ข่าว
100 year

“เฉลิมชัย” ยัน ไม่ควรเยียวยา กลุ่มข้าราชการทำเกษตร ส่งชื่อให้คลังแล้ว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 พ.ค. 2563 05:20 น.
SHARE

วิษณุเผย แพทย์ระบุสถานการณ์ดีเป็นผลมาจากการควบคุม ต้องตรึงมาตรการสักระยะแล้วค่อยผ่อน ชี้นายกฯไม่ปลื้มคำว่าเรียนออนไลน์ ให้ใช้คำว่า “ระบบเรียนทางไกลแทน” เพราะมีหลายวิธี เหมือน ม.รามคำแหง-สุโขทัยธรรมาธิราช “เฉลิมชัย” ปลื้ม หลังโพลอวย สัญญาจะสร้างความอยู่ดีกินดีให้พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ เปิดใจแจงยิบโครงการเยียวยาผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ย้ำเกษตรกรที่ชื่อตกเยียวยายื่นอุทธรณ์ด่วน 5 มิ.ย.วันสุดท้าย ธ.ก.ส.เร่งให้เกษตรกรกว่า 4 แสนราย รีบแจ้งเลขบัญชีรับเงินเยียวยาด่วนที่ www.เยียวยาเกษตร.com  ส่วนบรรยากาศหลังคลายล็อก แฉที่จตุจักร ส่วนใหญ่เข้มระยะห่างเฉพาะร้านอาหาร ส่วนร้านค้าทั่วไป โดยเฉพาะร้านเสื้อผ้าขายเซล คนแน่นร้าน ไม่สนป้ายเตือน ขณะที่ลูกค้าบอกไม่กลัว อ้างยอดติดเชื้อน้อย ซ้ำยังมีระบบคัดกรอง

หลังรัฐบาลประกาศคลายล็อกระยะ 2 เปิดกิจการขนาดใหญ่ประเภทศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าให้เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10 โมงถึง 2 ทุ่ม รวมทั้งขยายเวลาเคอร์ฟิวจากเดิม 4 ทุ่มไปเป็น 5 ทุ่มถึงตี 4 เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. โดยมีแนวโน้มผ่อนคลายไปเรื่อยๆ ดูจากยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ละวันลดลงเรื่อยๆ และมีตัวเลขตัวเดียว แต่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ยังออกเตือน การ์ดอย่าตก ให้แต่ละกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนเข้มข้นเรื่องการใช้มาตรการสูงสุดในการสกัดเชื้อโรคเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและผู้มาใช้บริการ ป้องกันการระบาดรอบ 2 ขณะที่ ศบค.เตรียมเสนอ ครม.ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปถึงสิ้นเดือน มิ.ย. พร้อมทั้งดูความเป็นไปได้ในการร่นเวลาเคอร์ฟิวจาก 5 ทุ่มเป็นเที่ยงคืนถึงตี 4 ขณะที่หลายฝ่ายยังกังวลเรื่องการเปิดภาคเรียน เพราะหวั่นเด็กนำเชื้อกลับไปติดคนสูงวัยที่บ้าน รวมทั้งความวุ่นวายหลายเรื่องในการเยียวยาเกษตรกรที่ล่าสุดพบเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้สิทธิ์รับ 5 พันบาท เสียชีวิตไป 1 แสนกว่าราย

ศบค.ขอ ครม.ต่อฉุกเฉิน 26 พ.ค.

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 23 พ.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 พ.ค. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะรายงานในนาม ศบค.เพื่อขอต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และจะต่อหรือไม่ต่อเคอร์ฟิวเท่านั้น หาก ครม.มีมติขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับใช้ทุกมาตรการ การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นไปตามมาตรา 5 แต่ผลการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเป็นไปตามมาตรา 9 มีอยู่ 7-8 ข้อ แต่เลือกใช้บางข้อก็ได้ อย่างที่ประกาศใช้มาเรื่องเคอร์ฟิว ดังนั้นต่อไปหากประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ อาจเลือกบังคับใช้ตามมาตรา 9 เพียงบางข้อก็ได้ เช่น เคอร์ฟิวไม่มีก็ได้ หรือจะลดเวลาเคอร์ฟิวให้สั้นลงก็ได้ หรือเวลานี้ห้ามชุมนุมต่อไปอาจไม่ห้ามก็ได้ นี่คือตัวอย่าง แต่ถ้าไม่ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ใช้ข้อไหนไม่ได้

ตรึงสักระยะแล้วค่อยๆผ่อน

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนการผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 3 คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จะประชุมวันที่ 27 พ.ค. ก่อนเสนอเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ วันที่ 29 พ.ค. เพื่อจะมีผลในวันอาทิตย์หรือวันจันทร์ถัดไป ทางการแพทย์ยืนยันว่าที่สถิติดีขึ้นเป็นผลจากการควบคุม ถ้าไม่ควบคุมสถิติอาจแย่ลงก็ได้ ขอให้ตรึงไว้สักระยะหนึ่ง แล้วค่อยๆผ่อนคลายมาตรการลงตามลำดับ

บิ๊กตู่ให้ใช้คำว่า “ระบบเรียนทางไกล”

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการเรียน นายกฯย้ำในที่ประชุม ศบค.ขอให้ใช้คำว่าระบบเรียนทางไกล ไม่ควรใช้คำว่าเรียนออนไลน์ เพราะการเรียนทางไกลอาจใช้ระบบทางโทรศัพท์ และยังเรียนผ่านโทรทัศน์ หรือดาวเทียมได้ มีหลายวิธี เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และย้ำว่าต้องทำทุกวิชา และต้องทำกับเด็กทุกคน ระดับอนุบาลอาจจะอย่างหนึ่ง ระดับประถมอีกอย่างหนึ่ง อาจเลือกเรียนเป็นบางวิชาเพื่อลดความเสี่ยงแออัดให้เหลือน้อยชั่วโมง ตอนนี้โรงเรียนที่ขอเปิดก่อนก็มีแล้ว อาทิ โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนจุฬาภรณ์ ที่ขอเปิดเดือน มิ.ย.

“หนู” ลุ้นครบ 14 วันหลังผ่อนระยะ 2

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เชื่อว่าหลังจากนี้แนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดจะดีขึ้นเรื่อยๆ หลังพบตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นศูนย์แต่ย้ำว่าต้องการ์ดไม่ตก โดยเฉพาะต้องรอลุ้นหลังจากนี้ที่จะครบ 14 วันหลังจากมีมาตรการคลายล็อกระยะที่ 2 แต่มั่นใจว่าถ้าประชาชนทุกคนร่วมมือกับรัฐบาลดี สถานการณ์จะดีขึ้น

นายกฯจี้จับอ้างกินหัวคิว รร.ที่กักตัว

ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย ต่อขบวนการแอบอ้างเรียกเก็บเงินลักษณะค่าหัวคิวสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมที่ประสงค์เสนอใช้สถานที่สำหรับเป็น State Quarantine ตามที่มีการเสนอข่าว นายกฯยืนยันจะไม่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวอย่างเด็ดขาด และจะใช้กฎหมายลงโทษอย่างเข้มงวด หากพบมีผู้กระทำผิด หรือแอบอ้าง เพราะเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 ไม่ควรมีผู้ใดใช้ความเดือดร้อนของประชาชนแสวงหาผลประโยชน์ ไม่ว่าจะในลักษณะใดก็ตาม

ร.ร.นานาชาติขอให้เปิดเรียน 1 มิ.ย.

วันเดียวกัน นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้รับการร้องขอจากผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเอกชน ประเภทโรงเรียนนานาชาติว่าขณะนี้สถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยอยู่ในระดับที่ต่ำ ไม่น่ากังวลเหมือนในช่วงที่ผ่านมา จึงเสนอให้ สช.ช่วยผลักดันให้โรงเรียนนานาชาติได้กลับมาเปิดสอนตามปกติอีกครั้งในวันที่ 1 มิ.ย. จากเดิมที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศให้กลับมาจัดการเรียนได้ในวันที่ 1 ก.ค.

