ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    บทเรียนแม่ปุ๊ก หากินบนความสงสาร ขยี้ดราม่า ลวงเงินคนรักเด็ก หมา แมว

    ไทยรัฐออนไลน์25 พ.ค. 2563 20:22 น.
    SHARE

    “แม่ปุ๊ก” ตกเป็นผู้ต้องหาในทันที อาจมีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ลูกสาวบุญธรรมวัย 4 ขวบ เสียชีวิตภายหลังทีมแพทย์ยืนยันผลการวินิจฉัยเกิดจากได้รับสารกัดกร่อนเข้าไปทำอันตรายอวัยวะภายในจนเสียชีวิต จากการถูกกระทำขึ้นมา ไม่ใช่เกิดจากโรค "เรนินโนม่าห์" ตามที่มีการกล่าวอ้างในเพจ นำไปสู่การเปิดรับเงินบริจาค

    • เรื่องราวของ “แม่ปุ๊ก” เริ่มต้นเมื่อปี 2560 ด้วยการสร้างเพจอ้างสามีทิ้งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกเล็กน่ารักน่าเอ็นดู หญิง 1 ชาย 1 ในวัยไล่เลี่ยกัน จนเป็นที่รู้จักมีผู้ติดตามจำนวนมาก กระทั่งปี 2562 ทำสินค้ามาขายหาทุนรักษาลูกสองคน มีการนำภาพลูกสาวคนโต ป่วยเป็นโรคประหลาดเลือดไหลออกจากปาก เป็นที่น่าสงสารของผู้คน ต่างหยิบยื่นความช่วยเหลือให้เงินบริจาค กระทั่งเด็กหญิงอาการทรุดเสียชีวิต โดยทางแพทย์ ออกมายืนยันไม่ปรากฏมีโรค "เรนินโนม่าห์" อยู่ในเมืองไทย

    • ยิ่งสร้างความสงสัยให้กับชาวโซเชียล ตั้งข้อสังเกตว่าแม่ปุ๊ก อาจมีการวางแผนมีการวางยา ทำให้เด็กหญิงที่ตัวเองอ้างว่าเป็นลูกเสียชีวิต และเช่นเดียวกับกรณีลูกชายวัย 2 ขวบ ได้ป่วยด้วยอาการผิดปกติคล้ายๆ กัน ยิ่งสร้างความน่าสงสารมากขึ้น มีคนบริจาคเงินเข้าบัญชีกว่า 20 ล้านบาท ในระยะเวลา 2 ปี

    • พฤติกรรมน่าสงสัยของแม่ปุ๊ก ในเวลาต่อมาได้มีผู้เสียหายจำนวนมากได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในหลายท้องที่ และคณะแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เช่นกัน รวมถึงแม่แท้ๆ ของเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ที่แม่ปุ๊ก แอบอ้างหาผลประโยชน์จากความทุกข์ทรมานของเด็ก ได้ร้องทุกข์ยังกองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดี

    • จนเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา “แม่ปุ๊ก” ถูกจับคดีฉ้อโกง และทำร้ายร่างกายเด็กจนได้รับอันตรายสาหัส ปัจจุบันถูกฝากขังในเรือนจำคลองเปรม และเจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัว และล่าสุดยังถูกตั้ง 5 ข้อหาหนัก ในข้อหารับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน และเตรียมถูกตั้งข้อหาค้ามนุษย์ เพิ่มอีก 1 ข้อหา

    • กรณีแม่ปุ๊ก เป็นที่สนใจของสังคมจนมีการขุดคุ้ย พบว่าเธอมีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุล ถึง 7 ครั้ง โดยเมื่อปี 2560 เปลี่ยนชื่อมากถึง 5 ครั้ง และปี 2563 เปลี่ยนชื่อ 2 ครั้งภายในวันเดียว ผิดปกติวิสัยที่คนทั่วไปไม่ทำกัน ขณะที่บิดาของแม่ปุ๊ก อ้างว่าลูกสาวเคยเข้ารับการรักษาโรคสุขภาพจิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำไปตรวจสุขภาพจิตอย่างละเอียดอีก เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน

    รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวกับทีมเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ว่า การสร้างเรื่องราวมาหลอกลวงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะในโลกออนไลน์เพราะสามารถหลอกลวงคนได้มากขึ้น และยิ่งคนไทยมีจิตใจเมตตาปรานีโอบอ้อมอารี ได้กลายเป็นช่องทางให้คนร้ายหลอกลวงเหยื่อได้ง่ายขึ้น

    ในกรณีของแม่ปุ๊ก มีการรับเด็กมาเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งโดยปกติต้องมีหน่วยงานพิจารณาว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ในการรับเด็กไปดูแล ส่วนการโพสต์ในเพจเพื่อขอรับบริจาค ซึ่งก่อนจะบริจาคให้การช่วยเหลือใดๆ ควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าไม่ใช่เป็นการหลอกลวง

    นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐควรมีระบบการรับแจ้งจากประชาชนเกี่ยวกับการขอรับบริจาค เรี่ยไรต่างๆ ทั้งผ่านทางระบบออนไลน์ และการแจ้งข้อมูลโดยตรง เพื่อเป็นการทำงานเชิงรุกทั้งการสืบสวน ตรวจสอบ ป้องกันมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาขอรับบริจาคต่างๆ โดยการประสานงาน บูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ย่อมเป็นการป้องกันเหตุก่อนที่จะมีการหลอกลวงคนจำนวนมาก เช่น ขอรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข แมว

    “ยอมรับ New Normal ทำให้ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบในการใช้ชีวิต เช่น การทำงาน การติดต่อธุรกิจ การทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น แต่ก็จะเป็นช่องทางให้คนร้ายหันมาหลอกลวงทางออนไลน์คนมากยิ่งขึ้น

    รวมทั้งหลอกลวงขายสินค้า อาศัยความน่าสงสาร หรือเอาเด็กมาหากิน ไม่ใช่เฉพาะกรณีแม่ปุ๊ก เพราะขณะนี้ยังมีการหลอกลวงในลักษณะนี้อีกจำนวนมาก หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายคงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์อาชญากรรมที่เกิดขึ้นทั้งทักษะผู้ปฏิบัติงาน ความเชี่ยวชาญ ความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี โครงสร้างองค์กร งบประมาณ เป็นต้น"

    ส่วนทำไมคนร้ายส่วนใหญ่ มักมีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลบ่อยครั้ง เนื่องจากคนกระทำผิด เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองกระทำผิดก็จะปลอมแปลงตัวตนเพื่อให้ยากต่อการถูกติดตาม จับกุมตัวเพราะเชื่อว่าจะทำให้ผู้เสียหาย ตำรวจติดตามตัวได้ยากขึ้น

    ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทางทะเบียนราษฎรควรตรวจสอบข้อมูล และประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานตำรวจหากพบพิรุธคนที่มาเปลี่ยนชื่อมากถึง 7 ครั้ง อย่างกรณีแม่ปุ๊ก เพื่อให้ตรวจสอบถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น หรือสืบสวนตรวจสอบความเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น ความเคลื่อนไหวทางการเงิน บัญชีธนาคาร ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้คนร้ายไปก่อเหตุกับเหยื่อรายอื่นๆ ต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แม่ปุ๊กเงินบริจาคหลอกบริจาคเงินพฤติกรรมแม่ปุ๊กหากินกับเด็กบริจาคเพจแม่ปุ๊กข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้