ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "สมศักดิ์" แจงคืบปลดล็อก "กระท่อม" ชี้ศึกษาก่อนปลูก หวั่นล้นตลาด

    ไทยรัฐออนไลน์30 พ.ค. 2563 06:03 น.
    SHARE

    "สมศักดิ์" แจงคืบหน้าปลดล็อก "กระท่อม" รอกฤษฎีกาปรับแก้ ยันปิดทางใช้ผิดวัตถุประสงค์ ห้าม 4 คูณ 100 ชี้ต้องศึกษาก่อนปลูก หวั่นซ้ำรอย "ปาล์ม-ยางพารา" ล้นตลาด หลังเห็นช่องประเทศมหาอำนาจ ผลิตมอร์ฟีนขายได้ปีละ 5 แสนล้านบาท

    เมื่อวันที่ 30 พ.ค.63 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปลดล็อกพืชกระท่อม ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังปรับแก้ แต่ติดช่วงสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้กฤษฎีกาทำงานได้ไม่เต็มที่ 

    นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า การปลดล็อกพืชกระท่อม ถึงแม้จะผ่าน ครม.แล้ว แต่ยังมีข้อคิดเห็น 3 ประเด็น คือ 1. การป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพืชกระท่อม ซึ่งเรื่องนี้ขอย้ำว่าจะใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กปี 2546 มาควบคุม 2. การป้องกันไม่ให้มีการนำพืชกระท่อมไปเป็นส่วนผสมของสารเสพติด หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เช่น 4 คูณ 100 ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ โดยหากใครจะนำไปเป็นผลิตภัณฑ์ ต้องมีการขออนุญาตที่ อย.ก่อน และ 3.พืชกระท่อมส่งผลต่อการขับขี่ยานพาหนะหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ขอให้สบายใจได้ เพราะในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สถิติบ่งชี้ว่ายังไม่มีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการขับขี่ยานพาหนะ จากพืชกระท่อมเลยแม้แต่คดีเดียว 

    นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีหากปลดพืชกระท่อมพ้นบัญชียาเสพติดแล้ว จะมีการควบคุมอย่างไร เพื่อไม่ให้นำไปใช้ในทางที่ผิดว่า ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านเรียกไข่แล้วทิ้ง หมายความว่าออกกฎหมายแล้วทิ้งไว้เลย โดยไม่หาทางออกหรือหาทางแก้ไขให้ แต่ใน พ.ร.บ.ยาเสพติดปี 2522 มาตรา 58/2 ในขั้นตอนของการมีและใช้ ซึ่ง ป.ป.ส.ได้สำรวจข้อมูลส่งเรื่องไปยัง อย.เพื่อกำหนดวิธีการใช้อย่างไร ไม่ให้ผิดวัตถุประสงค์ โดยสรุปง่ายๆ คือ ให้นำมาเคี้ยวอย่างเดียว ห้ามทำ 3 คูณ 100 หรือ 4 คูณ 100 ซึ่งถ้าเคี้ยวอย่างเดียวจะเป็นยาขยัน แก้ปวดท้อง แก้ปวดเมื่อย เป็นการเสพแบบวิถีไทย

    เมื่อถามว่า หากปลดล็อกพืชกระท่อมแล้ว จะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและวิถีชีวิตชุมชนอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พืชกระท่อมมีสาร 2 ชนิด ประกอบด้วย "ไมทราไจนีน" มีสรรพคุณช่วยระงับความเจ็บปวดได้ดีกว่ามอร์ฟีน ซึ่งประเทศมหาอำนาจผลิตมอร์ฟีนขายสร้างรายได้ปีละเกือบ 5 แสนล้านบาท ส่วนสารอีกชนิด คือ "เซเว่นไฮดรอกซี" เป็นยาชูกำลัง ถ้าทุกคนหันมาผลิตต้องใช้อีกเท่าไร ดังนั้นต้องศึกษาเพิ่มเติม โดยจะเปิดให้มหาวิทยาลัยที่มีความรู้และสนใจศึกษาวิจัยพืชกระท่อม เพื่อเตรียมความพร้อม ไม่อย่างนั้นจะเหมือนยางพาราและปาล์มที่ล้นตลาด เพราะไม่ได้กำหนดพื้นที่ปลูกและสำรวจกลไกตลาด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กระท่อมปลดล็อกกระท่อมพืชกระท่อมสมศักดิ์ เทพสุทินรมว.ยุติธรรมข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้