ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    โรงแรมแฉแหลก หัวคิว 30-40% แถมออกบิลเกิน (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 พ.ค. 2563 05:20 น.
    SHARE

    แลกทำเป็นสถานที่กักตัว กห.รับไม่ใช่มี ‘พ’ คนเดียว ช่วย ‘เด็ก-คนแก่-ผู้พิการ’

    ไอ้โม่งติดต่อโรงแรมย่านชลบุรี-พัทยาร่วมเป็นสถานที่กักตัวผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศป้องกันแพร่ระบาดโควิดบานปลาย สมาคมท่องเที่ยวภาคตะวันออกแฉแหลกส่งเซลส์กว่า 10 คนติดต่อโรงแรมและคอนโดฯเป็นเรื่องเป็นราว เสนอหักหัวคิว30-40 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน แต่ให้โรงแรมออกบิลค่าใช้จ่ายกักตัว 14 วัน เป็น 30 วัน ผู้ประกอบการจะได้รับเงินต่อห้องวันละ 1,285 บาท อ้างถ้าตกลงกรมควบคุมโรคเป็นหน่วยงานที่ทำสัญญา แต่ผู้ประกอบการไม่เล่นด้วย เพราะเข้าข่ายทุจริตเงินหลวง โฆษก กห.ตอกย้ำ มีมากกว่าชื่อ “พ” ให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบอยู่ ด้าน “อนุทิน” ยัน ไม่มีคน สธ.ร่วมเรียกรับหัวคิว มติ ครม.ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ส่วนปัญหาเงินเยียวยาเกษตรกรให้ข้าราชการประจำจบ สรุปไม่ได้หมดทั้งข้าราชการประจำ ลูกจ้าง และข้าราชการบำนาญ ครม.อนุมัติใช้เงินกู้ 39,429 ล้านบาทเยียวยากลุ่มเปราะบาง 13.14 ล้านคน เดือนละ 1,000 บาท 3 เดือน ประกอบด้วยเด็กแรกเกิด-6 ปี ผู้สูงอายุและคนพิการ สมช.เปรยข่าวดี เคอร์ฟิวเลื่อนเป็น 24.00-04.00 น. ยูเอ็น-องค์การอนามัยโลก-ส.ส.ปชป. มอบหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ “รู้ทันโควิด” ให้ “บิ๊กตู่” 5 หมื่นเล่มแจกจ่ายให้ความรู้ชาวบ้าน แปลไปอีก 3 ภาษาให้แรงงานต่างด้าวในไทยอ่านเข้าใจง่าย

    กรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนักในประเทศไทย ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหาร ราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยกระดับการควบคุมสถานการณ์แพร่เชื้อ สั่งปิดสถานที่หลายประเภทที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน บริษัทเอกชนจำนวนมากต้องปิดกิจการชั่วคราว สร้างผลกระทบกับลูกจ้างจำนวนมาก เป็นที่มาของมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน ด้วยการให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลหลายเว็บไซต์เพื่อรับเงินเยียวยา ต่อมารัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น.จนสถานการณ์ดีขึ้นจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ทยอยออกมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 1-2 และประกาศเลื่อนเคอร์ฟิวออกไปเป็น 23.00-04.00 น. แต่ยังต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯออกไปอีก 1 เดือนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    รับมอบขายหัวเราะรู้ทันโควิด

    ความคืบหน้าจากตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แบบเต็มคณะ ก่อนการประชุมนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำนายกีตา ซับบระวาล ผู้บริหารสูงสุดยูเอ็น ประจำประเทศไทย นพ.แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก นายอิสระ เสรีวัฒนาวุฒิ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ริเริ่มโครงการหนังสือขายหัวเราะ“KnowCovid” รู้ทันโควิด และ น.ส.พิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการผู้บริหารขายหัวเราะ เข้าพบนายกฯเพื่อมอบหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ“รู้ทันโควิด” 5 หมื่นเล่ม เนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับโควิด-19 ที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย เพื่อนำไปมอบเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้ที่พึ่ง ไร้บ้าน และผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ

    แปลขายหัวเราะโควิด 3 ภาษา

    นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยว่า พม.องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข กลุ่ม KnowCovid และกลุ่มบริษัทบันลือ กรุ๊ป ในนามหนังสือการ์ตูนไทย “ขายหัวเราะ” ร่วมจัดทำหนังสือการ์ตูน “KnowCovid รู้ทันโควิด” เผยแพร่ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ด้วยการสื่อสารรูปแบบที่เข้าใจง่าย ผ่านตัวการ์ตูนไทย นำไปแจกจ่ายให้กลุ่มเป้าหมาย พม.ทั่วประเทศ 50,000 เล่ม เนื่องจากส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการดูแลและป้องกันตนเองและครอบครัวจากโรคโควิด-19 อีกทั้งการไม่เข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้องผ่านสื่อต่างๆ เนื้อหาในหนังสือมีหลากหลายมิติเกี่ยวกับความเชื่อผิดๆของโรคโควิด-19 การดูแลป้องกันตนเองและครอบครัวให้ปลอดภัยไม่เป็นพาหะนำโรค ด้านนางรุ่งเพ็ญ เริงพิทยา ผู้แทนกลุ่ม KnowCovid กล่าวว่า หนังสือการ์ตูนเล่มนี้อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเป็นภาษาประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเมียนมา เพื่อให้มีความรู้ทั่วถึงกันและอยู่ร่วมกันในประเทศไทยอย่างปลอดภัย

    ตัวแทน WHO ในไทยหนุน

    ขณะที่ นพ.ลิวิวยูร์ เวอร์ดราสโค ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากหนังสือการ์ตูนเล่มนี้จะช่วยให้ประชาชนรู้จักการป้องกันตัวเองและผู้อื่นให้ปลอดภัย หากเราปกป้องตัวเองได้ เท่ากับว่าเรา ปกป้องชุมชนและสังคมได้เช่นกัน ทิศทางการระบาดของโรคในอนาคตจะเป็นอย่างไรอยู่ในมือของเราทุกคน ส่วน น.ส.พิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท บันลือ กรุ๊ป กล่าวว่า เนื้อหาภายในเล่ม นำเสนอหลากหลายมิติ อาทิ ความเชื่อผิดๆ 12 ประการเกี่ยวกับโรคโควิด-19 โควิด-19 อยู่ที่ไหนบ้าง? การป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุ รวมถึงปัญหาความเครียดจากวิกฤติโรคโควิด-19 เป็นต้น เรามองว่าอารมณ์ขันและสุขภาพจิตที่ดีก็สำคัญสำหรับทุกชีวิตช่วงเวลานี้ สามารถลงทะเบียนรับการ์ตูน “KnowCovid รู้ทันโควิด” ได้ที่ GoCovid.issara.in.th 

    “อนุทิน” ปลื้มหมอมะกันชมไทย

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจของประเทศสหรัฐอเมริกายกย่องประเทศไทยเป็นประเทศ 1 ใน 5 ของประเทศที่ บริหารจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของโลกว่า ต้องยอมรับว่าแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่การแพทย์และสาธารณสุขของไทยทุ่มเททำงานขนาดนี้ ถ้าประเทศเราไม่ติดอันดับความน่าเชื่อถือก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนที่ให้ความร่วมมืออย่างดี ประเทศไทยถือว่าครบหมดทุกด้าน แพทย์และพยาบาลเก่ง ประชาชนให้ความร่วมมือและมีจิตศรัทธาบริจาคสิ่งของช่วยกันยามยาก ยาก็พร้อม มีมิตรประเทศที่ดีดูแลซึ่งกันและกัน การร้องขอยาเวชภัณฑ์และการสนับสนุนต่างๆ

    ไม่มีคน สธ.เอี่ยวหัวคิวโรงแรม

    เมื่อถามถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่วันที่ 29 พ.ค.ให้ผ่อนคลายระยะ 3 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวภายในประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยรายละเอียดกับนายพิพัฒน์เรื่องดังกล่าว ทุกอย่างจะต้องเป็นนิวนอร์มอล ถ้าจะเปิดเราต้องอยู่กับนิวนอร์มอลต่อไปจนกว่าจะมีวัคซีน เราน่าจะมีข่าวดีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่าการ์ดตก อย่าประมาท เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวคนในกระทรวงสาธารณสุขไปแอบอ้างหักหัวคิวจากโรงแรมที่เข้าโครงการเป็นสถานที่กักกันของรัฐ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอยืนยันว่ามันไม่มี ไม่ต้องห่วงเรามีทั้งกล้องวงจรปิด และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถ้าใครมีหลักฐานอะไรขอให้ส่งเข้ามา

    โฆษก กห.ปูดมีมากกว่า “พ.”

    พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เผยกรณีลงพื้นที่ตรวจสอบประเด็นข้อกล่าวหามีคนใน ศบค.เก็บหัวคิว “เจ้าของโรงแรม” ที่เป็นสถานที่กักตัวโควิด “State Quarantine” ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อกล่าวหามีมูล มีผู้เกี่ยวข้องหลายคนไม่เฉพาะอักษรย่อ “พ.” ที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญระบุ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด เพราะจะมีผลต่อรูปคดี ส่งเอกสารหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนต่อแล้ว หากผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการต้องเอาผิดทั้งวินัยและอาญา เชื่อว่ากระบวนการของตำรวจสามารถดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษได้เร็ว ยืนยันว่าการกระทำผิดของกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ แต่เป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น

    สมาคมท่องเที่ยวแฉแหลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา และภาคเอกชนพัทยา รวบรวมข้อมูลกรณีติดต่อให้โรงแรมในเมืองพัทยาและทั่ว จ.ชลบุรี เข้าร่วมเป็นสถานที่กักกันของรัฐ (State Quarantine) เพื่อรองรับคนไทยกลับมาจากต่างประเทศ เรียกหัวคิว 30-40 เปอร์เซ็นต์ เป็นข้อมูลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งให้จัดการ ผู้ประกอบการโรงแรมที่ได้รับการติดต่อต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า ขบวนการนี้ใช้เซลส์ประมาณ 10 คน กระจายกันไปติดต่อแต่ละโรงแรม ระบุข้อมูลต้องการจะเป็นโรงแรมหรือคอนโดมิเนียมก็ได้ แต่ต้องไม่ปนกับผู้พักอาศัยปกติ มีระบบครัวและการบริการเทียบเท่าโรงแรม แต่ให้ความสำคัญโรงแรมมากกว่า ทุกแห่งต้องมีเอกสารถูกต้อง มีใบอนุญาตประกอบการ พื้นไม่เป็นพรม แอร์แยก มีระบบบำบัดน้ำเสีย มีอาหาร 3 มื้อเสิร์ฟถึงห้อง เพราะไม่อนุญาตให้ผู้พักออกจากห้อง ต้องการเช่า 200 ห้อง ขึ้นไปขั้นต่ำ 30 วัน การจ่ายเงินจะจ่ายให้เต็มในวันเซ็นสัญญา ขณะที่การทำความสะอาด มาตรการต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามาอธิบายขั้นตอนให้หลังจากทำสัญญา

