กสร. กำหนดมาตรการบรรเทาปัญหาการเลิกจ้าง แนะนายจ้างใช้หลัก "แรงงานสัมพันธ์" ร่วมเจรจาหาทางออกก่อนตัดสินใจเลิกจ้างในช่วงวิกฤติโควิด-19
เมื่อวันที่ 13 พ.ค.63 นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ในอดีตเมื่อปี 2540 ประเทศไทยได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ นำมาซึ่งการเลิกจ้าง การปิดกิจการของสถานประกอบกิจการเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรมได้ออกมาตรการมารองรับปัญหาดังกล่าว เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างในขณะนั้น ปัจจุบันเมื่อเกิดผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จึงได้นำมาเป็นแนวทางเสนอแนะให้สถานประกอบกิจการ นายจ้าง ลูกจ้างได้ปฏิบัติร่วมกัน โดยใช้หลักแรงงานสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการเจรจาก่อนจะเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน โดยมีแนวทาง 3 ด้านหลัก ๆ คือ
1. มาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหาร ได้แก่ นโยบายประหยัดพลังงาน การลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหาร รวมทั้งลดต้นทุนต่าง ๆ เท่าที่จำเป็น และมาตรการลดค่าใช้จ่ายทางด้านแรงงาน โดยต้องเลือกมาตรการที่มีผลกระทบต่อลูกจ้างน้อยที่สุดมาใช้ก่อน อาทิ ลดหรือยกเลิกการทำงานล่วงเวลา ลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างน้อยที่สุด
2. มาตรการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น มีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายหน้าที่ของลูกจ้างเพื่อวางแผนกำลังคนให้เหมาะสมกับกำลังการผลิต
3. มาตรการชะลอการเลิกจ้าง หากมีการดำเนินการทั้งสองมาตรการข้างต้นแล้ว ยังมีผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการประกอบกิจการของนายจ้าง จนทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ จนอาจทำให้ต้องหยุดกิจการบางส่วนหรือทั้งหมดเป็นการชั่วคราว ให้มีการจัดลำดับความสำคัญของแผนก หรือจำนวนลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดหรือปิดกิจการโดยยึดหลักความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง สภาพการทำงานตามมาตรการข้างต้น ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง และขอให้การเจรจาตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักสุจริตใจ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิของลูกจ้าง และต้องไม่น้อยกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวด้วยว่า หากสถานประกอบกิจการใดต้องการคำแนะนำ หรือขอคำปรึกษาถึงแนวทางการดำเนินการตามมาตรการบรรเทาการเลิกจ้างเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่ทั่วประเทศ.