มีบางส่วนร้อง สคบ.ขอคืนค่าเทอม

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ผู้ปกครองนักเรียนให้เหตุผลว่าหากโรงเรียนนานาชาติต้องไปเปิดเรียนวันที่ 1 ก.ค. จะเกิดผลเสียกับเด็กนักเรียน เพราะระหว่างนี้ เด็กจะได้เรียนแต่ในระบบออนไลน์เพียงอย่างเดียว ทำให้ได้รับความรู้ไม่เต็มศักยภาพเหมือนกับการเรียนในห้องเรียน และมองว่าเมื่อจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กับทางโรงเรียนไปแล้ว ลูกหลานควรได้เรียนแบบปกติอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่ให้เรียนผ่านระบบออนไลน์ ดังนั้น โรงเรียนนานาชาติจึงควรได้กลับมาสอนตามปกติโดยเร็วที่สุด คือในวันที่ 1 มิ.ย. ไม่เช่นนั้น ทางโรงเรียนอาจจะสุ่มเสี่ยงถูกฟ้องจากผู้ปกครองได้ เพราะถือว่าจัดการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามสัญญาที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก ล่าสุดทราบว่ามีผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติบางส่วนไปร้องสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในประเด็นนี้แล้ว โดยขอให้ทางโรงเรียนคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กับผู้ปกครองนักเรียนบางส่วนด้วย

เฉลิมชัยปลื้มโพลเกษตรกรเชียร์

ส่วนกรณีที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่องเสียงของเกษตรกร ต่อการทำงานและมาตรการดูแลเกษตรกรของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ จำนวน 1,040 ตัวอย่าง พบว่าเกษตรกรร้อยละ 89.4 ค่อนข้างพอใจถึงพอใจมากที่สุดต่อ มาตรการแก้ปัญหาเกษตรกรในภาพรวม ส่วนมาตรการดูแลเกษตรกร ร้อยละ 85.9 พอใจ เรื่องของเงินเยียวยาเกษตรกร ประกันราคาสินค้าเกษตร ประกันรายได้ ร้อยละ 65.0 พอใจการดูแลพัฒนาราคาพืชผลเกษตร ร้อยละ 31.2 พอใจประกันยางพารา ร้อยละ 19.1 พอใจโครงการป้องกันน้ำท่วม และร้อยละ 18.2 พอใจกักเก็บน้ำแก้ภัยแล้ง โดยนายเฉลิมชัยเปิดเผยว่า ผลการสำรวจของซูเปอร์โพลที่ชี้ว่ามีเกษตรกรถึงร้อยละ 89.4 พอใจมาตรการแก้ปัญหาเกษตรกรในภาพรวมนั้น ต้องขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกรที่ให้ความไว้วางใจในการทำงานอย่างเต็มที่ บนความทุ่มเทเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร เป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ ในทุกนโยบายที่ดำเนินการนั้น ล้วนแล้วแต่ต้องการช่วยเหลือ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น

สัญญาจะช่วยเหลือให้อยู่ดีกินดี

“สิ่งที่พี่น้องเกษตรกรสะท้อนออกมากับการทำงานของผมในวันนี้ ผมถือว่า นี่คือกำลังใจที่ดีที่สุดที่มีให้ทั้งต่อผม และข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทุกคนในทุกหน่วยงานเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปและขอสัญญากับพี่น้องเกษตรกรว่า ผมจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศตลอดไป” นายเฉลิมชัยกล่าว

ชี้แจงผ่านเฟซเยียวยาโปร่งใส

พร้อมกันนี้ นายเฉลิมชัยยังได้เผยแพร่เทปสัมภาษณ์การชี้แจงโครงการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในช่วงสายวันที่ 23 พ.ค. ถึงประเด็นต่างๆ โดยให้ข้อมูลโดยสรุปว่า การดำเนินโครงการมีความโปร่งใสตลอดทุกขั้นตอน มีเกษตรกรที่ผ่านการคัดกรองและตรวจความซ้ำซ้อนรวมทั้งสิ้น 7.8 ล้านราย ขณะนี้กระทรวงการคลังได้อนุมัติรายชื่อแล้ว 6.8 ล้านราย ส่งรายชื่อให้ ธ.ก.ส. เรียบร้อย ที่เหลืออีก 1 ล้านราย อยู่ระหว่างตรวจสอบกลั่นกรอง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้

ขรก.ได้สิทธิเพราะมีชื่อในโครงการเก่า

ส่วนประเด็นข้าราชการที่ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร นายเฉลิมชัยชี้แจงว่า ทำไมข้าราชการถึงมีชื่อขึ้นทะเบียนเกษตรกร อันนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่กระทรวงเกษตรฯ มีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ เปิดให้ผู้ทำการเกษตรทุกคนที่ได้รับผลกระทบมาขึ้นทะเบียนเพื่อรับการช่วยเหลือ ดังนั้นการเยียวยาครั้งนี้จึงมีรายชื่อของข้าราชการที่เคยขึ้นทะเบียนไว้ แต่การที่จะพิจารณาว่าข้าราชการจะได้รับสิทธิเยียวยาหรือไม่ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้เป็นผู้พิจารณาตัดสิน กระทรวงเกษตรฯได้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้คณะกรรมการกลั่นกรอง และกระทรวงการคลังแล้ว ต้องขอให้รอการตัดสินใจของคณะกรรมการกลั่นกรองและกระทรวงการคลัง แต่หากถามถึงความเห็นส่วนตัวแล้ว กรณีของข้าราชการนั้นไม่ควรได้รับเงินเยียวยาในครั้งนี้

ตั้งเป้าช่วยเกษตรกรที่เดือดร้อนจริงๆ

“สำหรับข้าราชการบำนาญนั้น ตามมติ ครม. ได้ผ่านความเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้เสนอนั้น อยู่ในหลักเกณฑ์ว่า ต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับสวัสดิการผ่านระบบข้าราชการบำนาญ และระบบประกันสังคม ดังนั้นอยากขอให้ทุกคนเข้าใจว่าการเยียวยาเกษตรกรในส่วนของกระทรวงเกษตรฯนั้นเป้าหมายเพื่อต้องการบรรเทาทุกข์เบื้องต้นให้กับเกษตรกรจริงๆที่เดือดร้อน” นายเฉลิมชัยย้ำ

ชื่อตกหล่นเร่งอุทธรณ์ก่อน 5 มิ.ย.

พร้อมกันนี้นายเฉลิมชัยยังได้กล่าวฝากถึงเกษตรกรที่มีรายชื่อตกหล่นหรือไม่ได้รับสิทธิ์ ให้รีบดำเนินการยื่นอุทธรณ์ทั้งด้วยตัวเองผ่าน 8 หน่วยงานในส่วนภูมิภาค ได้แก่ สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด/อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด/อำเภอ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต/เครือข่าย สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จังหวัด/สาขา เขตระบบบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย 1-8 และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาค 1-4 และสำนักงานสรรพสามิตจังหวัด หรือทางระบบออนไลน์เข้าใช้บริการที่ www.moac.go.th  ภายในวันที่ 5 มิ.ย.63 เป็นวันสุดท้ายของการยื่นอุทธรณ์

มอบรายชื่อให้คลังจ่าย 10 ล.ราย

รมว.เกษตรฯยังกล่าวถึงกรณีโอนเงินโครงการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่กระทรวงเกษตรดูแลรับผิดชอบว่ากระทรวงเกษตรฯได้สำรวจเกษตรกรจากหน่วยงานต่างๆที่รับ ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ทั้งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม กลุ่มยาสูบ สังกัดกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรฯจะรวบรวมเกษตรกรทั้งหมด นำเสนอคณะกรรมการพิจารณาการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อนำเสนอ ครม.อนุมัติหลักการจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร เบื้องต้นได้สำรวจรวบรวมตามที่ ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 10 ล้านราย สำหรับจัดทำทะเบียนส่งมอบให้กับคณะกรรมการกระทรวงการคลังพิจารณา จ่ายเงินเดือนละ 5,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน

กลั่นกรองครั้งที่ 1 ผ่านเกณฑ์ 8.3 ล.

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า สำหรับการรวบรวมรายชื่อเกษตรกรที่มีการขึ้นทะเบียน 10 ล้านรายหลังจากเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองตรวจสอบ ครั้งที่ 1 มีเกษตรกรผ่านเกณฑ์เพียง 8.33 ล้านราย จากนั้นนำมาตรวจสอบความซ้ำซ้อนทั้งจากเลขบัตรประชาชน ความมีตัวตน รวมไปถึงกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ใน พ.ร.บ.ประกันสังคมตามมาตรา 33 กรณีข้าราชการบำนาญที่ได้รับเงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกันจากกระทรวงการคลัง ซึ่งซ้ำซ้อนกันและถูกตัดสิทธิ์ เพราะถือเป็นผู้ที่มีรายได้ประจำทุกเดือนและยังสามารถทำงานได้ตามปกติ และยังไม่ได้รับผลกระทบมาก เพื่อให้เงินที่นำไปจ่ายช่วยเหลือเยียวยาเป็นเงินที่ได้มาจากภาษีประชาชนนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องมีความโปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบราชการ

คลังอนุมัติเงินแล้ว 6.85 ล. ราย

สำหรับการรับเงินเยียวยา ยังเหลือเกษตรกร 7.77 ล้านราย กลุ่มนี้กระทรวงการคลังอนุมัติเงินแล้ว 6.85 ล้านราย รอการตรวจสอบพิจารณา 920,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนรอดำเนินการ 200,000 ราย และอีก 720,000 ราย รวมกลุ่มเกษตรกรที่เป็นข้าราชการและขึ้นทะเบียนอาชีพรอง วันนี้มีการตัดสิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้วเพราะกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีเงินเดือน หรือเงินบำนาญประจำ

ลงทะเบียนรักษาสิทธิ์ได้ถึง 15 ก.ค.

รมว.เกษตรฯกล่าวอีกว่า ส่วนเเกษตรกรที่ถูกตัดสิทธิ์เงื่อนไขเนื่องจากขาดการยืนยันสิทธิ์ติดต่อนาน 3 ปี และกลับมาขึ้นบัญชีได้ใหม่อีกรอบเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ขณะนี้มี 1 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูก เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้งต้องรอเข้าสู่ฤดูฝน ที่ปีนี้ล่าช้ากว่าทุกๆปี กลุ่มนี้สามารถมาลงทะเบียนรักษาสิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 15 ก.ค. หลังจากเพาะปลูก 15 วัน สามารถแจ้งไปยังหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯที่อยู่ในพื้นที่รับรองตัวตน กลุ่มนี้จะได้รับเงินเยียวยาครั้งเดียวรวม 15,000 บาท อย่างไรก็ตาม เกษตรกรสามารถมายื่นอุทธรณ์เพื่อขอรับสิทธิ์กับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ หรือเข้าไปในเว็บไซต์กระทรวงเกษตร www.moac.go.th  กลุ่ม 2 ที่ขึ้นทะเบียนวันที่ 1-15 พ.ค. หลังพิจารณาแล้ว แต่ถูกตัดสิทธิ์ สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.-5 มิ.ย. มีนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานพิจารณา

สั่งตรวจสอบคนตายได้สิทธิ์เยียวยา

นายเฉลิมชัยยังเปิดเผยถึงกรณีโอนเงินโครงการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่กระทรวงเกษตรฯดูแลรับผิดชอบ แต่ปรากฏว่ามีรายชื่อผู้ที่เสียชีวิตแต่ได้สิทธิ์รับเงินเยียวยารวมทั้งสิ้น 109,647 รายนั้น ในเรื่องนี้ได้สั่งการเร่งด่วนให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เร่งตรวจสอบจำนวนผู้ที่เสียชีวิตแต่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา จะรู้แน่ชัดในสัปดาห์หน้า หลัง ธ.ก.ส.ส่งชื่อผู้เสียชีวิตกลับมายังกระทรวงเกษตรฯให้ไปเคลียร์สิทธิ์ จากนั้นจะเร่งตรวจรายชื่อว่าบุคคลที่เสียชีวิตแต่มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนในหน่วยไหน ที่ทำกินของผู้เสียชีวิตได้ส่งต่อสืบทอดให้ญาติพี่น้องต่อหรือไม่ หลังได้ข้อสรุปจะนำไปหารือกับนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เพื่อแก้ปัญหากันต่อไป ในสัปดาห์หน้ารู้ผลแน่นอน

ธ.ก.ส.เร่ง 4 แสนรายแจ้งเลข บช.ด่วน

วันเดียวกัน นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร รายละ 15,000 บาท จ่ายเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือนจากรัฐบาล ตามรายชื่อที่กระทรวงเกษตรฯส่งมาให้กับ ธ.ก.ส. ในกลุ่มที่ 1 ทั้งรอบที่ 1 และรอบที่ 2 ยังไม่พบบัญชีที่จะรับโอนเงิน 438,251 ราย ทําให้ ธ.ก.ส.ไม่สามารถโอนเงินเยียวยาให้ได้ ขอให้เกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาทั้งในรอบที่ 1 จำนวน 109,600 ราย และรอบที่ 2 อีกจำนวน 328,651 ราย รีบแจ้งเลขที่บัญชีเงินฝากผ่านทางเว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร.com โดยเร็ว ทั้งนี้ จะเป็นบัญชีธนาคารใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาเปิดบัญชีใหม่กับ ธ.ก.ส. วิธีที่สะดวกรวดเร็วที่สุดคือควรเป็นบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน

กลุ่ม 1 โอนให้แล้ว 3.72 ล.ราย

นายกษาปณ์กล่าวต่อว่า สําหรับข้อมูลเกษตรกรกลุ่มที่ 1 รอบที่ 2 ที่ ธ.ก.ส.ได้รับจากกระทรวงเกษตรฯ จำนวน 3,519,434 ราย หลังจากได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนและคัดกรองสถานะผู้เสียชีวิต เหลือผู้มีสิทธิ์จำนวน 3,410,314 ราย จะดำเนินการจ่ายตั้งแต่บัดนี้ ถึง 29 พ.ค.63 เกษตรกรสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้ที่เว็บไซต์ข้างต้นเช่นกัน ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้โอนเงินเยียวยาให้เกษตรกรกลุ่มที่ 1 ไปแล้ว 3,722,604 ราย เป็นเงิน 18,613.02 ล้านบาท ด้านเกษตรกรกลุ่มที่ 2 ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและการขึ้นทะเบียนใหม่เพิ่มเติม เมื่อได้รับรายชื่อจากกระทรวงเกษตรฯ และผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนแล้ว ธ.ก.ส.จะเร่งดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยเร็ว

เลขาฯ รมว.คลังปลื้มจ่ายครบ 15 ล.

ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าเยียวยา 5,000 บาทตามโครงการเราไม่ทิ้งกันว่า ขณะนี้ผลการดำเนินการสำเร็จเรียบร้อยแล้ว 99% ส่วนอีก 1% คือ ส่วนที่ตกค้างจากการทบทวนสิทธิ์ ทั้งนี้ มีผู้ผ่านเกณฑ์รับเงินเยียวยา 15 ล้านคน กระทรวงการคลังจ่ายเงินเยียวยาครบแล้วทั้ง 15 ล้านคน ส่วนอีก 240,000 คน อยู่ระหว่างทบทวนสิทธิ์ เนื่องจากบางส่วนติดต่อได้แต่ไม่สามารถนัดพบได้ หรือที่อยู่จริงในปัจจุบันไม่ตรงกับที่ได้ลงทะเบียนทบทวนสิทธิ์ไว้ บางส่วนผู้พิทักษ์สิทธิ์พยายามติดต่อไปหลายครั้ง ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ไม่สามารถนัดพบได้หรือติดต่อไม่ได้นั้น กระทรวงการคลังจะส่ง sms แจ้งให้ทราบอีกครั้ง และให้ไปติดต่อที่สาขาธนาคารกรุงไทยเพื่อยืนยันตัวตนและการประกอบอาชีพได้จนถึงวันที่ 29 พ.ค.นี้

สั่งดูแล 1.7 ล. คนลงทะเบียนไม่สำเร็จ

นายธนกรกล่าวอีกว่า นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้เรียกประชุมติดตามเรื่องนี้ และเตรียมที่จะปิดโครงการภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ โดยนายอุตตมพอใจผลการดำเนินงานที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ รมว.คลัง ได้สั่งการให้เข้าไปดูแลประชาชนที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จอีก 1.7 ล้านคนด้วย อย่างไรก็ตาม จากการที่ได้ลงพื้นที่นั้น ประชาชนต่างพอใจการทำงานของรัฐบาลในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และยังฝากขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รวมถึงนายอุตตมด้วย

ทวีวัฒนาแห่รับเงินว่างงานมากสุด

ส่วนการจ่ายเงินให้กับผู้ประกันตนที่ว่างงานจากพิษไวรัสโควิด-19 วันเดียวกัน นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วย รมว.แรงงาน กล่าวว่า มีผู้ประกันตนที่ประสบปัญหาการว่างงานจากสถาน-การณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยื่นเรื่องขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย จากสํานักงานประกันสังคม (สปส.) พื้นที่กรุงเทพฯ และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเป็นจำนวนมาก โดยใช้บริการสูงสุดที่ สปส.กทม.พื้นที่เขตทวีวัฒนา เขตคลองเตย มีผู้มาใช้สิทธิ 30,856 ราย เขตบางรัก เขตปทุมวัน 26,783 ราย เขตดินแดง 19,381 ราย ส่วนในต่างจังหวัด สาขา จ.ภูเก็ต 25,332 ราย จ.ชลบุรี สาขา อ.ศรีราชา 19,057 ราย