    หักหัวคิวคืนละ 400 ต่อห้อง

    ส่วนที่เรียกหัวคิวระบุในการติดต่อว่า เงื่อนไขภาครัฐจะใช้เป็นสถานที่กักตัวคนไทยที่เดินทางจากต่างประเทศพัก 14 วัน แต่กระทรวงสาธารณสุขจ่ายให้ 30 วัน ให้โรงแรมออกบิลห้องละ 1,000 บาทเป็นเวลา 30 วัน หรือ 30,000 บาท และให้หักในส่วนนี้คืนละ 400 บาท เมื่อคิดรวม 30 วันคือ เงิน 12,000 บาท คืนให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ส่งงานให้เป็นเงินสดเท่านั้น จะไม่ผ่านธนาคารอ้างว่า เพราะต้องนำเงินไปรับผิดชอบเรื่องซักผ้าปู ปลอกหมอน นอกจากนั้นโรงแรมต้องจ่ายค่าคอมมิชชันอีกห้องละ 50 บาทด้วย จำนวน 30 วันที่กระทรวงสาธารณสุขจ่าย โดยจ่ายกับผู้ประสานงานที่ติดต่อส่งงานให้ ทั้งนี้ต้องผ่านการตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขก่อน ส่วนเรื่องสัญญาถ้าผ่านเรียบร้อยแล้ว กรมควบคุมโรคจะเป็นคนทำสัญญากับโรงแรม อย่างไรก็ตาม โรงแรมระบุตรงกันว่าภายหลังการติดต่อจากเซลส์เข้ามาใหม่ว่า จะขอหักหัวคิวลดลงเหลือคืนละ 300 บาท เพื่อให้โรงแรมได้ไปคืนละ 700 บาท

    ไม่มีใครเข้าร่วมแต่ออกมาแฉ

    เจ้าของธุรกิจโรงแรมในพัทยาระบุข้อมูลด้วยว่า เซลส์ที่เข้ามาติดต่อจะหว่านล้อมหลายรูปแบบ พร้อมแจ้งว่าแม้โรงแรมจะถูกหักหัวคิว 30-40 เปอร์เซ็นต์ แต่จำนวนผู้เข้าพักจริงๆแค่ 14 วัน และให้ออกบิล 30 วัน ฉะนั้นโรงแรมจะได้รับเงินต่อห้องวันละ 1,285 บาท แต่ไม่มีโรงแรมใดเข้าร่วมเพราะเท่ากับเป็นการร่วมทุจริต พอถึงเวลาตกกระไดพลอยโจนไปแล้วอาจจะพักเต็ม 30 วัน เท่ากับเหลือค่าห้องพักคืนละ 600 บาท พร้อมอาหาร 3 มื้อและน้ำดื่ม เป็นราคาที่โรงแรมขาดทุน น่าจะเป็นเหตุที่ทำให้ภาครัฐหาโรงแรมเข้าร่วมเป็นสถานที่กักกันได้ไม่เพียงพอ ขณะที่วิธีการแบบนี้ถ้าไม่มีผู้ใหญ่หนุนหลังไม่มีทางทำได้ กรณีที่กระทรวงกลาโหมออกมายืนยันว่า การเรียกเก็บหัวคิวมีจริง จะทำให้สังคมเกิดความกระจ่างขึ้น แต่ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ออกมาบอกว่า จะฟ้องร้องคนที่ออกมาให้ข้อมูล ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วอีกหน่อยใครจะกล้าออกมาเปิดเผยความจริง

    พ.ร.ก.ฉุกเฉินบูรณาการ 40 ฉบับ

    ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่มาก เหตุใดยังไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะมี พ.ร.บ.โรคติดต่ออยู่แล้วว่า ตอนเราใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่ออย่างเดียว ต้องทำงานข้ามกระทรวง แม้การสั่งการทำได้แต่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานข้ามกระทรวง แตกต่างจากตอนมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่นำเอากฎหมายกว่า 40 ฉบับมาอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้บูรณาการทำงานกัน ยกตัวอย่างปัญหาหน้ากากอนามัย ตอนแรกบอกว่า กระทรวงสาธารณสุขต้องเป็นผู้บริหารจัดการ แต่พอไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับหลายหน่วยงาน พ.ร.บ.โรคติดต่อไม่สามารถจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ พอเราใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้บริหารจัดการได้

    รวบอำนาจเลยคุมโควิดอยู่

    “เหตุที่เราต้องรวบอำนาจ เพื่อต้องการจัดการแบบเบ็ดเสร็จเพื่อควบคุมโรคให้ได้ ความสำเร็จในการควบคุมโรคส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการกฎหมายตรงนี้ เรามาอยู่ช่วงเวลานี้ได้ ไม่ได้ต้องการให้ใครเป็นคนได้เครดิตหรือความชอบอย่างเดียว ภาครัฐต้องเข้มข้น เอกชนต้องเข้มแข็ง ประชาชนต้องร่วมแรงกัน ประเทศไทยถึงจะได้ไปต่อ เพราะตอนนี้กิจการ/กิจกรรมต่างๆเปิดแล้ว ประชาชนต้องช่วยเราร่วมแรงร่วมใจ ถึงจะชนะ” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

    ครม.ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือน

    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือนตั้งแต่วันที่ 1-30 มิ.ย.เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามที่ประชุม ศบค.วันที่ 21 พ.ค. มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ยังมีความจำเป็น ช่วยสร้างระบบการบริหารจัดการเชิงบูรณาการที่ดีให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อชะลอควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด ช่วยสนับสนุนให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นเอกภาพ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง สร้างมาตรฐานกลางด้านสาธารณสุข เยียวยาประชาชนได้อย่างครอบคลุม อีกทั้งอยู่ในช่วงพิจารณาผ่อนคลายมาตรการระยะ 3-4 มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคในระดับสูง จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและในระยะเวลาที่เหมาะสม

