ข่าว
100 year

อาวุธชีวภาพ โควิดหลุดห้องแล็บจีน เกมสหรัฐฯ เปิดศึกชิงมหาอำนาจ ไม่กลัวไวรัส

ไทยรัฐออนไลน์6 พ.ค. 2563 19:57 น.
SHARE

เป็นที่สนใจของชาวโลกอีกครั้ง กับข่าวลือและทฤษฎีสมคบคิดออกมาเป็นระยะๆ ในห้วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจมีต้นตอมาจากห้องทดลองก็เป็นไปได้ ในการใช้ไวรัสตัวร้ายนี้เป็นอาวุธชีวภาพ เพื่อก่อสงครามเชื้อโรคกับฝ่ายตรงกันข้าม

จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่หลักฐานใดๆ ยืนยัน หรืออาจเป็นเรื่องเท็จที่กุกันขึ้นมาเพื่อหวังผลบางอย่าง แต่ได้ทำให้คนจินตนาการไปไกลเสียแล้ว นึกถึงภาพยนตร์และซีรีส์หลายๆ เรื่อง ที่มีเนื้อหาน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับเชื้อไวรัสล้างโลก ทำให้ผู้คนล้มตายมากมาย

  • เพราะจากท่าทีล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมากล่าวหาจีนว่า พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาแพ้เลือกตั้งในเดือน พ.ย.นี้ จึงจงใจจะแพร่กระจายเชื้อไวรัสตัวนี้ที่มีต้นกำเนิดจากห้องทดลองของสถาบันไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่น และเรียกร้องให้จีนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่ทรัมป์จุดชนวนขึ้นมาเป็นการประกาศเปิดสงครามกับจีนอีกครั้ง

  • พร้อมกับมีแนวร่วมออกมาสนับสนุนข้อมูลผู้นำสหรัฐฯ เมื่อไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาประกาศมีหลักฐานจำนวนมากที่พิสูจน์ได้ว่าเชื้อไวรัสโควิค-19 มาจากห้องทดลองในเมืองอู่ฮั่น 

  • สวนทางกับความเห็นขององค์การอนามัยโลก และนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก มีข้อสรุปว่า ต้นตอของไวรัสตัวนี้มาจากสัตว์ ก่อนติดต่อมาสู่มนุษย์ ในประเทศจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยอาจมาจากตลาดขายสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่น

  • หรือแม้แต่ความเห็นของ นพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติ นักระบาดวิทยาคนสำคัญในทีมที่ปรึกษาทำเนียบขาว ออกมาปฏิเสธทฤษฎีสมคบคิด อ้างอิงจากหลักฐานวิทยาศาสตร์ ว่าไวรัสที่เป็นต้นเหตุการระบาดใหญ่นี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากห้องทดลองในประเทศจีน แต่เป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติจากค้างคาว แล้วกระโดดข้ามสายพันธุ์



  • เช่นเดียวกับสำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ได้เป็นผลมาจากฝีมือมนุษย์หรือดัดแปลงพันธุกรรม แต่ยังต้องสอบสวนต่อไปถึงต้นตอที่แท้จริงของไวรัสชนิดนี้ที่ทำให้เกิดการระบาดไปทั่วทั้งโลก และหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์กระแสข่าวเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นจากห้องปฏิบัติการในเมืองอู่ฮั่นของจีนจริงหรือไม่

  • ท่าทีของจีนไม่นิ่งเฉยต่อเรื่องนี้อย่างแน่นอน เมื่อเกิง ชวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ออกมาตอบโต้ว่า จีนคือเหยื่อของไวรัสโควิด-19 เหมือนประเทศอื่นๆ ไม่ใช่ผู้กระทำความผิด หรือใช้ไวรัสเป็นเครื่องมือสร้างวิกฤติสาธารณสุข หากทรัมป์ และไมค์ ปอมเปโอ ไม่รู้สึกผิดกับการกล่าวโทษผู้บริสุทธิ์ ก็ควรจะรู้ว่าจีนไม่ใช่ประเทศที่จะยอมให้เหยียบย่ำ และควรเอาเวลาไปควบคุมการระบาดในประเทศตัวเองจะดีกว่า เพราะจากซากศพของผู้ป่วยจำนวนมาก ได้ทำให้เก้าอี้ประธานาธิบดีของทรัมป์ต้องสูงขึ้นตามไปด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างมหาอำนาจทั้ง 2 ประเทศ ด้าน รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระบุว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจเมื่อมีการพูดถึงกรณีไวรัสโควิด-19 หลุดจากห้องแล็บในจีน และเรียกร้องให้จีนรับผิดชอบ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่สหรัฐฯ ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ เพราะเคยพูดมาแล้วเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา หรือแม้แต่อังกฤษ จะฟ้องจีนต่อศาลโลกด้วยเช่นกัน

