ไลฟ์สไตล์
100 year

พ่ออ้างเพิ่งรู้ หลานคนโตเป็นเด็กรับมาเลี้ยง ไม่เชื่อลูกสาว วางยา หวังเงินบริจาค

ไทยรัฐออนไลน์22 พ.ค. 2563 18:38 น.
SHARE

จับสาววัย 29 ต้องสงสัยวางยาเด็กรับมาเลี้ยง ขอเงินบริจาค สุดท้ายตาย ลูกอีกคน วัย 2 ขวบรอด แพทย์สงสัย หลังอาการคล้ายพี่สาว และพบสารพิษในร่างกาย

จากกรณี โลกโซเชียล ตั้งข้อสงเกตถึงคุณแม่รายหนึ่ง ที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ขอรับบริจาคเงิน เพื่อรักษา ลูกสาวคนโต วัย 4 ขวบ ที่ป่วยด้วยโรคประหลาด หาสาเหตุไม่ได้ จนมีคนเข้ามาบริจาคเงินให้น้องจำนวนมาก รวมถึง คุณแม่มีการขายของออนไลน์ แต่คนซื้อไม่ได้ของตามที่สั่งไว้ แต่หลายคนก็ปล่อยผ่าน เนื่องจากเกิดความสงสาร ต่อมา ลูกชายวัย 2 ขวบ ป่วยในลักษณะเดียวกัน และพาน้องไปรักษา อ้างว่า น้องแพ้อาหารทะเล แต่แพทย์ตรวจพบ และสันนิษฐานได้ว่า ไม่น่าจะเกิดจากการแพ้อาหารทะเลจนอาเจียนเป็นเลือด แพทย์จึงได้ตรวจละเอียด ก่อนส่งหลักฐานให้ตำรวจ จนสามารถออกหมายจับแม่ของเด็กได้

ข่าวแนะนำ

โดยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 พ.ค. นายเอ (นามสมมติ) บิดาของ นางสาวนิษฐา หรือ แม่ปุ๊ก (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ซึ่งถูกจับ ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 675/2563 ลง 18 พฤษภาคม 2563 ในข้อกล่าวหา รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน เปิดใจกับสื่อว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 20 คน ได้มาแสดงหมายจับลูกสาวของตนที่อยู่ที่บ้าน ตอนนั้นทุกคนตกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตนจึงได้ขับรถตามไปชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเรื่องที่ลูกสาวถูกกล่าวหา แอบเอาสารพิษหยอดให้กับหลาน จนเสียชีวิตหนึ่งคน และอีกคนหนึ่งป่วยหนัก

นายเอ เผยต่อว่า ตนอยากชี้แจงเรื่องทั้งหมดว่า ตนเพิ่งทราบว่า ความจริงแล้ว เด็กคนโตที่เสียชีวิตไป ไม่ได้เป็นลูกของลูกสาว เพราะลูกบอกว่า ไปรับมาจากบ้านเช่า แต่ ด.ช.วัย 2 ขวบ เป็นลูกแท้ ๆ เพราะว่า ตนเป็นคนไปส่งลูกตอนที่คลอดเอง โดยกรณีของคนโต น้องได้เสียชีวิตไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 62 อาการของน้องนั้นมีความดันสูงมา และต้องใช้ยาที่มีสเตียรอยด์ในการคุมความดันเอาไว้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ว่าอาการของน้องยิ้ม ไม่มีสารเคมีในร่างกาย

ส่วน ด.ช. วัย 2 ขวบ มีอาการช่วงเดือนมกราคม 2563 น้องเข้าโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง น้องมีอาการป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ จากนั้นก็เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ แพทย์บอกว่า เป็นอาการภูมิแพ้ จากนั้น ก็รักษาตัวมาเรื่อยๆ ไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลย กระทั่ง ปลายเดือนมกราคม แพทย์บอกว่า น้องอิ่มีสารเคมี ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีรส ปะปนอยู่ในร่างกาย ตนก็ตกใจมาก เพราะว่าที่บ้านก็เลี้ยงดูอย่างดี อีกทั้งบ้านก็ไม่ได้ติดกับโรงงานอุตสาหกรรมเลย เมื่อถามว่า สารที่พบคือสารอะไร ทางแพทย์ก็ไม่ตอบ กระทั่งลูกสาวตนถูกออกหมายจับ

นายเอ บอกต่อว่า ตนเชื่อว่าลูกสาวไม่ได้ทำ ถ้าหากทำเพื่อจะเอาเงินบริจาค ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม ในเมื่อเอามาแล้ว ก็ต้องมานั่งรักษาหลานของตัวเอง ซึ่งตนคาใจกับแพทย์มาก ที่กล่าวหาว่า ลูกสาวตนป่วยจิต วางยาลูก เอาเงินบริจาค ซึ่งลูกสาวตน ไม่เคยมารักษาอาการทางจิตเลย เรื่องนี้รุนแรงกับครอบครัวมาก ตนรับไม่ได้ และตัวลูกสาวเอง ก็ให้ปากคำกับตำรวจหนักแน่น ว่าไม่ได้เป็นคนทำ 