    นายกฯย้ำฟื้นฟู ศก.–ท่องเที่ยว

    นางนฤมลกล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ย้ำก่อนประชุมถึงการพิจารณาขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ว่า เป็นไปตามข้อเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พิจารณาปัจจัยต่างๆอย่างรอบด้าน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพ รองรับการผ่อนคลายมาตรการในระยะ 3-4 เพราะต้องส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานมากขึ้นขอให้เตรียมมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการด้านการท่องเที่ยว เน้นเรื่องความปลอดภัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก การจัดการประชุมสัมมนาขอให้เข้มงวด เร่งรัดการใช้จ่ายงบฯโดยเฉพาะจัดซื้อจัดจ้าง เน้นซื้อสินค้าภายในประเทศ 30 เปอร์เซ็นต์ ซื้อจากเอสเอ็มอีชุมชนที่ขึ้นทะเบียนไว้เพื่อสร้างความเข้มแข็ง

    สั่ง ศธ.ปรับแผนอย่าสร้างภาระ

    นางนฤมลกล่าวอีกว่า เรื่องการเรียนการสอน นายกฯขอให้กระทรวงศึกษาธิการปรับแผนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ไม่สร้างภาระให้นักเรียนและผู้ปกครอง กำชับสร้างความเข้าใจว่า เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น หากสถานการณ์ดีขึ้นจะกลับมาเรียนตามปกติ อย่าวิตกกังวล

    สปส.จ่ายเยียวยาแล้ว 6,052 ล้าน

    นางนฤมลกล่าวด้วยว่า ครม.รับทราบรายงานความคืบหน้าการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานสำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สำนักประกันสังคม (สปส.) รายงานว่า สั่งจ่ายไปแล้ว ณ วันที่ 21 พ.ค. 1,095,399 คน รวมเป็นเงิน 6,052 ล้านบาท รวมทั้งติดตามให้นายจ้างที่ยังไม่ได้ออกหนังสือรับรองขอรับประโยชน์ทดแทนที่เหลือ 29,406 ราย เร่งรัดดำเนินการ โดยจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์/อุทธรณ์โควิด-19 ณ สำนักงานใหญ่ สปส. กรุงเทพมหานคร และพื้นที่จังหวัด สาขา ทั่วประเทศ และส่วนกลาง ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. ให้ยื่นเรื่องพร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งผู้ประกันตนที่ยังไม่ได้รับเงินให้ยื่นร้องทุกข์/อุทธรณ์ได้

    เยียวยากลุ่มเปราะบาง 13 ล้านคน

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรอบวงเงินไม่เกิน 39,429 ล้านบาท รวม 13.14 ล้านคน จะให้เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค.2563 ใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบด้วย 1.เด็กแรกเกิด-6 ขวบ จากครัวเรือนยากจนไม่เกิน 1.45 ล้านคน 2.ผู้สูงอายุไม่เกิน 9.66 ล้านคน 3.ผู้พิการไม่เกิน 2 ล้านคน การจ่ายเงินเยียวยางวดเดือน พ.ค.ให้นำมารวมจ่ายพร้อมกับงวดเดือน มิ.ย.รวม 2,000 บาท และจ่ายงวดเดือน ก.ค.อีก 1,000 บาท เงินดังกล่าวจ่ายเพิ่มเติมจากเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เพิ่มจากเบี้ยความพิการ และเพิ่มจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

    เคาะแล้ว ขรก.ไม่ได้เงินเยียวยา

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การจ่ายเงินเยียวยากลุ่มนี้ซ้ำซ้อนกับกลุ่มอื่นได้หรือไม่ น.ส.รัชดากล่าวว่า จริงๆไม่อยากให้ซ้ำซ้อน แต่เนื่องจากกลุ่มนี้เปราะบางทางกายภาพ ความชัดเจน รมว.พม. และ รมว.คลัง จะคุยกัน ฟังข้อเสนอจาก ส.ส.ที่จะอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้วันที่ 27 พ.ค. นำมาประกอบ นอกจากนี้ ครม.รับทราบเจตนารมณ์ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เรื่องโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 (กรณีข้าราชการ) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูกต้องและชัดเจนในทางปฏิบัติ รายละเอียดคือ การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้หลักจากการประกอบอาชีพเกษตรกร และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพ กรณีข้าราชการ ประกอบด้วยข้าราชการประจำและลูกจ้าง รวมถึงข้าราชการบำนาญ ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรไม่เข้าข่ายผู้มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือภายใต้มาตรการดังกล่าว เนื่องจากได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการรัฐอยู่แล้ว หากกระทรวงเกษตรฯจ่ายเงินช่วยเหลือให้กลุ่มข้าราชการแล้ว ขอให้ประสานกรมบัญชีกลาง พิจารณาหักเงินจากค่าตอบแทนคืนกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯรายงานว่า ยังไม่มีการโอนเงินให้กลุ่มนี้แต่อย่างใด

    สปส.จ่ายเงินแล้วกว่า 1.3 ล้านคน

    นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประกันตนว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยจากการระบาดของโควิด-19 ว่า มีผู้ประกันตนยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนวันละ 20,000-25,000 คนต่อวัน สั่งการให้สนับสนุนเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงพื้นที่ช่วยเหลือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพ-มหานครพื้นที่ จังหวัดสาขา เพื่อให้จ่ายประโยชน์ทดแทนแล้วเสร็จโดยเร็ว นอกจากนี้ในส่วนกลางจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ที่สำนักงานประกันสังคม (สำนักงานใหญ่) จ.นนทบุรี รับข้อร้องเรียนและอุทธรณ์จากผู้ประกันตนที่ไม่ได้รับประโยชน์ทดแทน มาใช้บริการวันละ 500-600 คน ถึงวันที่ 26 พ.ค. มีผู้ประกันตนยื่นขอใช้สิทธิแล้ว 1,331,991 คน จ่ายสิทธิประโยชน์ว่างงานไปแล้วกว่า 7,062 ล้านบาท ขอให้มั่นใจ สปส.จะเร่งให้ได้รับเงินช่วยเหลือโดยรวดเร็วที่สุด

    ส.ส.ข้องใจเปิดแต่ ร.ร.อินเตอร์

    น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.บัญชี รายชื่อ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี รมว. ศึกษาธิการ เสนอเปิดการเรียนการสอนเฉพาะในส่วนของโรงเรียนนานาชาติวันที่ 1 มิ.ย.ว่า เหตุใดจึงเปิดเฉพาะในส่วนโรงเรียนนานาชาติ แต่ไม่เปิดโรงเรียนในส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำให้มีความเหลื่อมล้ำยิ่งขึ้นไปอีก เป็นเพราะกระทรวงศึกษาธิการไม่มีความพร้อมเองหรือไม่ ทั้งๆที่กระทรวงมีเวลาเตรียมความพร้อมมากมายระหว่างปิดเทอม ขอเสนอว่า ให้พิจารณาเปิดโรงเรียนในจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นระยะเวลานานนับเดือนก่อนได้ ไม่จำเป็นต้องรอถึงวันที่ 1 ก.ค. อย่างน้อยที่สุดมีถึง 50 จังหวัด จะไปจำกัดการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างไร เชื้อโรคจะเลือกไม่ติดเด็กรวยและติดแต่เด็กที่เป็นลูกหลานคนทั่วไปอย่างนั้นหรือ จึงออกมาตรการเช่นนี้

    สมช.เร่งผ่อนคลายเคอร์ฟิวอีก

    พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งศิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 กล่าวว่า วันที่ 27 พ.ค. เวลา 13.30 น. สมช.จะประชุมพิจารณาผ่อนปรนกิจการต่างๆและเสนอปรับลดเวลาเคอร์ฟิวเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประเมินผลเตรียมผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 3 จะนำเรื่องที่ประชาชนเสนอแนะมาประกอบพิจารณาด้วย อาทิ ปรับลดช่วงเวลาเคอร์ฟิวจากเวลา 23.00-04.00 น. เป็นเวลา 24.00-04.00 น. หรือ 23.00-03.00 น. เพื่อให้คนหาเช้ากินค่ำพ่อค้าแม่ค้าประกอบอาชีพอย่างสะดวก

    พ.ร.ก.ฉุกเฉินช่วยคุมโควิด-19

    ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.อนุพงศ์ สุจริตกุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีนำ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาช่วยควบคุมสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า เดิมทีประเทศไทยเริ่มใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมโรคคัดกรองค้นหากักกันทำให้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนจำนวนหนึ่ง แต่ยังมีอีกจำนวนไม่สามารถบังคับให้กักกันตัวตามกฎหมาย กระทั่งไทยมีผู้ป่วยเพิ่มถึง 188 คน ทั้ง 3 เหตุการณ์คือ สถานบันเทิง สนามมวย และกลับจากการประกอบพิธีทางศาสนา เมื่อนำ พ.ร.ก.ฉุกเฉินซึ่งเป็นกฎหมายที่ควบคุมอำนาจโดยนายกรัฐมนตรีมาใช้ มอบให้แต่ละจังหวัดไปดำเนินการ เช่น สั่งห้ามออกนอกเคหสถาน ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด ทำให้ไทยสามารถกดตัวเลขผู้ป่วยลงได้ ทำให้การควบคุมโรคดีขึ้น การกักกันทำได้ดี และอีกสิ่งสำคัญคือ ช่วงการผ่อนปรนระยะ 1-2 และกำลังจะผ่อนปรนระยะที่ 3-4 ถือว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังจำเป็น หากเปิดทุกระยะถึงเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินถึงจะไม่จำเป็น

    ป้องกันตนเองลดทุกด้าน

    ด้าน นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยสำรวจเชิงคุณภาพหลังผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรมแต่ละระยะ ระยะแรกพบว่า คนไทยการ์ดตกทุกด้าน ทั้งการคัดกรองวัดไข้ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล สังคม และการเอามือมาสัมผัสใบหน้า รวมๆลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ลดลงมากที่สุดคือ การเอามือมาสัมผัสใบหน้าจาก 62.9 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 52.9 เปอร์เซ็นต์ การไปใช้พื้นที่สาธารณะโดยไม่สวมหน้ากากหรือเว้นระยะห่าง การคัดกรองไข้จาก 97.2 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 97 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเล็กน้อย แต่อย่าลืมว่าในจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 พบว่า มีอาการไข้ 87 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นถ้าเราคัดกรองไข้จะช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อได้

    สำรวจข้อมูลรอบใหม่ส่ง ศบค.

    นพ.บัญชากล่าวต่อว่า ขณะนี้เตรียมสำรวจเชิงคุณภาพ หลังผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรมรอบ 2 เพื่อนำข้อมูลส่งต่อให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโควิด-19 (EOC) กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) พิจารณา อย่างการคัดกรองไข้ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ใช่แค่วัดอุณหภูมิแล้ว แต่ให้ซักประวัติมีไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหรือไม่ ส่วนการสวมหน้ากากแค่ประกาศให้สวมหรือติดตามหรือไม่ การตั้งเจลล้างมือทุกจุดเข้าออกทำได้ครบถ้วน มีคนกำกับดูแลหรือไม่ เป็นต้น หากโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ เกิดกับสถานประกอบกิจการใด ขอย้ำว่าการระบาดระลอกใหม่จะเกิดขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ทำได้ดีหรือไม่

    ทบทวนสิทธิ์ 2 หมื่นคนสุดท้าย

    นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยความคืบหน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาทว่า ล่าสุดมีผู้ผ่านเกณฑ์และได้รับเงินแล้ว 15.1 ล้านคน เหลือผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยังไม่ได้รับเงินเล็กน้อย ขณะนี้เหลือกลุ่มที่ผู้พิทักษ์สิทธิ์ยังไม่ได้ลงพื้นที่ผู้ยื่นทบทวนสิทธิ์ เพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวตนประมาณ 20,000 คน คาดว่า เจ้าหน้าที่พิทักษ์สิทธิ์จะดำเนินการแล้วเสร็จสัปดาห์นี้ ขอยืนยันว่าจะสามารถปิดโครงการเราไม่ทิ้งกันได้
    สิ้นเดือน พ.ค. คาดว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์น้อยกว่า 16 ล้านคน ตามที่ ครม.กำหนดไว้ ดังนั้นมั่นใจว่าผู้ผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินครบถ้วนแน่นอน

    คลังยันไม่ขยายเยียวยาแล้ว

    นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลประกาศขยายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉินออกไป 1 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. กระทรวงการคลังยังยืนยันจ่ายเงินให้กลุ่มอาชีพอิสระ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนถึงเดือน มิ.ย.คงจะไม่ขยายออกไปอีก สำหรับการจัดตั้งทีมเราไม่ทิ้งกัน เพื่อติดตาม สำรวจ และรับทราบความเดือดร้อน หลังได้ข้อมูลแล้วเร่งเยียวยาฟื้นฟู คืนอาชีพ คืนรายได้ให้ประชาชน ตลอดจนออกมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างฐานรากทางเศรษฐกิจของประเทศให้แข็งแกร่ง เริ่มดำเนินการผ่าน 3 สาขาธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทยบ้างแล้ว ต่อไปขยายการรับเรื่องไปยังสาขาของธนาคารรัฐทุกแห่ง

    ยื่น “บิ๊กตู่” ยกเลิกต่อ พ.ร.ก.

    ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง ก.พ.) กลุ่มเครือข่ายประชาชน 5 ภูมิภาคกว่า 10 คน นำโดย น.ส.รัตนมณี พลกล้า และนายจำนงค์ หนูพันธ์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ขอให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน น.ส.รัตนมณี กล่าวว่า จากสถิติผู้ติดเชื้อลดลงจนแทบไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ แสดงว่าการรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ไม่ได้อยู่ในสภาวะฉุกเฉิน ที่สำคัญรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.โรคติดต่อได้ หากขยายเวลาใช้ พ.ร.ก ฉุกเฉิน จะเกิดผลกระทบกับการดำรงชีวิตประชาชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพเกินความจำเป็น อาจใช้อำนาจอย่างคลุมเครือไปในทางที่ไม่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคระบาด เป็นภาระแก่ประชาชนโดยไม่จำเป็นหรือเกินสมควรแก่เหตุ

    เชิญชวนต้านต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ โพสต์ใจความว่า ขอเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะการใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯก็เพียงพอแล้ว รัฐบาลกำลังควบคุมเราไม่ใช่ควบคุมโรค วันที่ 26 พ.ค.2563 จะมีการประชุม ครม.พิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือนตลอดเดือน มิ.ย. ดังนั้นเราต้องช่วยกันส่งเสียงลงชื่อที่ไหนคงไม่ค่อยจะทันในเชิงการจัดการแล้ว วันนี้ประชาชนช่วยกันทั้งโพสต์ทั้งแชร์นี่แหละครับ รัฐบาลอาจจะคิดหนักจนไม่กล้าต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เป็นได้

    ศธ.อบรมครูรับเรียนออนไลน์

    นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เผยว่า ตนหารือกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอีเอส) ถึงแนวทางการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบโทรทัศน์ดิจิทัลและระบบออนไลน์หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 พ้นวิกฤติ เนื่องจากตนเห็นว่า ท่ามกลางวิกฤติโควิดประชาชนทุกคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น เพื่อวางแผนรับมือการแก้ปัญหาดังกล่าวแบบระยะยาว หากยังไม่สามารถค้นพบวัคซีนป้องกันโรคได้ ศธ.ต้องวางแผนเตรียมพร้อมอบรมครูและการพัฒนานักเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น ถือว่าการดำเนินการเตรียมความพร้อมก่อนหน้านี้เป็นการทดสอบระบบการเรียนผ่านออนไลน์และทีวี เพื่อไปสู่ความสมบูรณ์ของระบบในอนาคต

    โยน ศบค.เคาะเปิดโรงเรียน

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า การแจกกล่องรับสัญญาณดาวเทียมให้นักเรียน อยู่ระหว่างการสำรวจและดูตามความเหมาะสมของบริบทแต่ละพื้นที่ จะแจกให้ครอบครัวนักเรียนที่มีความจำเป็นจริงๆเท่านั้น ทั้งการเปิดภาคเรียนโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะเปิดเรียนวันที่ 1 ก.ค. ส่วนโรงเรียนเอกชนประเภทโรงเรียนนานาชาติ ศบค.จะเป็นหน่วยงานตัดสินอีกครั้งว่า ให้เปิดวันที่ 1 มิ.ย.ตามข้อเรียกร้องได้หรือไม่ หากได้ต้องมีมาตรการต่างๆออกมากำกับดูแล คาดว่าวันที่ 29 พ.ค.จะชัดเจนการเปิดโรงเรียนทั้งหมด เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเหมาะสมของโรงเรียนอยู่

    เลื่อนประกาศรางวัลสุพรรณหงส์

    ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวหลังการหารือกับนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติและคณะผู้บริหารว่า สมาพันธ์มาหารือเกี่ยวกับการจัดพิธีมอบรางวัลสุพรรณหงส์ประจำปี 2563 เดิมกำหนดจัดเดือนพ.ค. แต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่สิ้นสุด อาจเสี่ยงต่อการระบาดของโรค จึงเลื่อนการจัดงานไปในเดือน ก.พ.64 ควบรวมการประกาศรางวัล 2 ปีรวมกัน มอบหมายให้กลุ่มเลขานุการคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัด วธ. ประสานรายละเอียดการจัดงานในภาพรวมทั้งหมด

    อุ้มผู้ประกอบการอิสระ 1.5 หมื่น

    นายอิทธิพลกล่าวต่อว่า สมาพันธ์ยังเสนอให้ วธ.พิจารณาโครงการเยียวยาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ได้รับผลกระทบช่วงโควิด ทั้งที่อยู่ระหว่างถ่ายทำ ระหว่างสัญญาและถูกยกเลิกไป เป็นการช่วยเหลือนอกจากโครงการของรัฐบาล สมาพันธ์ได้รับเงินสนับสนุนจัดตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการภาพยนตร์โดยตรง 15 ล้านบาท เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการอิสระไม่ได้สังกัดบริษัทที่ได้รับผลกระทบมาขอทุนสนับสนุนเป็นรายบุคคล 15,000 บาทต่อคน คาดว่าจะได้รับ 1,000 คน สั่งจ่ายเช็คให้ครั้งเดียว 15,000 บาท ขอให้ วธ.ช่วยคัดกรองรายชื่อผู้ประกอบการร่วมกับสมาพันธ์ และประชาสัมพันธ์การเปิดให้ทุนผ่านเว็บไซต์สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ www.mpc.or.th คาดว่าเปิดลงทะเบียนได้ภายในสัปดาห์หน้า

    ขอโควตากองถ่ายเป็น 80 คน

    รมว.วัฒนธรรมกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้สมาพันธ์ยังขอให้ วธ.ดำเนินการผลักดันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ได้รับการผ่อนปรนระยะที่ 2 ศบค.ผ่อนคลายให้ถ่ายทำภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ได้ จำนวนคนในกองถ่ายไม่เกิน 50 คน หากจะผ่อนปรนระยะ 3 สมาพันธ์ขอให้เพิ่มจำนวนคนในกองถ่ายเป็น 80 คน เนื่องจากกรณีการถ่ายทำภาพยนตร์ที่รอการถ่ายทำมีเงินลงทุนสูง หรือฟอร์มใหญ่ๆ แม้ว่าผ่อนปรนให้ 50 คนแล้ว แต่ยังไม่สามารถถ่ายทำได้ เพราะต้องใช้จำนวนคนถ่ายทำมากกว่า 50 คน จึงมาขอจุดลงตัวให้สามารถใช้คนในการถ่ายทำได้มากขึ้น วธ.จะเสนอหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้คณะกรรมการกลั่นกรอง ศบค. พิจารณาวันที่ 28 พ.ค.นี้

    จัดหมอลำหาเงินสู้โควิด–19

    พระมหาพศธร ผอ.ศูนย์พัฒนาคุณธรรม 3 ดี วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน เผยว่า ร่วมกับบัวผัน ทังโส หมอลำอีสานสุดฮอต นายธนิตศักดิ์ ดารามั่น คณะทำงาน รมช.มหาดไทย จัดแสดงโชว์พิเศษ “อาสาลำซิ่ง ม่วน มันส์ แซ่บ สู้ภัยโควิด” วันที่ 31 พ.ค. ตั้งแต่ 12.30-21.00 น. ถ่ายทอดทางไลฟ์สดเฟซบุ๊กแฟนเพจของทุกศิลปินหมอลำชื่อดังจิตอาสาที่เข้าร่วมแสดง อาทิ สด นำชัย เอ อนุชา เด้าฟ้าปิ้น เกิ้ล วิถีชัย หงษ์ฟ้า หงสา กุ้ง สุภาพร วิเชียร ไชยเลิศ พร้อมเหล่าพระเอกซีรีส์ดัง แอมป์ เดอะสตาร์ สีโอตัส มด LKP เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดให้พี่น้องไทย ระดมทุนช่วยซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์มอบโรงพยาบาลที่ขาดแคลนและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภัยโควิด-19 และนำทีมศิลปินจิตอาสาร่วมลุยโครงการหนึ่งน้ำใจให้โอกาส 100 บาท ต่อ 100 ล้านลมหายใจ พลังไทยสู้โควิด เป็นอีกหนึ่งพลังช่วยชาติไทยยามที่คนทั้งประเทศกำลังเดือดร้อน สนับสนุนเพียงท่านละ 100 บาทเพื่อต่อชีวิตอีกหลายลมหายใจ สามารถร่วมบุญบริจาคผ่านธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่ 049-7-18525-6 ชื่อบัญชี โครงการ ศ.ดร.พระมหาพศธร อภิญญานนท์ (ฐิตสํวโร) เพื่อจัดซื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์และเยียวยาผู้ประกันโควิด-19

    คุมเข้มแรงงานต่างด้าว

    ส่วนมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่างจังหวัด นายรณชัย จิตรวิเศษ ผวจ.หนองคาย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสถานประกอบการและที่พักแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ อ.เมืองหนองคาย เพื่อป้องกันการลักลอบใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังสถานประกอบการและที่พักหลายแห่งเริ่มเปิดดำเนินกิจการ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารหลักฐานแรงงานต่างด้าว พร้อมตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิ รวมถึงให้คำแนะนำการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สถานประกอบการให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามเป็นอย่างดี

    30 พ.ค. เปิดตลาดน้ำดำเนินสะดวก

    ด้านนายวสันต์ หงส์ศุภางค์พันธ์ ปลัดอำเภอดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เผยว่า เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจท่าเรือและร้านค้าในตลาดน้ำดำเนินสะดวก วางมาตรการเตรียมเปิดตลาดวันที่ 30 พ.ค.นี้ มีมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างรัดกุม เพื่อให้ผู้ประกอบการท่าเรือและร้านค้ายึดถือปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ จะทำหนังสือถึงเจ้าของพื้นที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ขอความร่วมมืองดจัดเก็บค่าเช่าพื้นที่ผู้ประกอบการท่าเรือและร้านค้า รวมถึงปรึกษาอำเภอดำเนินสะดวก งดเก็บภาษีโรงเรือนเจ้าของพื้นที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการ

    ออกทีวีแจงผลพบสมาคมธุรกิจ

    เมื่อเวลา 18.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แถลงการณ์เรื่อง ACTIONS ผลจากไปพบสมาคมภาคธุรกิจต่างๆ ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ว่า วิกฤติโควิด-19 ก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง วิกฤติตรงหน้าเราตอนนี้คือ วิกฤติการขาดรายได้หาเลี้ยงปากท้องของพี่น้องประชาชน ช่วงที่ผ่านมาตนไปพบกับสมาคมภาคธุรกิจต่างๆด้วยตัวเอง เน้นสมาคมผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และ
    คนทำมาหากินทั่วประเทศ ถือเป็นภาคธุรกิจที่เจ็บปวดมากที่สุด ขอรายงานผลที่มีหลายอย่างสั่งการแล้ว อีกหลายอย่างตัดสินใจแล้วจะผลักดันให้เกิดขึ้น อาทิ ตนสั่งการจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่นี้จะเป็นนโยบายกำหนดโควตางบฯจัดซื้อจัดจ้างที่ตั้งไว้แล้ว ต้องไปซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงผู้ประกอบการเล็กๆในท้องถิ่นต่างๆที่ต้องอยู่ในกรอบของข้อกฎหมาย นั่นหมายความว่า เงินจะถูกกระจายออกไปเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจรากหญ้า ให้หน่วยงานภาครัฐทำรายงานให้ตนทราบตอนสิ้นปี และให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ช่วยซื้อสินค้าและใช้บริการผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะสร้างงานสร้างอาชีพให้พี่น้องมากกว่า 14 ล้านคนทั่วประเทศ

    เร่งดูแลประกันสังคมตกหล่น

    ภาคการท่องเที่ยว ตนจะดำเนินการตามที่ท่านเสนอ เมื่อเห็นว่า ความเสี่ยงแพร่ระบาดลดลงในระดับยอมรับความเสี่ยงได้ ต้องระวังถ้าเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาเร็วเกินไป หากนำเชื้อโควิด-19เข้ามานั่นคือหายนะของคนในประเทศ ทำให้ต้องเริ่มต้นกันใหม่ ต้องหาจุดสมดุลระหว่างด้านสาธารณสุขกับการช่วยเหลือการทำมาหากินของประชาชน สั่งการและสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณาใช้งบฯที่มีอยู่แล้ว จัดประชุมสัมมนาขอให้ออกไปใช้สถานที่หรือโรงแรมในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ กำชับให้เลือกใช้โรงแรมที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ การหาสมาคมภาคธุรกิจต่างๆ ทำให้ทราบว่า มีแรงงานบางภาคธุรกิจและในบางพื้นที่ ซึ่งนายจ้างจำเป็นต้องปิดกิจการชั่วคราว แต่แรงงานไม่ได้รับเงินชดเชยประกันสังคม อาจจะด้วยปัญหาความไม่ชัดเจนในวิธีการพิจารณาและวิธีปฏิบัติ เมื่อทราบข้อเท็จจริงตนสั่งการให้มีความชัดเจนแล้ว ผู้ปฏิบัติ ปฏิบัติอย่างถูกต้อง แรงงานได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม

    ย้ำยึด ก.ม.สากล–ก.ม.ในประเทศ

    นอกจากนี้ ผลจากหารือสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย สิ่งแรกที่ช่วยได้ก่อนสั่งการหาวิธีการรับมือสถานการณ์น้ำช่วงนี้ทันที ขณะที่ตัวแทนชาวนาและเกษตรกรกำลังจัดทำแผนปฏิบัติแก้ปัญหาต่างๆที่ตรงจุดนำเสนอตนเร็วๆนี้ การหารือกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เสนอหาวิธีแก้ไขปัญหาระยะยาว ทั้งข้อกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของการประกอบอาชีพ ตนสั่งการให้ตั้งทีมทำงานขึ้นมาช่วยกันคิดวิธีแก้ปัญหา เชิญตัวแทนสมาคมประมง ทั้งประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน ร่วมเป็นทีมทำงานเพื่อแก้ปัญหาตรงจุด บางเรื่องตน สั่งการเริ่มเกิดการปฏิบัติแล้วในระดับนโยบายสั่งยึดทั้งกฎหมายสากลและกฎหมายในประเทศ สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่ห่วงใยประเทศ นี่คือหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยช่วยขับเคลื่อนประเทศเข้มแข็งต่อไป

    ราชกิจจาขยาย พ.ร.ก. 1 เดือน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศเรื่องการขยาย ระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรคราวที่ 2 อาศัยอำนาจตามความ มาตรา 5 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 26 พ.ค ให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปอีกคราวหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 มิ.ย. สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงให้มีผลบังคับใช้ต่อไปควบคู่กัน ขณะเดียวกันเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษายังเผยแพร่ประกาศให้ประกาศที่ ครม.กำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังมี ผลใช้บังคับ และให้ข้อกำหนดประกาศและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังมีผลใช้บังคับรวมถึงการกำหนดอำนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ข่าวหน้า1ไวรัสโคโรนาCOVID-19พรก.ฉุกเฉินหัวคิวข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้