“ที่ผ่านมาทรัมป์ เรียกไวรัสตัวนี้ว่า ไวรัสจีน หรือไชนีสไวรัส จนทำให้จีนออกมาตอบโต้ จนล่าสุดทรัมป์ออกมากล่าวอีกว่า จะรวบรวมหลักฐานไวรัสออกมาจากห้องแล็บของจีน และมีบางมลรัฐในสหรัฐฯ จะดำเนินการด้วย สะท้อนภาพให้เห็นว่า ภายใต้วิกฤติโควิด ยังมีเรื่องการเมืองเป็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน มีการโยงไปถึงองค์การอนามัยโลกที่ทรัมป์ออกมาวิจารณ์ เนื่องจากผู้อำนวยการเป็นอดีตรัฐมนตรีของเอธิโอเปีย ที่มีสัมพันธ์อันดีกับจีนมาก”

 

สรุปเรื่องไวรัสโควิด ได้มีประเทศมหาอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าท้ายสุดแล้วอาจไม่มีหลักฐานว่าจีนเกี่ยวข้องกับไวรัสโควิด แต่เป็นการแย่งชิงบทบาทความเป็นหนึ่งในโลกระหว่างจีนและสหรัฐฯ หลังโควิดผ่านพ้นไป ทั้งเรื่อง New Normal ซึ่งจะมีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงในหลายๆ อย่าง

ยกตัวอย่างกรณี "เดอะเกรท ดีเปรสชัน" หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งสหรัฐฯ ได้ใช้ยุทธศาสตร์ในการครองความเป็นมหาอำนาจของโลกได้สำเร็จ แต่วิกฤติโควิดครั้งนี้อาจทำได้ยาก เพราะการเมืองโลกในขณะนี้มีหลายขั้วอำนาจมากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่คำตอบที่สหรัฐฯ จะครองอำนาจเหมือนที่เคยเป็น และจีนได้ยกเลิกการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเป็นการตอบโต้

นอกจากนี้หลังวิกฤติโควิด กว่าจะฟื้นฟูได้ต้องใช้เวลา 1-2 ปี และจะเห็นจีนปะทะกับสหรัฐฯ อีกนาน ทั้งการคว่ำบาตรและอีกหลายๆ เรื่องจะตามมา ระหว่างสองประเทศ จากการใช้วาทกรรมต่างๆ ที่ถูกสร้างมาของแต่ละฝ่าย จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจมากขึ้นไปอีก

“เชื่อว่าเรื่องทฤษฎีสมคบคิด หรือจีนกล่าวหากองทัพสหรัฐฯ เป็นต้นตอไวรัสโควิด เป็นวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแย่งชิงเป็นมหาอำนาจของทั้งสองประเทศเท่านั้น อาจไม่มีหลักฐานว่าไวรัสมาจากห้องแล็บของจีน หรือไม่ใช่เรื่องจริง และเรื่องจะเงียบไปเหมือนกรณีโรงงานนิวเคลียร์ระเบิดที่เชอร์โนบิล ปี 2529 ในยูเครน ก็ไม่มีหลักฐานว่าใครเกี่ยวข้อง มีแต่วาทกรรมที่ออกมาจากแต่ละฝ่ายเท่านั้น”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาวุธชีวภาพไวรัสจากห้องแล็บทฤษฎีสมคบคิดห้องแล็บอู่ฮั่นโควิดไวรัสโควิดอู่ฮั่นข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้