ที่ผ่านมา ลูกสาวก็มีมาปรึกษาว่า หลานคนโตป่วย จะหาเงินรักษายังไงดี พวกตนเลยคิดว่า จะลงเฟซบุ๊กเพื่อขอรับบริจาคดีไหม ปรึกษากันหลายคน จึงลองโพสต์ดู ก่อนมีคนเข้ามาบริจาคจำนวนมาก กระทั่งได้เงินพอรักษาน้องแล้ว อยู่ที่หลักล้าน ก็ปิดรับบริจาค ส่วนคนเล็ก ประมาณ หลักหมื่น และนอกจากนี้ ลูกสาวก็ขายของออนไลน์ เอาเงินมารักษาหลายด้วย ส่วนในกรณีที่มีคนเข้ามาซื้อของแล้วไม่ได้ของ แล้วมาหาที่หน้าบ้านนั้น ตอนนี้ก็เคลียร์กันไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องอื่นตนก็ไม่ทราบ

ซึ่งตอนนี้ น้องอิ่มอยู่กับเจ้าหน้าที่ พม. ตนเคยไปเยี่ยมอยู่ ก็เห็นหลานใช้ชีวิตปกติ สดใสร่าเริง และน่าจะหายจากอาการป่วยแล้ว ส่วนตนและครอบครัวเครียดมาก กำลังหาเงิน 3 แสนบาท เพื่อจะไปหาเงินประกันตัวลูกสาวอยู่

ขณะที่ นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ ด.ช.วัย 2 ขวบอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ พม. ซึ่งสันนิษฐานจากทางแพทย์ว่า มีลักษณะต่อเนื่องมาจาก ด.ญ.4 ขวบ ที่เสียชีวิตไป อาการคล้ายพี่สาว อาเจียน มีอาการแพ้ ระบบภายในถูกกัดกร่อน ก็สงสัยว่าทำไมเหมือนพี่สาว และเมื่อตรวจซ้ำอย่างละเอียด พบว่า ไม่ได้เกิดจากอาการแพ้ของอาหารทะเลอย่างที่แม่เด็กตั้งข้อสงสัยไว้ 

ตอนแรกเคสของ น้องผู้หญิง ก็ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรแน่ กระทั่งมาถึงน้องคนเล็ก จนมีการตั้งข้อสงสัย และตรวจสอบอย่างชัดเจน โดยเชื่อว่าได้รับสารบางอย่างเข้าไป เบื้องต้น ก็มีการเพ่งเล็งไปที่แม่เอง อาจจะกระทำกับลูก จึงทำให้มีการตรวจสอบ จนมีการเช็กสูติบัตร และพบว่า กับลูกสาวคนโต ไม่ได้เป็นแม่ลูกกันจริง ในส่วนของ ด.ช. วัย 2 ขวบ มีการระบุว่า เป็นแม่เด็ก แต่ไม่ได้มีการระบุว่า ใครคือบิดา เพราะฉะนั้น ก็ยังไม่ทราบว่า ใช่แม่ลูกกันจริงหรือไม่ จนกว่าจะมีการตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งก็ต้องได้รับความยินยอมจากมารดา 

ดังนั้น ตอนนี้ในเรื่องของการวางยา หรือไม่นั้น เป็นข้อสันนิษฐานของแพทย์ ว่าอาจมีความเป็นไปได้ เพราะมีสารพิษเข้าสู่ร่างกาย โดยการกลืนเข้าไป จนถึงตอนนี้ พม. มีการแยกตัว ด.ช.วัย 2 ขวบ ซึ่งอาการปลอดภัยแล้ว และออกจาก รพ. ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ออกมาจากครอบครัว ตามคำสั่งศาล ซึ่งตรงนี้ทำให้แม่เด็กไม่สามารถเข้าใกล้ได้ และตอนนี้แม่เด็กก็ถูกดำเนินคดี อยู่ในเรือนจำแล้ว ขณะที่สภาพจิตใจของน้อง ซึ่งอายุ 2 ขวบ ก็ยังพูดเป็นคำๆ ไม่ได้คล่องเหมือนเด็กโต

ในส่วนเรื่องผลตรวจร่างกาย ด.ญ. 4 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วนั้น ต้องสอบถามทางแพทย์อีกครั้ง เนื่องจาก ณ ขณะนั้นยังไม่มีการสงสัยอะไร ส่วนสารพิษที่พบในตัวน้องอิ่มนั้น มีปริมาณที่ทำให้เกิดการทำลายในลำไส้ แต่ไม่ทราบว่าได้รับสารพิษมานานเท่าไรแล้ว

ส่วนของตา และยาย ที่เป็นห่วงน้องนั้น ทาง พม. อาจจะพิจารณาให้เจอกันได้ยาก หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยน้องจะอยู่ในความดูแลของ พม. 3 เดือน จากนั้นก็จะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะดูแลน้องอย่างไรต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่สภาพกาย แต่ก็ต้องเป็นเรื่องของจิตใจด้วย โดยจะเป็นการวางแผนในระยะยาว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แม่ปุ๊กคดีแม่ปุ๊กคดีแม่ปุ๊กวางยาลูกแม่วางยาลูกน้องอิ่มบุญน้องอมยิ้มรับบริจาคข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12:25 น.