ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แหกคุก-จับเมีย ผบ.เรือนจำ แฉแผนร้ายบรรยิน (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์20 มิ.ย. 2563 05:13 น.
    SHARE

    ส่งลูกสมุนไปจัดทีมชิงตัว มีแผนวางระเบิด-ใช้ฮ.รับ แต่ดันโดนจับ-แผนแตก

    กองปราบฯเจอคดีเด็ดจากผู้ต้องหาคดีค้างเก่า ปูดระหว่างติดคุกในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯได้รับการติดต่อจาก พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ผู้ต้องหาฆ่า “เสี่ยชูวงษ์” และคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ให้ช่วยแหกคุก หลังตกลง พ.ต.ท.บรรยินจ้างทนายมาประกันตัวออกไป ติดต่อ ส.ส.นครสวรรค์ ลูกน้องเก่า ช่วยจัดทีมชิงตัวจากคุก หรือจับเมีย ผบ.เรือนจำเป็นตัวประกันแลกอิสรภาพ แต่ ส.ส.ลูกน้องเก่าไม่เล่นด้วย จนผู้ต้องหาถูกกองปราบฯจับตามหมายเก่าเสียก่อน หลังสืบสวนขยายผลพบคนสนิทในเรือนจำที่ได้ประกันตัวมาอีกคน ตามลากคอสอบสวนเปิดปากรับ ถูกสั่งให้จัดทีมระเบิด ข้างเรือนจำสร้างสถานการณ์ หลังจากนั้นจะล้มเสาธงยักษ์กลางลานพาดกำแพงเรือนจำหลบหนี โวแหลกจะมีเฮลิคอปเตอร์มารับด้วย บิ๊กกองปราบฯยัน ตั้งสำนวนสอบสวนแล้วเร่งขยายผล แจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป

    กรณีมีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เเละคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา วางเเผนแหกคุกหลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. พ.ต.อ.เอนก เปาสุภาพ รอง ผบก.ป. เผยว่า คดีนี้มีมูลความจริง เริ่มจากการให้ชุดสืบสวนสอบสวน กก.1 บก.ป. นำโดย พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. ดำเนินการจับกุมผู้ร่วมขบวนการของ พ.ต.ท.บรรยิน ไปแล้ว 2 คนตามหมายจับเก่า แต่รายละเอียดขอยังไม่เปิดเผย เพราะกลัวเสียรูปคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวน บก.ป.ตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการคดีนี้แล้ว เบื้องต้นถ้าการรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น จะแจ้งข้อหาผู้ต้องหา 2 คน ตามความผิดมาตรา 191 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หลุดพ้นจากการคุมขังไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ส่วนผู้ใช้จ้างวานจะดำเนินคดีตามมาตรา 309-310 ประกอบมาตรา 84 ผู้ใช้ให้ผู้ถูกใช้ไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใช้ให้ผู้ถูกใช้ไปหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

    ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสั้นๆว่า พอจะทราบกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.บรรยินจะแหกเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมาบ้าง แต่ยังไม่ทราบที่มาที่ไป และยังไม่มีหน่วยงานไหนออกมายืนยันข้อเท็จจริง แต่กรมราชทัณฑ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของตัวเจ้าหน้าที่และผู้ต้องโทษตามปกติอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุ

    สำหรับคดีนี้ มีรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูงกองปราบปรามว่า คดีนี้เริ่มจากเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. จับกุมนายสุธน หรือโจ ทองศิริ อายุ 42 ปี ภายในซอยลาดพร้าว 130 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ตามหมายจับคดีลักทรัพย์ค้างเก่า เมื่อนำตัวมาสอบสวนเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ท้องที่เกิดเหตุ แต่นายสุธนขอต่อรองปูดเรื่อง พ.ต.ท.บรรยินใช้จ้างวานให้ช่วยแหกคุก เล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกจับกุมดำเนินคดีลักทรัพย์ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พบและรู้จักกับ พ.ต.ท.บรรยินได้รับการติดต่อให้เป็นคนประสานงานวางแผนแหกคุก สั่งให้ตนทำงานให้ 2 แนวทาง ข้อแรกให้หาทางชิงตัว พ.ต.ท.บรรยินออกจากคุก แต่ถ้าข้อแรกทำไม่สำเร็จ ให้ลักพาตัวภรรยาของ ผบ.เรือนจำฯมาให้ได้ เพื่อใช้ต่อรองกับ ผบ.เรือนจำ ตนรับปาก พ.ต.ท.บรรยินให้ทนายความส่วนตัวติดต่อทนายความอีกคนมาประกันตัวออกจากเรือนจำ

