ไลฟ์สไตล์
100 year

จับพิรุธ "แม่ปุ๊ก" อ้างรู้ว่าท้องลูกคนเล็ก ช่วงใกล้คลอด ได้บริจาคกว่า 10 ล้าน

ไทยรัฐออนไลน์23 พ.ค. 2563 15:42 น.
SHARE

เปิดพฤติกรรม "แม่ปุ๊ก" รับบริจาคกว่า 10 ล้าน ตรวจ DNA ยืนยันสัมพันธ์กับเด็กชายวัย 2 ขวบ หลังเจ้าตัวอ้าง มีสัมพันธ์หนุ่มรู้จักได้ 3 วัน มารู้ตัวว่าท้องช่วงใกล้คลอด 

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.นิษฐา (สงวนนามสกุล) หรือ แม่ปุ๊ก อายุ 29 ปี ชาว กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา "รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน" ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทิดราชัน 13 ถ.เทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา

ข่าวแนะนำ

เนื่องจากพบว่ามีพฤติกรรมต้องสงสัยว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำให้ ด.ช. อายุ 2 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรแท้ๆ และ ด.ญ. อายุ 4 ขวบ บุตรบุญธรรม ล้มป่วยด้วยอาการผิดปกติ เพื่อสร้างเรื่อง หลอกเอาเงินจากคนอื่น ซึ่งขณะนี้อาการของ ด.ช.วัย 2 ขวบ ปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

หลังผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์พบสารเคมีฤทธิ์ออกฤทธิ์เป็นกรด คล้ายกับสารเคมี ที่เป็นส่วนผสมของน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือน้ำยาซักฟอก ในร่างกายจำนวนมากจนทำให้อวัยวะภายในเสียหาย ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ความคืบหน้าคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการจับกุมตัว น.ส.นิษฐา หรือ แม่ปุ๊ก ทาง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ยังคงสั่งการให้ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. ลงพื้นที่สืบหาพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยมีการตั้งประเด็นข้อสงสัยทางคดีที่ต้องคลี่คลายกว่า 20 ประเด็น

โดยเฉพาะประเด็นสำคัญข้อสงสัยว่า ด.ช. วัย 2 ขวบ ที่ได้รับการรักษาจนปลอดภัยแล้วนั้น เป็นบุตรแท้ๆ ของ น.ส.นิษฐา จริงหรือไม่ แม้ว่าในใบสูติบัตรจะมีการยืนยันชัดเจนว่า น.ส.นิษฐา เป็นมารดาถูกต้องตามกฎหมาย แต่เนื่องจากว่า ในทางกฎหมายเกี่ยวกับการแจ้งเกิดบุตรนั้น ยังมีช่องโหว่บางอย่าง ที่ทำให้บุคคลที่ไม่ใช่บิดามารดาที่แท้จริงของเด็กสามารถจดทะเบียนในการเป็นมารดาของเด็กได้ ซึ่งการจะพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงให้หายเคลือบแคลงข้อสงสัยได้นั้น จึงจำเป็นจะต้องทำการตรวจดีเอ็นเอ

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของ น.ส.นิษฐา และ ด.ช. วัย 2 ขวบ ส่งไปตรวจพิสูจน์ทราบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์แล้ว โดยคาดว่าน่าจะทราบผลภายในสัปดาห์หน้านี้

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับมูลเหตุที่ทำให้เกิดข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมที่ผิดแปลกธรรมชาติของผู้เป็นแม่ เนื่องจากในช่วงที่ ด.ช. วัย 2 ขวบ ยังมีอาการป่วยหนักอยู่นั้น ธรรมชาติของคนเป็นแม่ทั่วไปจะต้องเพิ่มความเอาใจใส่ดูแลลูกน้อยมากขึ้น จนไม่มีเวลาคิดหรือทำอย่างอื่น แต่ น.ส.นิษฐา กลับยังคงสนใจหรือมุ่งแต่เรื่องการถ่ายคลิปวิดีโอ โพสต์ข้อความลงในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างกระแสและมุ่งหวังแต่ยอดเงินบริจาคจากประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีการข้อสังเกตอีกด้วยว่า เมื่อมีการส่งตัว ด.ช. วัย 2 ขวบ ไปอยู่ในความดูแลของทางแพทย์ เด็กจะมีอาการดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติ แต่เมื่อเด็กกลับไปอยู่ในความดูแลของ น.ส.นิษฐา ไม่นานก็จะมีอาการทรุดลงอย่างหนัก อีกทั้งเด็กยังมีอาการหวาดกลัว ไม่อยากเข้าใกล้ หรือติดต่อกับ น.ส.นิษฐา

อีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามประวัติความเป็นมาของผู้เป็นพ่อ ด.ช.อิ่มบุญ นั้น น.ส.นิษฐา กลับไม่สามารถยืนยันตัวตนได้มากนัก โดยอ้างว่าก่อนหน้าที่จะตั้งครรภ์ ด.ช. วัย 2 ขวบ ได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนจะไปพบเจอกับชายหนุ่มคนหนึ่งจนนำไปสู่การมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง และคบหากันในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 3 วัน จากนั้นทั้งคู่จะเลิกราต่อกัน ซึ่งระหว่างนั้นก็ไม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ เนื่องจากประจำเดือนยังมาปกติ กว่าจะมารู้ตัวว่าตั้งท้อง อายุครรภ์ก็เกือบ 9 เดือน ใกล้คลอดแล้ว

ประกอบกับจากการสอบถามพยานบุคคลใกล้ชิดของ น.ส.นิษฐา ส่วนใหญ่ต่างยืนยันว่า ก่อนหน้าจะพบ ด.ช. วัย 2 ขวบ นั้น ไม่เคยเห็น น.ส.นิษฐา ตั้งครรภ์มาก่อน ซึ่งพยานส่วนใหญ่มาทราบเรื่องว่า น.ส.นิษฐา มีบุตรก็ตอนที่ น.ส.นิษฐา พา ด.ช. วัย 2 ขวบ กลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว จึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่มองว่าคำกล่าวอ้างของ น.ส.นิษฐา นั้นยังไม่สมเหตุสมผลหรือมีน้ำหนักมากเพียงพอ

และหากผลการตรวจพิสูจน์ออกมาว่าดีเอ็นเอ ออกมาพบว่า น.ส.นิษฐา ไม่ได้เป็นแม่ที่แท้จริงของ ด.ช. วัย 2 ขวบ นั้น น้ำหนักความน่าเชื่อถือในคดีทำร้ายเด็กก็จะมีเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีที่ น.ส.นิษฐา มักกล่าวอ้างกับบุคคลอื่นว่ามีอาชีพเป็นเภสัชกร จากการตรวจสอบประวัติพบว่าไม่ได้เป็นเภสัชกร ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เพียงแต่เคยเรียนเภสัชกรอยู่ 3 ปี แต่ไม่จบหลักสูตรการศึกษา

ขณะที่ การตรวจสอบบัญชีธนาคารต่างๆ ที่เปิดขึ้นเพื่อรับบริจาคนั้น เบื้องต้นพบว่า มีด้วยกัน 4 บัญชี โดยมี 3 บัญชี ถูกเปิดในชื่อของแม่แท้ๆ ของ ด.ญ. วัย 4 ขวบ ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ส่วนอีก 1 บัญชีเปิดในชื่อของ น.ส.นิษฐา ทั้งนี้จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารทั้ง 4 บัญชีดังกล่าวพบว่า มียอดเงินจากผู้บริจาคเข้ามาจำนวนกว่า 10 ล้านบาท จากยอดผู้บริจาคกว่า 3,000 คน ซึ่งมีการโอนเงินเข้ามาจำนวนกว่า 8,000 ครั้ง ขณะที่การตรวจสอบเงินหมุนเวียนในบัญชีดังกล่าวทั้งหมดพบว่ามีมากถึงเกือบ 20 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากพบว่ามี 3 บัญชี ที่เป็นชื่อของแม่แท้ๆ ของ ด.ญ. วัย 4 ขวบ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการตรวจสอบไปยังแม่แท้ๆ ของ ด.ญ. ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงในส่วนนี้ว่า ก่อนหน้าบุตรสาวจะเสียชีวิต ทาง น.ส.นิษฐา ได้ติดต่อมาหาเพื่อขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคารให้ โดยอ้างว่าจะนำไปใช้เป็นหลักฐานในการทำประกันให้กับ ด.ญ. จึงหลงเชื่อเปิดบัญชีให้ไป โดยไม่ทราบว่าจะนำไปใช้ในการสร้างความน่าเชื่อถือ หลอกรับบริจาคเงิน และใช้หลอกขายสินค้าออนไลน์

ซึ่งการเปิดบัญชีดังกล่าวนี้เองยังส่งผลให้แม่ของ ด.ญ. วัย 4 ขวบ ถูกผู้เสียหายบางรายที่ถูกฉ้อโกงเงินแจ้งความเอาผิดด้วย ก่อนจะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้เสียหายได้ทราบในภายหลังต่อมา

ขณะที่ความคืบหน้าภาพรวมในส่วนของสำนวนคดีนั้น เดิมทีสำนวนคดีดังกล่าวอยู่ความรับผิดชอบของ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่เนื่องจากข้อจำกัดในส่วนของจำนวนบุคลากรและเครื่องมือการตรวจสอบ จึงได้มีการเสนอเรื่องโอนคดีมาอยู่ในความรับผิดชอบของทางตำรวจกองปราบ เป็นหน่วยงานหลักรับดำเนินการแทน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยคาดว่าการโอนย้ายสำนวนคดีดังกล่าวมายังกองปราบอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แม่ปุ๊กคดีแม่ปุ๊กคดีแม่ปุ๊กวางยาลูกแม่วางยาลูกน้องอิ่มบุญน้องอมยิ้มดีเอ็นเอข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13:06 น.