ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รับอาสาสมัครทดลองวัคซีน เข็มแรก-เริ่ม ต.ค.

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ก.ค. 2563 05:30 น.
    SHARE

    มีติดเพิ่มพุ่ง 14 คน

    ข่าวดีคนไทย ทดสอบวัคซีนเข็มที่สองในลิงได้ผลดี สร้างภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 ได้ระดับสูง เตรียมเดินหน้าทดสอบในมนุษย์ เปิดรับอาสาสมัครเดือน ส.ค.-ก.ย.ก่อนทดสอบเข็มแรก ต.ค.นี้ ส่วนสถานการณ์การระบาดไทยยังคุมอยู่ ไร้ติดเชื้อในประเทศต่อเนื่อง 47 วัน พบติดเชื้อใหม่เฉพาะกลุ่มเดินทางกลับจากต่างประเทศ รวดเดียว 14 ราย โดยมาจากซูดานถึง 12 ราย ขณะเดียวกัน ตร.ร่วม กอ.รมน.แถลงจับ 5 คนไทยลอบขนเขมรเข้าเมือง จ่ายค่าหัวคนละ 4 พัน ไม่ผ่านด่าน ไร้ตรวจโรคและไม่ต้องกักตัว ส่งกบดานเมืองฉะเชิงเทราก่อนนายทุนมารับตัวไปชิลๆ

    หลังจากไทยผ่อนปรนมาตรการควบคุมป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด-19) ในระยะที่ 5 มาได้ร่วมสองสัปดาห์ โดยไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวดีในเรื่องการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ไทยทำขึ้นเองด้วย

    ทดลองวัคซีนเข็มสองได้ผลดี

    เมื่อวันที่ 11 ก.ค.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่าผลการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทย โดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ “ชนิด mRNA” ในลิง หลังจากฉีดเข็มที่สอง ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อได้ในระดับสูงเป็นที่น่าพอใจ และลิงทุกตัวมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงจากวัคซีน โดยหลังจากที่ฉีดวัคซีนเข็มที่สองไปแล้วสองสัปดาห์ นักวิจัยได้เจาะเลือดมาทดสอบการสร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีชนิดที่ยับยั้งเชื้อหรือ Neutralizing antibody นั้น ถือเป็นข่าวดีมากที่พบว่าลิงที่ได้รับวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ดังนั้นจึงตกลงเดินหน้าต่อไปตามแผนที่จะเริ่มทดสอบในมนุษย์ในเดือน ต.ค.นี้

    เปิดรับอาสาฯทดสอบเข็มแรก

    รมว.อว.กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการต่อไปนั้น จะดำเนินการคู่ขนานไปพร้อมกันเพื่อให้ได้วัคซีนอย่างรวดเร็ว โดยการทดสอบในมนุษย์ จะเริ่มสั่งการผลิตวัคซีนในสัปดาห์หน้าเพื่อจะใช้ในการทดสอบในมนุษย์ เริ่มรับอาสาสมัครในเดือน ส.ค.-ก.ย.และจะฉีดเข็มแรกในมนุษย์เดือน ต.ค.นี้ การทดสอบนั้นจะทำทั้งหมด 3 ระยะ รวมทั้งจะเตรียมการผลิตวัคซีนให้เพียงพอและเตรียมขึ้นทะเบียนวัคซีน ประสานกับผู้ผลิตวัคซีนทั้งในภาครัฐและเอกชนเพื่อให้มีความพร้อมที่จะผลิตให้พร้อมใช้ รวมทั้งร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยี กับต่างประเทศด้วย รายละเอียดการวางแผนในการผลิต เพื่อทดสอบในอาสาสมัคร รวมทั้งการวางแผนในการผลิตในประเทศเพื่อใช้ให้เพียงพอในประเทศ จะมีการแถลงโดยละเอียดในวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.2563 เวลา 09.00 น. ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

    “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องวัคซีนอย่างมากและได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ท่านได้มอบนโยบายเพื่อให้คนไทยสามารถมีวัคซีนอย่างรวดเร็วเป็นลำดับแรกๆ เมื่อสามารถพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จ มอบให้ อว. และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินงานในเชิงรุก ทั้งการวิจัยและพัฒนาในประเทศ และร่วมมือกับต่างประเทศ รวมทั้งเตรียมการผลิตให้ทันท่วงทีและเพียงพอ ขณะนี้ยังได้เจรจาหารือกับต่างประเทศในการร่วมวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีและเตรียมการผลิตไว้ด้วยแล้ว” นายสุวิทย์กล่าว

    ติดเชื้อ 14 รายมาจาก ตปท.

    สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทย เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ศูนย์ข้อมูล COVID-19 เผยแพร่ข้อมูลว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 14 ราย อยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐทั้งหมด ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,216 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย อยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 279 ราย หายป่วยสะสม 3,088 ราย รักษาอยู่ 70 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และไทยไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศ ติดต่อกัน 47 วัน โดยผู้ป่วยใหม่ รายที่ 1 เดินทางมาจากบาห์เรน เป็นหญิงไทย อายุ 42 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อในวันที่ 9 ก.ค.ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ รายที่ 2 มาจากสหรัฐ– อเมริกา เป็นหญิงไทย อายุ 31 ปี อาชีพลูกเรือสำราญ เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 5 ก.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ ที่ กทม. และตรวจหาเชื้อในวันที่ 9 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ

    เป็นกลุ่ม 12 รายจากซูดาน

    สำหรับผู้ป่วยรายที่ 3-14 มาจากซูดาน เป็น นศ.11 ราย แยกเป็นชาย 5 ราย หญิง 6 ราย อายุ 19-31 ปี และเด็กหญิง 1 ราย อายุ 9 ขวบ (เดินทางมาพร้อม ครอบครัว) ทั้งหมดเดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ผ่านการคัดกรอง ณ ด่านควบคุมโรค พบว่า ทั้งหมดมีอาการเข้าเกณฑ์ PUI คือมีไข้ ไอเจ็บคอ มีน้ำมูก จึงส่งตรวจหาเชื้อในวันที่ 10 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ขณะนี้เข้ารักษาตัวอยู่ใน จ.ฉะเชิงเทรา 3 ราย สมุทรปราการ 8 ราย ส่วนเด็กหญิงส่งเข้ารักษาที่ รพ.ใน กทม. สำหรับสถานการณ์โลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 12,625,155 ราย อาการรุนแรง 58,898 ราย รักษาหายแล้ว 7,360,954 ราย เสียชีวิต 562,769 ราย สำหรับเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศวันที่ 11 ก.ค. มี 3 เที่ยวบินจากเนเธอร์แลนด์ ไนจีเรีย มาเลเซีย และสหรัฐอเมริการวม 421 ราย

    ชี้แจงเด็กมาเลย์ติดโควิดจากไทย

    ต่อมา นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีได้รับรายงานเมื่อปลายเดือน มิ.ย.63 ว่า พบเด็กชายชาวมาเลเซียติดเชื้อโควิด-19 หลังมาเยี่ยมญาติในพื้นที่ จ.สงขลา ซึ่งจากการสอบสวนโรคของกองระบาดวิทยา และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จ.สงขลา (สคร.12 จ.สงขลา) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กับประเทศมาเลเซีย พบว่าเป็นเด็กชาย สัญชาติมาเลเซีย อายุ 12 ปี มี ประวัติเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2563 พร้อมมารดาและพี่สาวอีก 1 คน เพื่อมาเยี่ยมญาติที่ จ.สงขลา ทั้งหมดมีประวัติอาศัยอยู่ที่บ้านญาติดังกล่าว และเดินทางกลับมาเลเซียวันที่ 25 มิ.ย.2563 เมื่อเข้าสู่มาเลเซียได้รับการตรวจโควิด-19 ผลตรวจของมารดาและพี่สาวไม่พบเชื้อ ส่วนผลตรวจของเด็กชายผลเป็นบวก และได้ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลในมาเลเซีย

    ตรวจซ้ำยันผลบวกปลอม

    อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุอีกว่า หลังจากได้รับรายงานดังกล่าว กรมควบคุมโรค ได้ส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว จาก สคร.12 จ.สงขลา ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่สอบสวนโรคในพื้นที่ดังกล่าวทันที โดยได้ค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดและเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่ห้องปฏิบัติการของ สคร.12 จ.สงขลา จำนวน 35 ราย และเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน รวมถึงเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างผู้ป่วยปอดอักเสบที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในพื้นที่ ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเช่นกัน ซึ่งผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้ง 35 ราย ผลคือไม่พบเชื้อแต่อย่างใด ส่วนเด็กชายรายดังกล่าว ได้มีการประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับทางมาเลเซีย ตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันอีกครั้ง และได้รับแจ้งว่าทราบผลตรวจแล้ว คือไม่พบเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าวที่มีการตรวจพบเชื้อในครั้งแรกนั้น พบว่าเป็นผลบวกลวง หรือผลบวกปลอม หมายถึงผลการตรวจเป็นบวก แต่บุคคลนั้นไม่ได้ติดเชื้อ สามารถเกิดขึ้นได้ จึงต้องมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันอีกครั้ง

    รัฐบาลวอน ปชช.อย่าการ์ดตก

    ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขเปิดผลสำรวจการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในระหว่างมาตรการผ่อนปรน เพื่อประเมินว่าคนไทยการ์ดตกหรือไม่ พบว่าคนไทยยังมีความกังวลจะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อระลอก 2 ในประเทศยังมั่นใจในมาตรการของรัฐบาลจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ และจากผลสำรวจพบว่าการป้องกันตนเองของประชาชนมีแนวโน้มลดลง ที่ผ่านมารัฐบาลสามารถคลายมาตรการเฝ้าระวังโรคระบาดได้ เพราะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากประชาชน ในการปฏิบัติตามข้อกำหนด และป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง แม้วันนี้สถานการณ์ในประเทศจะคลี่คลายไปมาก แต่หลายประเทศยังอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง รัฐบาลจึงต้องขอความร่วมมือทุกคนให้ยังคงเฝ้าระวัง ป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับมาแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 อันจะนำมาผลกระทบหลายด้านตามมา

    “สาธิต” จ่อเพิ่มคนเที่ยวเกาะเสม็ด

    สำหรับการผ่อนปรนมาตรการฯ ในระยะที่ 5 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า หลังมีการผ่อนคลายเปิดอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศให้ประชาชนท่องเที่ยวได้ เกาะเสม็ดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของ จ.ระยอง การควบคุมด้านสาธารณสุขเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามมาตรฐานสาธารณสุข จึงเตรียมเสนอให้กรมอุทยานแห่งชาติ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเกาะเสม็ดจากเดิม 2,700 คน เพราะพิจารณาแล้วยังสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในประเทศ คาดการณ์ว่าช่วงเดือน ส.ค. จะสามารถเพิ่มนักท่องเที่ยวได้ เกาะเสม็ดมีความพร้อมในการรองรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านแพ็กเกจ กำลังใจ และเที่ยวปันสุข ที่จะเริ่มลงทะเบียนวันที่ 15 ก.ค.นี้

    ห้าม อสม.โอนสิทธิเที่ยว

    นายสาธิตกล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์โควิดของไทยหลังผ่อนคลายเฟสที่ 5 ไปแล้ว พบว่าดีขึ้น พบผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศใน State Quarantine เท่านั้น มั่นใจได้ว่าสถานที่ควบคุมของรัฐทั้งระดับประเทศและท้องถิ่นรับมือได้ ส่วนแนวทางเปิดประเทศท่องเที่ยวแบบจับคู่เดินทางกับต่างประเทศ หรือ Travel Bubble นั้น ต้องเลื่อนการพิจารณาไปก่อน เพราะหลายประเทศที่เคยมองไว้ว่าจะจับคู่กันมีสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งต้องพิจารณาถึงจำนวน State Quarantine ที่มีอยู่ หากมีการจับคู่ก็ต้องเพิ่มพื้นที่ควบคุม ต้องดูความพร้อมของไทยด้วย ส่วนแพ็กเกจให้กำลังใจ อสม.ทั่วประเทศ เบื้องต้นมีการจัดทำบัญชีรายชื่อ อสม.ไว้อยู่แล้ว โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะจัดทำบัญชีรายชื่อบริษัทท่องเที่ยว ให้ อสม.ได้เลือก กำหนดกลุ่ม อสม.ไว้ไม่เกิน 30 คน และต้องฝากไปยัง อสม.ทั่วประเทศว่าให้ใช้สิทธิของตนเอง และไม่อนุญาตให้คนอื่นใช้สิทธิแทน

    ชมรมท่องเที่ยวหวั่น รบ.ไม่ช่วย

    วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อาคารสำนักงานข่าวสด กลุ่มแคร์จัดสัมมนา “ระดมสมอง ฟื้นเศรษฐกิจ ชุบชีวิตท่องเที่ยว” เพื่อระดมความคิดนำเสนอแนวทางจัดการปัญหาที่เหมาะสมสำหรับขับเคลื่อนภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย มีตัวแทนภาคธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งในส่วนของโรงแรม สายการบิน เข้าร่วม ทั้งหมดต่างสะท้อนตรงกันถึงผลกระทบอย่างหนักจากพิษโควิด อาทิ น.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า โรงแรมที่มีในประเทศไทยที่ถูกต้องตามกฎหมายประมาณ 1.6 หมื่นแห่ง เป็นโรงแรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายมีถึงกว่า 4 หมื่นแห่ง รวมประมาณ 6.6 หมื่นแห่ง มีคนในธุรกิจนี้กว่า 1.6 ล้านคน ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.-พ.ค. มีโรงแรมต้องปิดกิจการถึง 90 เปอร์เซ็นต์ มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้เป็นสถานกักตัวของรัฐ วันนี้ที่รัฐบาลคลายล็อกโรงแรงที่มีนักท่องเที่ยวคือพื้นที่ใกล้ กทม.แต่จังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ โรงแรมยังไม่เปิดให้บริการเหมือนเดิม หากยังไม่มีการผ่อนคลายหรือมีมาตรการที่จัดเจนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาบ้าง เชื่อว่าโรงแรมต้องปิดถาวรไปจำนวนหนึ่ง เพราะเปิดมาก็ไม่มีโอกาสมีรายได้เพียงพอรายจ่ายก็ขาดทุน ถามว่าจะขาดทุนไปได้สักกี่เดือน ถ้ารัฐบาลยังไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยธุรกิจท่องเที่ยว ต่อไปธุรกิจท่องเที่ยวอาจไม่ได้เป็นเส้นเลือดของประเทศอีกต่อไป

    สถานบันเทิงธุรกิจที่ถูกมองข้าม

    ด้านนายณธนวัฒน์ ศรีสุข ตัวแทนผู้ประกอบการสถานบันเทิงและกลุ่มศิลปินกลางคืน กล่าวว่าธุรกิจกลางคืนถูกมองเป็นธุรกิจสีเทา ไม่มีสวัสดิการภาครัฐเข้าถึง หลายคนมองว่าเราเป็นกลุ่มเล็ก แต่ความจริงมีคนอยู่ 7 ล้านคนทั่วประเทศ มาตรการภาครัฐเข้มงวดกับพวกเราเหลือเกิน ตอนนี้กว่าคนจะมาถึงร้านก็สี่ทุ่ม ห้าทุ่มครึ่ง การแสดงบนเวทีก็ต้องปิด เพราะถ้าเปิดต่อไปจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุม เพราะให้เวลาเปิดถึงแค่เที่ยงคืน เราจะทำอะไรกับเวลาชั่วโมงครึ่ง อยากฝากถึงรัฐบาลว่าการอนุญาตให้เปิดถึงเที่ยงคืน กับขยายไปถึงตีสองมันต่างกันอย่างไร

    เปิดเกาะภูเก็ตเขตท่องเที่ยวพิเศษ

    ขณะที่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช สมาชิกเริ่มต้นกลุ่มแคร์ กล่าวสรุปข้อเสนอของกลุ่มแคร์ว่า โควิดจะอยู่กับเราอีกอย่างน้อย 2 ปี เราจะอยู่กับมันได้อย่างไร ต้องคิดวิธีใหม่ ทำอย่างไรให้อยู่รอดก่อน กลุ่มแคร์ได้เสนอไว้แล้วเรื่องการชุบชีวิตเศรษฐกิจไทย อัดฉีดเงิน 2 ล้านล้านให้เอสเอ็มอี ให้ผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวเรามีข้อเสนอการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ เริ่มต้นรัฐบาลต้องเจรจากับต่างประเทศ เคารพซึ่งกันและกัน กำหนดมาตรการร่วมกัน และเรียกร้องให้เริ่มเจรจาทันทีเพราะกว่าจะเสร็จสิ้นก็ใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน เลือกประเทศที่คุมโรคได้ดีแล้วอยากเข้ามา เท่าที่ทราบมีตัวแทนสถานทูตหลายประเทศเข้ามาเจรจากับรัฐบาล ต้องมีข้อตกลงร่วมกัน เช่นก่อนเดินทางคนที่ขอเข้ามาต้องไม่ติดเชื้อเข้าประเทศ แล้วให้นักท่องเที่ยวเลือกโรงแรมที่มีมาตรการป้องกันอย่างดี แล้วปฏิบัติร่วมกัน ใช้เทคโนโลยีมาประกอบเพื่อสร้างความมั่นใจว่าปลอดภัย ข้อเสนอต่อมาคือเปิดเกาะภูเก็ตเป็นเขตเศรษฐกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะ กำหนดมาตรการต่างๆ ข้อห่วงใยของรัฐก็ไปกำหนดเป็นมาตรการ ตรวจทั้งผู้มาพักและผู้ให้บริการ ให้มีความปลอดภัยซึ่งกันและกัน

    จับแก๊งลอบขนเขมรเข้าไทย

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ระบุได้รับข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงว่ามีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาเป็นจำนวนมากในช่วงนี้ ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 ก.ค. พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.ฝ่ายปกครองจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองในช่วงโควิด ผู้ต้องหา 5 คนทราบชื่อนายชวลิต ผดุงเวช นายวิโรจน์ เขจรสาย นายสุดล วงค์สุพรรณ์ นายองอาจ ทดหสี และนายณัฐพงษ์ ดอนสินพูล พร้อมของกลางรถกระบะ 5 คัน และแรงงานชาวกัมพูชา 88 คน รวบตัวได้ที่ ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา สารภาพรับแรงงานมาจาก จ.สระแก้ว ไม่ผ่านด่านแล้วมาพักไว้ที่ จ.ฉะเชิงเทรา จะมีนายทุนมารับอีกทอด โดยแรงงานจะต้องเสียเงินให้เอเย่นต์รายละ 4,000 บาท

    ร้องถูกทวงคืนเงินเยียวยา

    ส่วนที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น นายเฉลย สถิตชน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ นายประวิทย์ แนนเกี้ยง อายุ 54 ปี กับภรรยา ลูกบ้าน เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรม เนื่องจากนายประวิทย์ได้รับหนังสือจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ให้คืนเงินเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน) ที่ได้รับมาภายใน 7 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ ให้เหตุผลว่านายประวิทย์สละสิทธิ์การได้รับเงินชดเชย โดยนายประวิทย์ กล่าวว่าตนกับภรรยาใช้ให้ลูกหลานในหมู่บ้านลงทะเบียนรับเงินเยียวยาตามที่รัฐบาลประกาศช่วยเหลือประชาชนในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด โดยก่อนลงทะเบียนได้ไปเปิดบัญชีที่ ธ.ก.ส.เรียบร้อย เพื่อรับโอนเงิน แต่ทั้งตนและภรรยาไม่มีใครได้รับเงินดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว แต่กลับได้รับหนังสือทวงเงินดังกล่าว

    คนไทยในยุโรปกลับมาเพียบ

    ขณะที่ตลอดช่วงบ่ายยันค่ำวันที่ 11 ก.ค.ยังคงมีคนไทยในต่างประเทศเดินทางกลับมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากเวลา 14.40 น. สายการบินเอแอลเอ็มแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KL875 นำคนไทยในทวีปยุโรป 11 ประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เบลเยียม สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฮังการี สวิตเซอร์แลนด์ และโปรตุเกส จำนวน 160 คน พร้อมด้วยนักการทูตชาวนอร์เวย์ 4 คน ฟินแลนด์ 1 คน สวิตเซอร์แลนด์ 1 คน กับนักเดินทางสัญชาติอังกฤษ 3 คน สวิตเซอร์แลนด์ 2 คน เนเธอร์แลนด์ 1 คน และเดนมาร์ก 1 คน รวม 173 คน เดินทางจากเมืองอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ถึงไทย ในจำนวนนี้พบคนมีไข้ 6 คน

    นักธุรกิจต่างชาติทยอยเข้าไทย

    ต่อด้วยเวลา 18.35 น. สายการบินเมียนไทย สมายล์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ WE8128 นำคนไทยในประเทศไนจีเรีย จำนวน 32 คน ในมาเลเซีย 1 คน พร้อมด้วยนักธุรกิจสัญชาติมาเลเซีย 3 คน รวม 36 คน เดินทางเข้าไทย และเวลา 21.05 น.สายการโคเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KE651 นำคนไทยตกค้างจากสหรัฐอเมริกา จำนวน 228 คน พร้อมด้วยนักธุรกิจสัญชาติสหรัฐฯ จีน และเกาหลีใต้ รวม 10 คน เดินทางมาถึง โดยผู้โดยสารที่ตรวจพบมีไข้จะถูกส่งไปตรวจหาเชื้ออย่างละเอียดที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ ส่วนคนที่เหลือเจ้าหน้าที่นำไปกักตัวในสถานที่กักตัวที่รัฐกำหนด ซึ่งกระจายอยู่ใน กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และชลบุรี

    ส่งกลับอินเดียไร้วีซ่า

    นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่อนุญาตให้นักธุรกิจสัญชาติอินเดีย 1 คน ที่เดินทางมาจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย พร้อมกับกลุ่มคนไทยตกค้างในกรุงนิวเดลี และนักธุรกิจชาวต่างชาติอีกจำนวนหนึ่ง ด้วยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI334 เดินทางเข้าประเทศไทย และดำเนินการส่งตัวกลับประเทศอินเดียด้วยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI335 ในทันที เนื่องจากเดินทางเข้าประเทศด้วยไม่มีวีซ่า ตามระเบียบของรัฐบาลไทย โดยชายชาวอินเดียดังกล่าวนับเป็นชาวต่างชาติที่มีเอกสารการเดินทางเข้าประเทศไทยไม่ครบ และถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางเป็นคนแรก นับจากรัฐบาลไทยมีมาตรการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเดือน เม.ย.2563 เป็นต้นมา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.ที่เริ่มมีชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยทยอยเดินทางเข้าประเทศ จนถึงวันที่ 10 ก.ค.เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองมักพบชาวต่างชาติมีปัญหาเอกสารการเดินทางเข้าประเทศไม่ครบเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาไม่มีหนังสือรับรองผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากประเทศต้นทางมาแสดง

    สหรัฐฯติดเชื้อทำสถิติ 3 วันติด

    ด้านสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่า ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกได้ขยับเป็น 12.6 ล้านคน เสียชีวิตรวม 563,185 คน รักษาหาย 7.38 ล้านคน โดยที่สหรัฐอเมริกาตรวจพบผู้ติดเชื้อในวันเดียวทำสถิติเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน มากกว่า 69,000 คน หลังจากวันที่ 10 ก.ค. ทำสถิติไปแล้ว 65,000 คน และวันที่ 9 ก.ค. 60,000 คน กรณีนี้ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมในสหรัฐฯ กลายเป็น 3.3 ล้านคน เสียชีวิตรวม 136,671 คน

    ผู้ว่าฯเท็กซัสจ่อปิดเมืองอีก

    สำนักข่าวรอยเตอร์ยังรายงานด้วยว่า ในวันเดียวกันนี้ มี 9 รัฐในอเมริกาที่พบผู้ติดเชื้อในวันเดียวทำสถิติสูงสุด ได้แก่รัฐอลาสกา จอร์เจีย ไอดาโฮ ไอโอวา หลุยเซียนา มอนทานา โอไฮโอ ยูทาห์ และวิสคอนซิน ด้านนายเกรก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส เผยว่า ถ้าสถานการณ์ยังคุมไม่อยู่เช่นนี้ จะต้องมีการสั่งปิดเศรษฐกิจรอบใหม่ แต่ยังไม่ชัดเจนเรื่องวันเวลา ส่วนที่รัฐฟลอริดา จุดศูนย์กลางแพร่ระบาดรุนแรงในสหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อวันเดียว 11,433 คน ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา พนักงานสวนสนุกดิสนีย์กว่า 19,000 คน ได้รวมรายชื่อเรียกร้องให้บริษัท วอลต์ ดิสนีย์ ชะลอการเปิดสวนสนุกตามกำหนดเดิมในวันที่ 11 ก.ค. แต่ทางบริษัทชี้แจงว่ามีมาตรการรักษาระยะห่างที่รัดกุม

    บราซิลดับทะลุ 7 หมื่นคน

    ที่บราซิล จุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดอันดับ 2 ของโลก กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ยอดผู้เสียชีวิตรวมในประเทศได้พุ่งทะลุ 70,000 คนอย่างเป็นทางการ หลังพบผู้เสียชีวิตในวันเดียว 1,214 คน ขณะที่ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 1.8 ล้านคน ในจำนวนนี้รวมถึงนายฌาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิล ที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ไปจนถึงนักการเมืองคนอื่นๆที่ติดเชื้อก่อนหน้านี้ ไม่ว่า นายเบนโต อัลเบอเคร์คี รมว.พลังงานและเหมือง นายวิลสัน วิตเซล ผู้ว่าการนครริโอ เด จาเนโร และนายบรูโน โควาส นายกเทศมนตรีเมืองเซาเปาโล

    นายกฯผู้ดีเล็งเข้มสวมหน้ากาก

    ที่อังกฤษ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เปิดเผยว่า รัฐบาลอาจจะยกระดับความเข้มงวดเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในที่คนพลุกพล่านหรือสถานที่อับ อย่างร้านค้า ส่วนตัวอยากเห็นคนสวมหน้ากากมากกว่านี้ และก่อนหน้านี้รัฐบาลได้บังคับไปแล้วให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในระบบขนส่งสาธารณะ ส่วนสำนักข่าวบีบีซีรายงานอ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญว่า นักการเมืองอังกฤษยังคงต้องการสร้างภาพลักษณ์ว่า ไวรัสโควิด-19 ไม่ใช่ภัยคุกคามและสามารถเปิดเศรษฐกิจได้แล้ว

    ผู้ป่วยอินเดียฟื้นตัวเยอะขึ้น

    ส่วนที่อินเดีย กระทรวงสาธารณสุขรายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศอยู่ที่ 27,114 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมกลายเป็น 822,674 คน เสียชีวิตรวม 22,152 คน แต่เป็นที่น่าพอใจว่า อัตราการฟื้นตัวของผู้ป่วยได้เพิ่มเป็น 62 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นายฮัสซาน รูฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน ยอมรับว่ารัฐบาลไม่สามารถปิดเศรษฐกิจเพื่อสกัดกั้นไวรัสได้ แม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดในประเทศยังคงน่าวิตกกังวล เนื่องจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจย่ำแย่จากมาตรการคว่ำบาตร โดยทั้งนี้ ยอดผู้ติดเชื้อรวมในอิหร่านอยู่ที่ 252,720 คน เสียชีวิตรวม 12,447คน

    “บิล เกตส์” จี้ชาติรวยอย่ากว้านวัคซีน

    วันเดียวกัน นายเทดรอส อดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นานาชาติ เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นไวรัสโควิด-19 พร้อมยกตัวอย่างว่า ประเทศอิตาลี สเปน เกาหลีใต้ และอินเดีย ยังสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดได้ แม้ว่าสถานการณ์แรกเริ่มจะดูย่ำแย่ ส่วนบิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์์ เรียกร้องต่อประชาคมโลกว่าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ควรถึงมือประเทศกลุ่มคนที่มีความจำ เป็นต้องใช้ ไม่ใช่ว่าใครเงินถึงมีสิทธิก่อน

    รัสเซียเร่งผลิตวัคซีนโควิด–19

    สำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานอ้างแหล่งข่าวกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุอาสาสมัครชาวรัสเซีย ซึ่งเข้ารับการทดลองวัคซีนป้องกัน “โควิด-19” ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เริ่มพัฒนาภูมิต้านทานกันโรคมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ทำให้ทางการรัสเซียอยู่ระหว่างเริ่มพัฒนาตัวยารักษาโรคโควิด-19 ขั้นสุดท้ายแล้ว ขณะที่อาสาสมัครทดสอบวัคซีนของรัสเซียกลุ่มแรกตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มิ.ย.ได้รับอนุญาตกลับบ้านแล้วตั้งแต่ 15 ก.ค.โดยไม่มีรายงานเกิดผลกระทบข้างเคียงกับคนเหล่านั้น ส่วนกระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย ระบุกำลังวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโคโรนาไวรัสมากถึง 17 ชนิด ซึ่งถ้าทดลองประสบความสำเร็จได้ผลดีภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ จะเตรียมลงทะเบียนผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ภายในเดือน ส.ค. เพื่อนำไปสู่การผลิตวัคซีนจำนวนมากต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ข่าวหน้า1ทดลองวัคซีนโควิด-19COVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้