    ก่อนออกจากเรือนจำยังให้เบอร์โทรศัพท์ ส.ส.นครสวรรค์คนหนึ่ง ที่เคยเป็นลูกน้องเก่า หลัง ประกันตัวออกมา ครั้งแรกโทร.ติดต่อไปหา ส.ส.คนดังกล่าว แต่ฝ่ายนั้นปฏิเสธไม่เอาด้วย เว้นระยะเวลาไป 2-3 วันตนโทร.ไปอีกครั้งเพื่อขอเงินดำเนินการ แต่ถูกบล็อกเบอร์โทรศัพท์ จึงใช้เบอร์อื่นโทร.ไปหาอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายตัดสายทิ้งแล้วติดต่อไม่ได้อีกเลย จนมาถูกชุดสืบสวนกองปราบปรามจับกุมตามหมายจับเก่า หลังได้ข้อมูลเบื้องต้นชุดสืบสวนยังไม่เชื่อ ส่งตัวนายสุธนให้ สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามหมายจับ

    แต่ชุดสืบสวนยังไม่ทิ้งประเด็น เข้าสืบสวนหาข้อมูลกับผู้คุมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ข้อมูลว่า พ.ต.ท.บรรยินสนิทสนมกับผู้ต้องขังอีกคน ที่เป็นขาใหญ่คอยติดต่อระหว่างผู้คุมกับผู้ต้องขังชื่อนายท๊อป อายุ 30 ปี (ไม่ขอเปิดเผยชื่อนามสกุลจริง) ผู้ต้องขังคดีกรรโชกทรัพย์ ชาวจังหวัดนครสวรรค์ แต่ระหว่างชุดสืบสวนกองปราบปรามเข้าหาข้อมูลในเรือนจำ ปรากฏว่า มีญาติมาประกันตัวนายท๊อป

    ออกมาเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.รีบตรวจสอบหมายจับเก่านายท๊อปปรากฏว่า มีหมายจับข้อหากรรโชกทรัพย์ค้างอีกคดี ส่งชุดติดตามจับกุมได้ที่หลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.
    นำตัวมาสอบสวนอย่างละเอียด นายท๊อปรับว่า รู้จัก พ.ต.ท.บรรยินในเรือนจำจริงระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ พ.ต.ท.บรรยินสั่งให้หาทางช่วยเหลือออกจากคุกเช่นเดียวกับนายโจ พ.ต.ท.บรรยินเล่ารายละเอียดแผนการว่า วันก่อเหตุยังไม่ระบุจะมีคนมาวางระเบิดข้างเรือนจำเพื่อสร้างความวุ่นวาย จากนั้นจะล้มเสาธงชาติกลางลานสนามหญ้าให้พาดกำแพงเรือนจำเพื่อใช้ปีนหนีหลบหนีออกมา เมื่อออกมาได้จะมีเฮลิคอปเตอร์มารับตัว หลังจากสอบสวนเสร็จสิ้น ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.แจ้งข้อหาตามหมายจับเก่าส่งไปดำเนินคดีที่ จ.นครสวรรค์ นอกจากนี้ จากการสอบถามผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯบางคน ให้การว่า นายท๊อปมาสอบถามเส้นทางที่รถควบคุมผู้ต้องหามักจะใช้ขณะคุมตัวไปขึ้นศาลจังหวัดพระโขนง ที่ พ.ต.ท.บรรยินต้องเดินทางไปขึ้นศาลด้วย

    มีรายงานด้วยว่า หลังถูกเปิดโปงแผนการแหกคุก เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามกำลังพิจารณาตั้งข้อหา พ.ต.ท.บรรยินเพิ่มเติม จนเกิดอาการเครียดอย่างหนัก จนเมื่อ 3 วันก่อน มีข่าวว่าพยายามฆ่าตัวตายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่มีผู้มาพบเห็นก่อน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1บรรยิน ตั้งภากรณ์เสี่ยชูวงษ์วางระเบิดคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาชูวงษ์ แซ่ตั๊งข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo