ส.ป.ก.ให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน นำผลผลิตในพื้นที่ ข้าวสาร ผัก ผลไม้ สินค้าแปรรูป พืชสมุนไพร ผ้าทอ เครื่องจักสาน และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ มาจำหน่ายที่ สนง.ถนนราชดำเนินนอก และถนนประดิพัทธ์ พร้อมขายออนไลน์สู้โควิด-19
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ทำเกษตรกรรมเป็นหลัก เป็นผู้ผลิตอาหารตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ด้วยวิกฤติ COVID-19 นี้ทำให้ผลผลิตทางเกษตร กว่าร้อยละ 70 ไม่สามารถส่งออกต่างประเทศได้ ทำให้อุปสงค์และอุปทานภายในประเทศไม่สมดุลกัน ซึ่งในพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นเดียวกัน เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินขาดรายได้ จำหน่ายผลผลิตได้น้อยลง หรือไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เลยในบางพื้นที่
ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. จึงได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร โดยการจัดให้มีโครงการ SHOP สู้ COVID-19 ด้วยการเปิดโอกาสให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินได้นำผลผลิตในพื้นที่ เช่น ข้าวสาร ผัก ผลไม้ สินค้าแปรรูป พืชสมุนไพร ผ้าทอ เครื่องจักสาน และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ มาจำหน่ายที่ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก และส.ป.ก. ถนนประดิพัทธ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้มีตลาดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรรวมถึงมีรายได้เพื่อจุนเจือครอบครัวในระหว่างที่อยู่ในช่วงวิกฤติสถานการณ์
ด้าน นายอเนก ยินดีสิงห์ เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตนและครอบครัวอาศัยอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปลูกเมล่อนเพื่อจำหน่าย โดยมีกลุ่มที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เดิมทีจำหน่ายให้กับห้างสรรพสินค้าในพื้นที่หลายแห่ง แต่เมื่อเกิดวิกฤติสถานการณ์โรค โควิด-19 ห้างฯ ลดจำนวนการรับซื้อลงประมาณร้อยละ 50 ทำให้ผลผลิตเมล่อนมีมากกว่าที่ตลาดต้องการ ราคาที่จำหน่ายก็ลดลง แต่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้เห็นว่า เกษตรกรกำลังลำบาก จึงได้ติดต่อเข้ามาให้จำหน่ายเมล่อนที่ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก และถนนประดิพัทธ์ ทำให้สามารถจำหน่ายราคาปลีก 100-120 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ ผู้บริโภคก็ได้ซื้อในราคาถูกและได้เมล่อนที่มีคุณภาพไปรับประทาน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือทั้งด้านเกษตรกรและผู้บริโภคได้อย่างสมดุล
นายวิณะโรจน์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ส.ป.ก. ยังได้เพิ่มช่องทางและส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่เกษตรกรได้ง่ายๆ เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน เกษตรกรสามารถถ่ายภาพสินค้าในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างไม่จำกัด ลงเนื้อหาที่เกี่ยวกับสินค้าสร้างเป็นเรื่องราวที่มีความน่าสนใจและดึงดูดการซื้อ การจัดการส่งเสริมการขาย ในรูปแบบของการจำหน่ายแบบออนไลน์ ซึ่งมีหลายช่องทางการจำหน่าย เช่น
www.alro.go.th/coopshop, Facebook fanpage เช่น Facebook สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม, Facebook วิสาหกิจชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดิน, Page สินค้าเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน, Page จุฬามาร์เก็ตเพลส, Page มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน Page KU จะฝากร้าน ซึ่งประเทศไทยมีผู้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต กว่า 57 ล้านคน หรือร้อยละ 90 ของคนไทยทั้งประเทศ ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อและใช้บริการทางออนไลน์ได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ตามนโยบายของรัฐบาล อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ.


