่อนไม่สามารถทำงานได้

    ด้านผู้กำกับการ สน.ดอนเมือง กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ ในส่วนของคดีอุบัติเหตุ ซึ่งตำรวจจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุ เพื่อความชัดเจนอีกครั้ง ส่วนกรณีที่ชายเสื้อดำมีพฤติกรรมข่มขู่และทำร้ายคู่กรณีนั้น เบื้องต้นตำรวจจะแจ้งข้อหา 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายและข่มขู่ โดยจะเรียกตัวมาสอบสวนเรื่องปืนให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนอีกครั้ง

    ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. นายภาสกร รอยอินทรัตน์ อายุ 37 ปี ตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ป.ป.ส. ประจำสนามบินดอนเมือง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง และ พ.ต.ท.ชนิด เสือดาว สว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 

    โดย นายภาสกร กล่าวว่า ในวันนี้ตนเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้กล่าวขอโทษผู้เสียหายและได้ไกล่เกลี่ยยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางผู้เสียหายก็ไม่ได้ติดใจเอาความแม้แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้น มาจากคู่กรณีขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้าก่อนมาเฉี่ยวชนรถของตน จนเกิดการกระทบกระทั่งตามคลิปวิดีโอที่ปรากฏบนโลกสังคมออนไลน์ โดยหลังจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหารวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย "มีและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ข่มขู่, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอาการบาดเจ็บ" ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดผู้โพสต์เฟซบุ๊กได้ทำการลบคลิปดังกล่าวออกไปแล้ว ส่วน นายภาสกร ตอนนี้ถูกย้ายเข้าไปประจำที่ ป.ป.ส.ดินแดง เพื่อสอบสวนเรื่องราวข้อเท็จที่เกิดขึ้นต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หนุ่มกร่างหนุ่มหัวร้อนหนุ่มวอลโว่เตะคู่กรณีสั่งย้ายตำรวจป.ป.ส.ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo