ไทยเตรียมเฮดังๆหลังปลอดผู้ติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในประเทศต่อเนื่องเป็นวันที่ 26 แต่ยังพบติดเชื้อเพิ่ม 1 รายจากกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับจากบาห์เรน อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ส่วนคนป่วยรักษาจนกลับบ้านได้เพิ่มอีก 10 คน ไร้ตายเพิ่ม ขณะที่ “สธ.-แรงงาน” ประสานเสียง แรงงานพม่าติดเชื้อไวรัสมรณะไม่ได้ทำงานในไทย คาดเป็นกลุ่มมาจากมาเลเซีย ถูกกักตัวที่ด่านสะเดา ที่พบผู้ติดเชื้อจริงแต่รักษาจนหายป่วยแล้วพาส่งขึ้นรถที่หมอชิตไปด่านแม่สอด จ.ตาก ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกยังย่ำแย่ หลายที่ยังพบการระบาดหนัก โดยที่ บราซิลป่วยหนักติดเชื้อทะลุล้านคน ขณะที่จีน-เกาหลีใต้-ออสเตรเลีย-เยอรมนี เจอระบาดรอบใหม่

น่าดีใจ ไทยปลอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ติดกันเองภายในประเทศต่อเนื่องเกือบครบสองสัปดาห์ แม้ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศอีก 1 ราย แต่ยอดคนรักษาหายดีจนกลับบ้านได้ก็เพิ่มขึ้น 10 คน โดยไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

ป่วยโควิด–19 เพิ่ม 1 ราย

ที่กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 20 มิ.ย. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ติดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจากประเทศบาห์เรนและเข้ารับการเฝ้าระวังในสถานที่ที่รัฐจัดให้ มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 10 ราย ทำให้ผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,018 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.90 ของ ผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 71 ราย หรือร้อยละ 2.26 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,147 ราย

เฮ! ปลอดเชื้อในประเทศวันที่ 26

ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวต่อว่า จากรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อของประเทศไทยนับถึงวันนี้เป็นวันที่ 26 แล้วที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ แต่การติดเชื้อในขณะนี้เป็นคนไทยจากต่างประเทศและทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลได้จัดระบบเฝ้าระวังคนไทยกลุ่มนี้ ทั้งการตรวจคัดกรองผู้ที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ อาการระบบทางเดินหายใจ การจัดที่พักเพื่อเฝ้าระวังกักตัวเป็นเวลา 14 วัน แม้ระยะหลังผู้ติดเชื้อรายใหม่มักจะไม่แสดงอาการป่วยเนื่องจากเป็นกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาที่มีร่างกายแข็งแรง แต่กระทรวงสาธารณสุขยังสามารถตรวจพบ จากการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อจากทุกคนที่เข้ารับการกักตัว จำนวน 2 ครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่เชื้อให้คนในประเทศ และในวันนี้จะมีเที่ยวบินรับคนไทยจากประเทศเยอรมนี บรูไน เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา กลับเข้าประเทศ รวม 499 ราย ทุกคนจะเข้าระบบเฝ้าระวังตามมาตรการควบคุมป้องกันโรค นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้มีการเฝ้า ระวังและตรวจหาเชื้อในแรงงานต่างด้าวแล้วตั้งแต่เดือน พ.ค.-15 มิ.ย.2563 รวม 11,027 คน ผลไม่พบเชื้อก่อโรคโควิด-19

เข้มมาตรการป้องกันแพร่เชื้อ

นพ.โสภณกล่าวอีกว่า สำหรับคนไทยในประเทศ การป้องกันตัวเองจากเชื้อโควิด-19 ยังมีความจำเป็น เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 4 ทำให้ประชาชนออกนอกบ้านเพื่อทำกิจวัตรมากขึ้น ทั้งการจับจ่ายซื้อของ ท่องเที่ยว เกิดการรวมตัวของคนมากขึ้น ดังนั้น การสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เว้นระยะห่าง เลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มีคนอยู่มากๆ งดการนำมือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก และล้างมือบ่อยๆ จะเป็นการสร้างเกราะป้องกันเชื้อโควิด-19 และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆได้

เร่งสืบประวัติ 23 พม่าติดเชื้อ

ต่อมา นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าพบแรงงานชาวพม่าติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากไทยว่า กรมควบคุมโรคได้ประสานข้อมูลกับประเทศเมียนมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมอบหมายให้กองระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 12 จังหวัดสงขลา สอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม เบื้องต้นพบว่าแรงงานชาวพม่ากลุ่มดังกล่าวมีทั้งกลุ่มที่มีประวัติเดินทางจากประเทศไทย บางส่วนมีประวัติมาจากประเทศมาเลเซีย โดยทั้งหมดเข้าพักในสถานที่กักกันที่ทางการเมียนมาจัดเตรียมไว้และได้รับการตรวจหาเชื้อ ซึ่งผลจากการสอบสวนเบื้องต้นคาดว่าแรงงานกลุ่มนี้อาจเป็นกลุ่มแรงงานพม่าที่เคยถูกทางการไทยกักตัวไว้ในศูนย์กักกัน อ.สะเดา จ.สงขลา จำนวน 42 คน ตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งต่างด้าวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ตรวจพบเชื้อ และได้รายงานเป็นผู้ป่วย รวมทั้งได้รับการรักษาหายดีแล้ว แพทย์ให้ออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.และถูกส่งกลับเมียนมา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา

พม่าป่วยแต่ไทยรักษาจนหาย

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวต่อว่า ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ออกจากศูนย์กักกันตรวจคนเข้าเมืองสะเดาหรือไม่ ซึ่งต้องมีการติดตามรายละเอียดการเดินทางกลับไปเมียนมา การตรวจหาเชื้อ และอาการป่วยโดยประสานงานผ่านกลไกของกฎอนามัยระหว่างประเทศ และองค์การอนามัยโลก ก่อนจะสรุปข้อเท็จจริงและจัดทำมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคต่อไป อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ประเทศไทยพบผู้ป่วยที่เป็นแรงงานต่างด้าว จำนวน 23 ราย เป็นพม่า 19 ราย กัมพูชา 2 ราย และลาว 2 ราย ไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน และจากการสุ่มตรวจหาเชื้อเพื่อการเฝ้าระวังในกลุ่มแรงงานต่างด้าว จำนวน 11,027 คน ยังไม่พบการติดเชื้อ (ข้อมูล ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2563) ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ยังคงเน้นย้ำมาตรการตรวจคัดกรองตามจุดผ่านเข้าออกพรมแดนของประเทศ การเฝ้าระวังในกลุ่มแรงงานที่จะเดินทางกลับ และการเฝ้าระวังในกลุ่มประชากรเสี่ยง ซึ่งกลุ่มผู้ต้องกักแรกรับ และแรงงานต่างด้าวรวมอยู่ในกลุ่มเป้าหมายนี้ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยที่มีความเข้มข้นและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

...

“หม่อมเต่า” ยันไม่ใช่แรงงานในไทย

วันเดียวกัน ม.ร.ว.จัตุมงคล ให้สัมภาษณ์กรณีมีรายงานข่าวจากประเทศเมียนมาพบชาวพม่าที่เดินทางกลับจากประเทศไทยและมาเลเซียติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 23 รายว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งตนก็ได้รับรายงานว่าเป็นชาวพม่าที่ข้ามมาจากประเทศมาเลเซียเข้าไทย แล้วถูกกักตัวอยู่ในไทยก่อนส่งตัวไป อ.แม่สอด จ.ตาก กลับประเทศเมียนมา ซึ่งมีทั้งที่ติดเชื้อโควิด และหายจากการติดเชื้อแล้ว ไม่ได้เป็นแรงงานพม่าที่ทำงานในประเทศไทย ส่วนจะเข้าไทยมาจากทางไหน ด่านชายแดนไม่ได้เปิดเข้าออกเสรี แต่ยังมีช่องทางธรรมชาติอยู่ ส่วนแรงงานต่างด้าวในประเทศได้ดูแลตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ตนประชุมทุกวันพุธเท่าที่ดูตัวเลขแรงงานต่างด้าว 2.8 ล้านคน ไม่เคยมีรายงานว่ามีคนป่วยจากไวรัสโควิด-19 อาจเพราะส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวอายุน้อยมีร่างกายแข็งแรง เข้ามาแล้วทำแต่งานไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนจึงไม่มีคนติดเชื้อ

ไปจากหมอชิตปลายทางแม่สอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.-19 มิ.ย. มีการส่งแรงงานสัญชาติพม่าเดินทางกลับประเทศจำนวน 5,200 คน ที่ทำงานก่อสร้าง งานโรงงาน และร้านอาหาร จาก กทม. สมุทรสาคร ชลบุรี ภูเก็ต นครปฐม พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครราชสีมา และพังงา อยู่ในกลุ่มเอ็มโอยูหมดอายุ กลุ่มบัตรชมพูยังไม่หมดอายุแต่นายจ้างปิดกิจการจากโควิด-19 และกลุ่มที่ต้องการเดินทางกลับ โดยเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.กระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ร่วมส่งกลับอีก 126 คน เดินทางจากสถานีขนส่งหมอชิตไปจุดผ่านแดน อ.แม่สอด จ.ตาก

...

ตรวจ จนท.จุดคัดกรองแม่สอด

สำหรับสถานการณ์ที่ชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก หลังทางการเมียนมาแจ้งว่าพบชาวพม่าจากไทยติดเชื้อโควิด-19 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 20 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อ จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อยู่ตรงข้ามบ้านวังตะเคียนใต้ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ยังคงเข้มงวดตรวจคัดกรองแรงงานชาวพม่าเดินทางกลับจากประเทศไทย ภายหลัง พบแรงงานชาย 2 คน เคยทำงานในประเทศไทย เดินทางผ่าน อ.แม่สอด กลับแขวงหงสาวดี ตรวจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่หน่วยงานควบคุมโรคติดต่อเมียนมาเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อ 23 คน เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศไทย 19 คน และประเทศมาเลเซีย 4 คน ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผวจ.ตาก มีหนังสือสั่งการด่วนให้ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด -19 เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับแรงงานพม่าเดินทางกลับประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

หาต้นตอแรงงานพม่าป่วย

ส่วนที่ศูนย์แสดงสินค้า อ.แม่สอด จ.ตาก นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามการป้องกันไวรัสโควิด-19 พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 รวมทั้งให้กำลังใจ อสม. และเยี่ยมชมการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ รพ.แม่สอด นายสาธิตเปิดเผยว่า ขอชื่นชมการดำเนินงานของทุกภาคส่วน ขอให้ทำงานอย่างเต็มที่การ์ดอย่าตก ส่วนกรณีแรงงานชาวพม่าเดินทางผ่านด่าน อ.แม่สอด กลับภูมิลำเนาพบการติดเชื้อ 19 คน จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแรงงานกลุ่มนี้เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย เคยอยู่ในศูนย์กัก อ.สะเดา จ.สงขลา อาจติดเชื้อตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ชายแดนไทย-เมียนมา หรือในศูนย์กักกัน ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการติดตามรายละเอียด สำหรับผู้ป่วยที่สาธารณสุขเมียนมาตรวจพบอาจจะมีบางคนป่วยแล้วรักษาหาย หรืออาจจะมีซากของโรคฝังในตัวแต่ไม่มีเชื้อก็เป็นได้

...

ค้นประวัติผู้ถูกกักศูนย์สะเดา

ด้าน นพ.สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ รักษาการ ผอ.รพ.สะเดา จ.สงขลา กล่าวถึงกรณีพบแรงงานชาวพม่าเคยถูกกักตัวภายในศูนย์กักพื้นที่ อ.สะเดา แล้วเดินทางผ่านพรมแดน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อกลับถึงภูมิลำเนามีการตรวจพบเชื้อโควิด-19 จำนวน 19 คน ว่า ขณะนี้ได้เร่งประสานกับส่วนกลาง เพื่อตรวจสอบขอรายชื่อและรูปถ่ายชาวพม่าที่ติดเชื้อทั้งหมดว่าเคยถูกกักตัวในศูนย์พื้นที่ อ.สะเดาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ป่วยติดเชื้อแพทย์และพยาบาลจะดูแลรักษาจนมั่นใจว่าหายขาด ขณะเดียวกันมีข้อมูลว่าผู้ที่มีผลเป็นบวก ผลดังกล่าวจะอยู่ได้อีกนานเพราะเป็นเศษซากที่ตายแล้วแต่ยังมีอยู่ในเซลล์ การตรวจซ้ำอาจจะมีผลบวกทั้งที่เชื้อตายไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นทางที่ดีต้องใช้วิธีเพาะเชื้อว่ามีเชื้ออีกหรือไม่

500 คนไทยกลับถึงมาตุภูมิ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คนไทยที่ได้รับผลกระทบสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และตกค้างอยู่ในประเทศเยอรมนี บรูไน เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ประมาณ 500 คน ทยอยเดินทางกลับถึงประเทศไทย จำนวน 4 เที่ยวบิน เริ่มจากเวลา 01.35 น. คนไทยที่ตกค้างในประเทศเยอรมนี 144 คน พร้อมด้วยนักธุรกิจสัญชาติเช็ก 2 คน และนักธุรกิจสัญชาติเยอรมัน 1 คน รวม 147 คน ในจำนวนนี้เป็นพระภิกษุ 2 รูป เดินทางมาถึง และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคตรวจพบผู้เดินทางเข้าประเทศมีไข้ 1 คน ต่อด้วยเวลา 12.50 น. กลุ่มคนไทยที่ตกค้างในประเทศบรูไน 44 คน เดินทางมาถึงและตรวจพบมีไข้ 1 คน จากนั้นเวลา 21.45 น. คนไทยในเกาหลีใต้ 180 คน และเวลา 22.40 น. คนไทยในสหรัฐอเมริกา อีก 133 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทย ซึ่งผู้โดยสารที่ตรวจพบมีไข้ เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคนำส่ง รพ.ทันที ส่วนที่เหลือนำไปยังสถานกักตัวที่รัฐกำหนด ซึ่งกระจายอยู่ใน กทม. ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และชลบุรี

ยอดติดเชื้อโลกยังพุ่ง

สำหรับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ใน 213 ประเทศหรือดินแดนทั่วโลก เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ยอดผู้ติดเชื้อรวมทั่วโลกอยู่ที่ 8.78 ล้านคน ผู้เสียชีวิตรวมทั่วโลกอยู่ที่ 4.63 แสนคน รักษาหายดีแล้ว 4.64 ล้านคน ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดในโลกอยู่ที่สหรัฐฯ 2.29 ล้านคน และ 1.21 แสนคน ตามลำดับ ส่วนบราซิล ผู้ติดเชื้อรวม 1.03 ล้านคน ผู้เสียชีวิต 49,090 คน และรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 3 ของโลก อยู่ที่ 5.76 แสนคน ผู้เสียชีวิต 8,002 คน

ชี้เหตุบราซิลติดเชื้อเกินล้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า บราซิล กลายเป็นประเทศที่ 2 ของโลกต่อจากสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิน 1 ล้านคน และยังไม่มีทีท่าว่าการระบาดจะทุเลาลง กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเผยว่าการที่ประธานาธิบดีฌาอีร์ บอลโซนาโร ของบราซิลปฏิเสธทำตามข้อแนะนำต่างๆ เช่น การเว้นระยะห่างหรือบังคับใช้คำสั่งล็อกดาวน์ ถือเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดการระบาดรุนแรง โดยบราซิลไม่บังคับใช้คำสั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศ แต่ให้แต่ละรัฐหรือเมืองใหญ่ใช้มาตรการของตัวเอง ทำให้ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มผ่อนคลายคำสั่งล็อกดาวน์ แม้ยอดผู้ติดเชื้อยังอยู่ในระดับสูง

ศูนย์กลางระบาดมะกันเปลี่ยน

ส่วนสหรัฐฯ ยอดผู้ติดเชื้อรายวันกลับมาเพิ่มขึ้นอีกใน 20 รัฐทั่วประเทศ ขณะที่ศูนย์กลางการระบาดปรับเปลี่ยนจากรัฐนิวยอร์ก ไปพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือและใต้และตกแทน เช่น รัฐฟลอริดา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันเพิ่มมากเป็นสถิติเกือบทุกวัน โดยเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อมากถึง 3,822 คน ท่ามกลางความวิตกการเกิดระบาดระลอก 2 หลัง หลายรัฐเปิดธุรกิจได้ระยะหนึ่งแล้วและยังมีการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ

ผู้ดีวอนงดรวมตัวที่สโตนเฮนจ์

ขณะที่อังกฤษ ทางการได้ขอความร่วมมือประชาชนงดมารวมตัวทำพิธีฉลองพระอาทิตย์ขึ้น หรือครีษมายัน วันที่มีช่วงกลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ในวันที่ 21 มิ.ย. ที่เขตอนุสรณ์สถานสโตนเฮนจ์ (Stonehenge) หรือวงเสาหินโบราณลึกลับและสิ่งมหัศจรรย์ของโลกหลังยุคหิน ที่เมืองวิลต์ไชร์ ทางตอนใต้ของอังกฤษ โดยศูนย์มรดกของอังกฤษ (English Heritage) ผู้ดูแลสโตนเฮนจ์ จะถ่ายทอดสดช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นบนสื่อสังคมออนไลน์ให้ติดตามแทน เนื่องจากยังอยู่ในมาตรการห้ามชุมนุมทั่วประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งอังกฤษ มีผู้ติดเชื้อรวม 301,815 คน ผู้เสียชีวิต 42,461 คน

เยอรมนีเล็งล็อกดาวน์ทั้งแคว้น

ที่เยอรมนี นายอาร์มิน ลาสเชท มุขมนตรีแคว้นนอร์ธ ไรน์เวสต์ฟาเลีย เปิดเผยว่า กรณีการตรวจพบการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 ในโรงฆ่าสัตว์ของบริษัทผู้ผลิตเนื้อสัตว์รายใหญ่ “เทินนีส์” ในเมืองกูเทอร์สโลห์ ของแคว้นนั้น ได้ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 803 คนแล้ว และมีความเป็นไปได้ว่าหากควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ไม่อยู่ ก็ต้องมีการสั่งล็อกดาวน์แคว้นกันรอบใหม่ ด้านผู้ติดเชื้อ รวมอยู่ที่ 190,660 คน ผู้เสียชีวิต 8,960 คน

ซาอุฯเปิดมัสยิดนครเมกกะ

ซาอุดีอาระเบียที่มีผู้ติดเชื้อรวม 150,292 คน ผู้เสียชีวิต 1,184 คน แถลงแผนเปิดมัสยิดต่างๆในนครเมกกะ เมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวมุสลิมทั่วโลกในวันที่ 21 มิ.ย. หลังปิดมากว่า3 เดือนเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 แผนเปิดมัสยิดในนครเมกกะมีขึ้นหลายสัปดาห์ก่อนพิธีฮัจญ์อันศักดิ์สิทธิ์จะเริ่มขึ้นช่วงปลายเดือน ก.ค. แต่ทางการซาอุฯยังไม่ประกาศว่าจะจัดพิธีฮัจญ์ตามกำหนดวันเดิมหรือยกเลิก ส่วนมัสยิดต่างๆนอกนครเมกกะ เจ้าหน้าที่อนุญาตเปิดตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. พร้อมมาตรการเข้มงวดต่างๆรวมทั้งการเว้นระยะห่างทางสังคม

โสมติดทำสถิติรอบ 3 สัปดาห์

ที่เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ หลังพบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 67 คน ในจำนวนนี้ 36 คน ติดเชื้อในประเทศและอีก 31 คน เดินทางมาจากต่างประเทศ การแพร่ระบาดในประเทศยังคงพบว่ามาจากการจัดกิจกรรมทางศาสนา บ้านพักคนชรา กิจกรรมกีฬาในร่ม และจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 36 คน พบด้วยว่ามี 14 คนติดเชื้อในกรุงโซล อีก 17 คน ในจังหวัดกยองยี และ 5 คนในเมืองท่าอินชอน แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตรายใหม่ ส่วนญี่ปุ่น มีผู้ติดเชื้อรวม 17,740 คน ผู้เสียชีวิต 935 คน

ปักกิ่งไล่ตรวจ พนง.ดีลิเวอรี

ที่จีน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 27 คน รวมทั้ง 22 คน ที่กรุงปักกิ่ง ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ ยอด ผู้ติดเชื้อรวมอยู่ที่ 83,352 คน ผู้เสียชีวิต 4,634 คน ส่วนมาตรการควบคุมการระบาดในท้องถิ่นระลอกใหม่ที่กรุงปักกิ่งเชื่อมโยงตลาดค้าส่งซินฟาตี เขตเฟิงไท่ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจหาเชื้อไวรัสมรณะกับพนักงานส่งสินค้าตามสั่ง (delivery personnel) ทั่วกรุงปักกิ่ง หลังก่อนหน้านี้ ทางการสุ่มตรวจหาเชื้อไวรัสมรณะกับคนในชุมชนใกล้ตลาดซินฟาตี ผู้ทำงานที่ตลาดหรือคนที่เคยไปซื้อของที่ตลาด โดยนับแต่เกิดการระบาดระลอกใหม่ที่กรุงปักกิ่งเชื่อมโยงตลาดซินฟาตีเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. มีผู้ติดเชื้อรวมแล้วกว่า 200 คน

อินโดฯเปิดสวนสัตว์เก่าแก่

ส่วนอินโดนีเซีย ที่มีผู้ติดเชื้อรวม 45,029 คน ผู้เสียชีวิต 2,429 คน เจ้าหน้าที่เปิดสวนสัตว์ “รากุนัน” อายุเก่าแก่ 156 ปี ที่กรุงจาการ์ตาแล้ว หลังปิดมากว่า 3 เดือน แต่จำกัดผู้คนเข้าวันละ 1,000 คน และต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม ห้ามผู้หญิงมีครรภ์ เด็กอายุ 9 ปีหรือต่ำกว่าและผู้สูงอายุเข้า ด้านสิงคโปร์ มีผู้ติดเชื้อรวม 41,833 คน ผู้เสียชีวิต 26 คน ฟิลิปปินส์ มีผู้ติดเชื้อ 28,459 คน ผู้เสียชีวิต 1,130 คน และมาเลเซีย มีผู้ติดเชื้อ 8,556 คน ผู้เสียชีวิต 121 คน