เพิ่มกำลัง จนท.เร่งจ่ายผู้ประกันตน

นายดวงฤทธิ์กล่าวต่อว่า สำนักงานประกันสังคมได้ยึดการบริหารงานในรูปแบบโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ให้จังหวัดเล็กช่วยจังหวัดใหญ่ โดยจังหวัดเล็ก 5-10 จังหวัด จะช่วยวินิจฉัยจนถึงการอนุมัติสั่งจ่ายให้กองการเงิน(ส่วนกลาง) ประมวลผลจ่ายเงินให้แก่ผู้ประกันตน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางไปช่วยปฏิบัติงาน ทั้งที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่ และสำนักงานประกันสังคมจังหวัด หน่วยละ 5 คน ยกเว้นภูเก็ต และศรีราชา หน่วยละ 10 คนเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับเงินช่วยเหลือรวดเร็วอันเป็นประโยชน์สูงสุด

น.1 มอบถุงยังชีพลูกน้อง 600 ชุด

ในส่วนของตำรวจ นอกจากจะดูแลประชาชนในพื้นที่ต่างๆที่ได้รับความเดือดร้อนจากพิษโควิด-19 นั้น วันเดียวกัน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย ปรก.รอง ผบช.น. พล.ต.ต.กิตติพันธุ์ จุนทการ ผบก.อก.บช.น. นางพึงพิศ ภูมิจิตร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล คณะแม่บ้าน ร่วมกันนำถุงยังชีพ 600 ชุด มอบให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บริเวณที่พักอาศัยอาคารอิสระ บช.น. อาคารรามอินทรา 21 และอาคารถนอมมิตรพาร์ก 21 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ยืนยันกำลังพลพร้อมปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ท.ภัคพงศ์เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่มีความห่วงใยข้าราชการตำรวจ และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว ครอบครัวตำรวจ บช.น. ที่มีอยู่ประมาณ 20,000 นาย ก็ได้รับผลกระทบ จึงได้มีการนำถุงยังชีพและสิ่งของที่มีภาคเอกชนร่วมสนับสนุนมามอบให้ครอบครัวเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล เพื่อเป็นกำลังใจและดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ร่วมกันต่อสู้ ส่วนกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างไรนั้น ทุกคนที่ได้รับมอบถุงยังชีพมีกำลังใจดี ยืนยันว่าจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ ปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าวคลี่คลายได้นั้น ต้องขอบคุณประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการนโยบายที่รัฐบาลกำหนด

บิ๊กอู๋นำของใส่ตู้ปันสุขนครพนม

วันเดียวกัน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ในฐานะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ได้ลงพื้นที่เทศบาลนครพนม มอบเครื่องบริโภค ได้แก่ ไข่ น้ำดื่ม ปลากระป๋อง มาม่า นมกล่อง สำหรับใส่ในตู้ปันสุข ณ จุดต่างๆ เช่น บริเวณโรงพยาบาลนครพนม วัดโอกาสศรีบัวบาน ร้านเทเลวิซ สโมสรโรตารี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ และดูแลประชาชน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

แจ้งวัดตั้ง “ตู้พระทำนำสุข” ช่วย ปชช.

อีกด้านหนึ่งนายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ได้ประชุมคณะผู้บริหารทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศขยายผลจากศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช ให้ดำเนินการจัดทำ 1.ตู้พระทำนำสุข และ 2.สวนครัว นำสุข พอเพียง และเพียงพอ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้แต่ละ พศจ.นำไปต่อยอดแนวคิด ขับเคลื่อนร่วมกับคณะสงฆ์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป โดยตู้พระทำนำสุข จะเป็นการให้พระสงฆ์นำอาหารจากการบิณฑบาตที่นอกเหนือจากการฉันไปใส่ตู้ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปใช้ ส่วนสวนครัวนำสุขจะเป็นการให้วัดที่มีความพร้อมปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อแจกจ่ายผลผลิตให้กับประชาชนที่เดือดร้อน

จตุจักรคึกคัก แต่คนขายบ่นอุบ

ส่วนบรรยากาศที่ตลาดนัดจตุจักร เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เปิดให้ผู้ค้าจำหน่ายสินค้าเป็นสัปดาห์ที่สองมีความคึกคักมากขึ้น ร้านค้าต่างๆเริ่มเข้ามาเปิดร้านให้บริการมากกว่าสัปดาห์แรก ขณะที่การคัดกรองบริเวณประตูทางเข้าทุกด้านยังคงมีเจ้าหน้าที่ตรวจอุณหภูมิและให้ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งมีประกาศเสียงตามสายให้ผู้เข้ามาใช้บริการและเจ้าของแผงค้าปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ร้านค้าขนาดใหญ่ให้คนเข้าซื้อของครั้งละ 3-5 คน ขนาดเล็ก 1-2 คน ร้านอาหารต้องเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร แม่ค้าต้องรวบผมให้เรียบร้อย และต้องมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือไว้บริการลูกค้า หากฝ่าฝืนจะให้หยุดการค้าจนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไข จนถึงเวลา 15.00 น. มีการแจ้งจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการกว่า 9 พันคน แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้ายังพากันบ่นถึงยอดขายที่ไม่ดีตามที่คิดไว้ เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะเดินซื้อของบริเวณแผงค้าริมถนนรอบตลาด ส่วนร้านค้าตามซอยต่างๆซึ่งมีอยู่จำนวนมาก มีคนเข้ามาซื้อของบางตา

อึ้งเว้นระยะส่วนใหญ่เป็นร้านอาหาร

ขณะที่ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร ด้านหลังตลาดนัดจตุจักร มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยเข้ามาใช้บริการตลอดทั้งวัน มีการคัดกรองลูกค้าก่อนเข้าไปใช้บริการเข้มงวด แต่บรรยากาศในศูนย์การค้ายังไม่คึกคักมากนัก โดยคนจะมาเดินซื้อของบริเวณแผงค้าต่างๆด้านข้างหนาแน่นกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามาตรการเว้นระยะห่างในตลาดนัดจตุจักร และแผงค้าด้านข้างศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร ถูกปฏิบัติเฉพาะในร้านอาหารที่มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการนั่งรับประทานอาหาร มีการตั้งโต๊ะเว้นระยะห่าง และมีฉากกั้นบนโต๊ะอาหาร

แผงค้าทั่วไปติดป้ายเตือนแต่เพิกเฉย

ส่วนในแผงค้าทั่วไป อาทิ ร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ กลับละเลยเรื่องการเว้นระยะห่าง ทั้งที่หน้าร้านทำสัญลักษณ์เว้นระยะห่าง 1 เมตรครึ่ง ถึง 2 เมตรเอาไว้ แต่เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น ความจริงลูกค้าในแต่ละแผงค้ายังคงเข้าไปซื้อสินค้าได้ตามปกติ ไม่มีการเว้นระยะหรือจำกัดจำนวนคนแต่อย่างใด โดยเฉพาะร้านจำหน่ายเสื้อผ้าที่มีการลดราคาพิเศษคนจะ เข้าไปเลือกซื้อกันอย่างหนาแน่น จากการสอบถามคนที่เข้ามาใช้บริการต่างบอกว่า ไม่ได้รู้สึกกลัวที่ต้องมาอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก เนื่องจากขณะนี้มียอดติดเชื้อน้อยลงและทุกคนที่เข้ามาต้องผ่านการคัดกรอง อยากเดินเลือกซื้อของอย่างสบายใจไม่กังวลมากเกินไป

จับร้านเหล้าแอบเปิดขายลูกค้า

ส่วนการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 พ.ค. พ.ต.อ.วาชรัตน์ มูลวงษ์ ผกก.สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ สั่งการให้ พ.ต.ท.สมสิทธิ์ เตชะอุด สวป. ประสานกับนายภูเบศ พุฒิรัตนาพร นอภ.สันกำแพง นายมานิด ไหวไว ปลัดอาวุโส สนธิกำลังตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าตรวจค้นร้านโบกี้ ต.สันกลาง อ.สันกำแพง ลักลอบเปิดจำหน่ายสุราให้ลูกค้า จับกุมตัวนายอมร กุลประสิทธิ์ อายุ 49 ปี เจ้าของร้าน ดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อ 3 (1) ก.ร้านอาหารจำหน่ายสุราขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยินยอมให้บุคคลอื่นบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน นำตัวส่ง ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ ปัญญาดี รอง สว. (สอบสวน) สภ.สันกำแพง ดำเนินคดี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1เฉลิมชัย ศรีอ่อนเยียวยาเกษตรกรเรียนออนไลน์เรียนทางไกลข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้