ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แม่ปุ๊ก-เด็กชาย 2 ขวบ เป็นแม่ลูกกัน (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 พ.ค. 2563 05:05 น.
    SHARE

    ‘ดีเอ็นเอ’ ชี้ชัด ตร.เช็กข้อมูล การรักษาเด็ก

    ผลตรวจดีเอ็นเอจากเยื่อบุกระพุ้งแก้มของสำนักงานพิสูจน์ หลักฐานตำรวจ ยืนยัน "แม่ปุ๊ก" กับ เด็กชาย 2 ขวบ เป็นแม่ลูกกันโดยสายเลือด ขณะที่ตำรวจกองปราบฯเริ่มสาวหาหลักฐานจากคนรอบข้างทั้งพ่อและน้องชาย รวมทั้งเก็บข้อมูลการเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 5 แห่งมาตรวจสอบ ชุดสืบสวนยังเชื่อในประเด็นแสวงหาประโยชน์จากความน่าสงสาร

    จากกรณีตำรวจชุดสืบสวน กก.4 บก.ป.จับกุม "แม่ปุ๊ก" สาววัย 29 ปี ตามหมายจับในหลายข้อหา หลังประกาศขอรับเงินบริจาค ช่วย เด็กชาย 2 ขวบ ที่อ้างว่ารับมาอุปถัมภ์ ป่วยด้วยอาการประหลาด ได้เงินไปกว่า 15 ล้านบาท ต่อมาแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับตัวเด็กไปรักษาพบสารเคมีส่วนผสมน้ำยาล้างห้องน้ำในตัวเด็ก ตรวจประวัติพบแม่ของเด็กเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 4 ครั้ง ทั้งยังเคยรับ เด็กหญิง 4 ขวบ มาดูแล ป่วยด้วยอาการเดียวกันจนเสียชีวิตเมื่อเดือน ส.ค.62 หน่วยงานเกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆเพื่อคลี่คลายคดี

    ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่ "แม่ปุ๊ก" ผู้ต้องหาในคดีวางยาเด็กชาย-หญิง 2 คน เพื่อขอรับเงินบริจาคว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินจากบัญชีรับโอนเงินทั้ง 5 บัญชี เบื้องต้นพบระหว่างปี 61-63 หรือตั้งแต่เริ่มเปิดบัญชีเพื่อรับเงินฝาก มีเงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นยอดเงินที่มาจากการรับบริจาครักษาอาการป่วยของ เด็กหญิง 4 ขวบ และ เด็กชาย 2 ขวบ กับเงินขายสินค้าต่างๆ แต่เมื่อตำรวจอายัดบัญชี กลับมียอดคงเหลืออยู่ในบัญชีเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น ต้องตรวจสอบว่าเงินถูกยักย้ายถ่ายเทไปที่บัญชีใครบ้าง เบื้องต้นยังไม่พบ น.ส.นิษฐา มีพฤติกรรมติดเล่นพนัน แต่เชื่อว่ามีพฤติกรรมใช้ความน่าสงสารแสวงหาประโยชน์ ที่ผ่านมามีประวัติถูกจับกุมคดีฉ้อโกงทรัพย์ตั้งแต่ปี 59 รวม 2-3 คดี

    “ส่วนกรณีมีข่าว "แม่ปุ๊ก" เคยเข้ารับการรักษาปัญหาสุขภาพจิต เมื่อเดือน ก.พ.นั้น ตำรวจยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด แต่จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การเหมือนคนปกติ ไม่มีอาการคล้ายการป่วยทางจิต ส่วนผลตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆนั้น ขณะนี้กองปราบฯยังไม่ได้รับรายงาน” พล.ต.ต.จิรภพกล่าว

    ต่อมาเวลา 14.00 น. พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เชิญตัวพ่อของ "แม่ปุ๊ก" มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองปราบฯ เพื่อซักถามประเด็นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของบุคคลในครอบครัวช่วงระหว่างที่ "แม่ปุ๊ก" นำ เด็กหญิง 4 ขวบ และ เด็กชาย 2 ขวบ มาเลี้ยงดูที่บ้านรวมถึงวิธีการเลี้ยงดูเด็กของ "แม่ปุ๊ก" เพื่อคลายข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ พร้อมเชิญตัวน้องชายของ "แม่ปุ๊ก" มาสอบปากคำด้วย

    รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาตั้งแต่ปี 61-63 ที่เปิดใช้สำหรับรับโอนเงินค่าสินค้าและเงินบริจาค พบหลักฐานการถอนเงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายและค่าบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวันจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ชุดสืบสวนพบเงินสดบางส่วนที่ถูกถอนมาได้นำไปใช้เป็นค่ารักษาจริงแต่เป็นส่วนน้อย และภายหลังที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆมีประชาชนจำนวนมากติดต่อเข้ามาแจ้งความประสงค์ขอเป็นพยานในเรื่องการโอนเงินจำนวนมาก ทั้งนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้

    พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. เข้ามาควบคุมการสอบสวนคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดย พ.ต.อ.สมควรสั่งการให้ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4.บก.ป.นำชุดสืบสวนรวบรวมข้อมูลการรักษาพยาบาลของเด็กทั้งสองคน จากทุกโรงพยาบาลเคยเข้ารับการรักษาตั้งแต่แรกเกิด เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นแนวทางในการทำสำนวนสอบสวน ประกอบด้วยข้อมูลจาก รพ.บีแคร์ รพ.ภูมิพล รพ.สินแพทย์ ลำลูกกา รพ.เปาโลรังสิต และ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ส่วนข้อมูลแสวงหาประโยชน์จากการทำประกันชีวิตให้เด็กทั้งสองรายนั้นตรวจสอบแล้วจนถึงขณะนี้ยังไม่พบพฤติกรรมดังกล่าว

    ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.ปฏิบัติราชการ สพฐ.ตร. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พนักงานสอบสวน บก.ป.ส่งขวดยาพลาสติก 15 ขวดที่เขียนชื่อ เด็กชาย 2 ขวบ กำกับไว้ รวมทั้งมีป้ายชื่อยาและยาที่หลงเหลืออยู่ มาที่กลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง ยืนยันใครเป็นผู้จับต้องหรือสัมผัสขวดยาบ้าง หรือมีการใช้เพื่อนำไปให้เด็กกินหรือไม่ ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของ "แม่ปุ๊ก" และ เด็กชาย 2 ขวบ มาเทียบเคียง คาดจะทราบผลภายใน 3 วัน จากนั้นจะส่งให้ผู้ชำนาญเฉพาะของกระทรวงสาธารณสุข ตรวจหาชนิดยาที่บรรจุภายในว่าเป็นยาชนิดใด ใช้รักษาอาการอะไรและตรงกับฉลากที่ติดหรือไม่ พนักงานสอบสวนต้องไปตรวจสอบว่าใครเป็นผู้จ่ายยาและมาจากที่ใด ทั้งนี้มีรายงานว่าผลการตรวจดีเอ็นเอจากเยื่อบุกระพุ้งแก้มของ "แม่ปุ๊ก" และ เด็กชาย 2 ขวบ พบความสัมพันธ์เป็นแม่ลูกกันโดยสายเลือด

    วันเดียวกัน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คดีนี้เข้าข่าย family violence หรือความรุนแรงในครอบครัว เหมือนกับการทำร้ายร่างกาย หัวใจสำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือเด็กให้พ้นความรุนแรง รวมทั้งช่วยฟื้นฟูเยียวยาจิตใจเด็กให้เร็วที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นอนาคตของเด็กเหล่านี้จะซึมซับความรุนแรง ต่อต้านสังคม สัญญาณของความรุนแรง สามารถปรากฏชัดและสังเกตให้เห็นได้จากบาดแผลตามร่างกาย หรือข้อมูลคนรอบข้าง ซึ่งเมื่อเห็นไม่ควรละเลย ต้องรีบให้ความช่วยเหลือ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ตรวจดีเอ็นวางยาลูกแม่ปุ๊กอิ่มบุญรักษาเด็กข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้