ป.สรุปสำนวนคดีส่งอัยการฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน และพวกรวมกัน 6 คนอุ้มฆ่าเผานั่งยางพี่ชายผู้พิพากษา แจ้งคนละ 9 ข้อหา โทษหนักถึงประหารชีวิต เผยสำนวนมีทั้งหมด 11 แฟ้ม 4,259 หน้า “ผู้การก้อง” ระบุแม้ พ.ต.ท.บรรยินและพวกอีก 4 คนยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การชั้นศาล โดยมีผู้ต้องหาที่รับสารภาพเพียงคนเดียวนั้น ไม่ได้เป็นกังวล มั่นใจในพยานหลักฐาน อีกทั้งคำให้การของผู้ต้องหาบางรายสอดคล้องกับหลักฐานที่ตรวจพบ ค่อนข้างมั่นใจเอาผิดได้แน่

ป.สรุปสำนวนส่งอัยการคดีบรรยินอุ้มฆ่าเผานั่งยางพี่ชายผู้พิพากษา โดยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. ร่วมแถลงความคืบหน้าการดำเนินคดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และพวก รวม 6 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษาศาลกรุงเทพใต้ นำศพไปเผาอำพรางในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เหตุเกิดวันที่ 4 ก.พ.63

พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า สำนวนคดีดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการในวันนี้ โดยสอบปากคำพยานไปทั้งสิ้น 111 คน สอบปากคำผู้ต้องหา 6 คน สรุปสำนวนคดีมีทั้งหมด 11 แฟ้ม รวม 4,259 หน้า แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ พ.ต.ท.บรรยินและพวกรวม 6 คน 9 ข้อหาได้แก่ 1.ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ 2.ร่วมกันพยายามข่มขืนใจเจ้าพนักงาน 3.ซ่องโจร 4.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเพื่อปกปิดความผิดอื่นหรือหลีกเลี่ยงให้พ้นคดีอาญาในความผิดอื่นที่ได้กระทำไว้

5.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย 6.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย 7.ร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพ 8.ร่วมกันกระทำการใดๆแก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่ทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดี และ 9.ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานด้วยการสวมเครื่องแบบเครื่องหมายเจ้าพนักงานโดยที่ตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ พ.ต.ท.บรรยินฐานสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายเจ้าพนักงาน

...

ผบก.ป.กล่าวต่อว่า แม้ว่า พ.ต.ท.บรรยินและพวกอีก 4 คนยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การชั้นศาล อีกทั้งมีผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุเพียงรายเดียวที่รับสารภาพ แต่ไม่ได้เป็นกังวล เพราะ มั่นใจในพยานหลักฐานที่มี อีกทั้งคำให้การของผู้ต้องหาบางรายยังสอดคล้องกับหลักฐานที่ตรวจพบ ค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิด พ.ต.ท.บรรยิน และพวกได้อย่างแน่นอน

ส่วนกรณีการตรวจสอบว่านางวราภร ตั้งภากรณ์ ภรรยา พ.ต.ท.บรรยินมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า จากหลักฐานในขณะนี้ยังไม่พบ เพียงแต่เป็นเจ้าของที่ดินสถานที่ที่ผู้ต้องหานำศพไปเผาอำพรางเท่านั้น ส่วนพี่ชาย พ.ต.ท.บรรยิน ที่เป็นผู้ยืมรถยนต์โตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เป็นเพียงการยืมโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่ทราบว่าจะมีการนำไปใช้กระทำผิดจึงยังไม่เพียงพอที่จะเอาผิดกับทั้งสองคนนี้ได้

รายงานข่าวระบุด้วยว่า สำหรับ พ.ต.ท.บรรยิน ขณะนี้ถูกดำเนินคดีด้วยกัน 4 คดี ประกอบด้วย 1.คดีปลอมเอกสารสิทธิการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ หรือเสี่ยจืด แซ่ตั๊ง กว่า 300 ล้านบาท ไปเป็นของตนเอง ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 8 ปี ส่วน น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล ศิวาธนพล อายุ 30 ปี อดีตพริตตี้ และ น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล อายุ 29 ปี อดีต เจ้าหน้าที่การตลาด หรือโบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ศาลตัดสินจำคุก 4 ปี ขณะที่ น.ส.ศรีธรา พรหมา อายุ 56 ปี แม่ น.ส.อุรชา ศาลมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง คดีที่ 2 เป็นคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ ด้วยวิธีอำพรางเป็นอุบัติเหตุรถชนได้ส่งฟ้องไปเป็นที่เรียบร้อย นัดหมายสืบพยานในวันที่ 2 มิ.ย.63 คดีที่ 3 เป็นคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน และพวกรวม 5 คน ร่วมกันฟอกเงินทรัพย์สินที่ได้มาจากการโอนหุ้นของเสี่ยชูวงษ์มาเป็นของตนเอง อยู่ระหว่างนัดผู้ต้องหาส่งฟ้องต่ออัยการ และคดีสุดท้ายเป็นคดีที่ร่วมกับพวกก่อเหตุอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา