ผ่านไป 24 ชั่วโมง ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นไม่หยุด 5 พันกว่าศพไปแล้ว อยู่ที่ 269,594 ศพ จากจำนวนผู้ติดเชื้อ 3,847,102 ราย เพิ่มขึ้นมา 9 หมื่นกว่าราย รักษาหายแล้ว 1,285,964 ราย จากการรายงานของศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เมื่อเวลา 13.32 น. วันที่ 8 พ.ค.

  • สถานการณ์ในสหรัฐฯ ยังคงน่าเป็นห่วง หลังประชาชนฝ่าฝืนมาตรการล็อกเมือง ออกมาใช้ชีวิตปกติ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า ปลายเดือน พ.ค.นี้ อาจทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งสูงถึง 100,000 รายก็เป็นไปได้ โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อขณะนี้อยู่ที่ 1,256,972 ราย เสียชีวิต 75,670 ศพ สูงสุดอันดับ 1 ของโลก เฉพาะในรัฐนิวยอร์ก คนตายไปแล้ว 26,144 ศพ

  • รายงานข่าวจากทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ผู้ช่วยส่วนตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสังกัดกองทัพสหรัฐฯ ติดเชื้อไวรัสโควิด ส่วนผลตรวจทรัมป์ และไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ โชคดีไม่พบการติดเชื้อแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ช่วยส่วนตัวคนนี้ของทรัมป์ไม่เคยสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ใกล้ชิดทรัมป์

  • สเปน มีผู้ติดเชื้ออันดับ 2 ของโลก จำนวน 221,447 ราย ตามมาด้วยอิตาลี ติดเชื้อ 215,858 ราย อังกฤษ 207,977 ราย รัสเซียแซงหน้าฝรั่งเศส มีผู้ติดเชื้อ 177,160 ราย เพราะเพียงวันเดียวมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากถึง 11,231 ราย ขณะที่ฝรั่งเศส ติดเชื้อ 174,918 ราย และเยอรมนี ติดเชื้อ 169,430 ราย

  • ยอดผู้เสียชีวิตในอังกฤษ อันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ อยู่ที่ 30,689 ศพ อันดับ 3 อิตาลี เสียชีวิต 29,958 ศพ ตามมาด้วยสเปน เสียชีวิต 26,070 ศพ ฝรั่งเศส เสียชีวิต 25,990 ศพ และบราซิล เสียชีวิต 9,190 ศพ จากจำนวนผู้ติดเชื้อ 135,773 ราย เฉพาะวันเดียวมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาก 9,162 ราย

  • องค์การอนามัยโลก ออกแถลงการณ์เตือนภูมิภาคแอฟริกา จะมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด เป็นจำนวนมาก ประมาณ 83,000-190,000 ราย และมีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีก 29-44 ล้านรายทีเดียว หากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดประสบความล้มเหลว และมีแนวโน้มจะเป็นแหล่งการแพร่กระจายขนาดใหญ่



  • รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติการใช้ยาเรมเดซิเวียร์ รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิดที่มีอาการรุนแรง และนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตกลงจะร่วมมือในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดระหว่างสองประเทศ และร่วมพัฒนาวัคซีนและยารักษาผู้ป่วย เพื่อร่วมการผลักดันให้มีการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง

  • สถานการณ์ในกลุ่มประเทศอาเซียน สิงคโปร์ ยังคงมีผู้ติดเชื้ออันดับ 1 ในอาเซียน อยู่ที่ 20,939 ราย เพิ่มขึ้น 741 ราย ภายในเวลา 24 ชั่วโมง ยอดผู้เสียชีวิตคงที่ 20 ศพ อันดับ 2 อินโดนีเซีย ติดเชื้อ 12,776 ราย เสียชีวิต 930 ศพ เพิ่มขึ้นมา 35 ศพ ฟิลิปปินส์ ติดเชื้อ 10,343 ราย เสียชีวิต 685 ศพ เพิ่มขึ้น 27 ศพ มาเลเซีย ติดเชื้อ 6,467 ราย เสียชีวิตคงที่ 107 ศพ ตามมาด้วยไทย ติดเชื้อ 3,000 ราย เสียชีวิตคงที่ 55 ศพ



  • อันดับโลกของไทย อยู่ที่ลำดับ 64 มีผู้ป่วยเพิ่มใหม่ 8 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน จ.ยะลา อ.บันนังสตา จำนวน 3 ราย โดยรายแรกเป็นเพศชาย อายุ 45 ปี และชายอีก 2 ราย อายุ 51 ปี เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากมาเลเซีย ส่วนผู้ป่วยใหม่อีก 5 ราย เป็นหญิงต่างด้าว อายุ 19-30 ปี ในศูนย์กักกันตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา ทำให้ไทยมีผู้ป่วยสะสม 3,000 ราย รักษาหายแล้ว 2,784 ราย เสียชีวิตรวม 55 ศพ

  • ค่าเฉลี่ยการติดเชื้อไวรัสโควิดในไทย ส่วนใหญ่อยู่ในวัย 39 ปี พบในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี มากสุด 1,699 ราย รองลงมาภาคใต้ 716 ราย ภาคกลาง 380 ราย ภาคอีสาน 111 ราย และภาคเหนือ 94 ราย

  • กลุ่มจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยแม้แต่คนเดียวใน 9 จังหวัด และไม่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา 43 จังหวัด รวมเป็น 52 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ตราด สิงห์บุรี อ่างทอง กำแพงเพชร น่าน พิจิตร บึงกาฬ ระนอง เพชรบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สระแก้ว สระบุรี ฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ เชียงราย เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ตาก พิษณุโลก ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี นครสวรรค์ พะเยา กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี ตรัง และสุราษฎร์ธานี

  • กลุ่มจังหวัดมีรายงายผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา จำนวน 25 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุพรรณบุรี เลย ขอนแก่น นครพนม นครราชสีมา กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ปังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา สงขลา และสตูล.