ไลฟ์สไตล์
100 year

ตรวจพบร้านอาหาร แหกกฎ คลายล็อกเพียบ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 พ.ค. 2563 05:20 น.
SHARE

ครั้งแรกแค่เตือน ทําผิดซํ้าปิดทันที! เยียวยา ธกส.ทะลัก ‘บีทีเอส’ แน่นขนัด

ผ่อนปรนผ่าน 2 วันแรก นายกฯชี้ มีหลายอย่างต้องปรับปรุง แย้มคลาย ล็อกระยะ 2 อยู่ระหว่างเตรียมการ ห้างร้านศูนย์การค้าใหญ่ควรเตรียม พร้อม อย่าให้เกิดภาพการแย่งชิง ย้ำการ์ดอย่าตก ด้านโฆษก ศบค.เผยผลตรวจกิจการกิจกรรมที่ได้รับการปลดล็อกเกือบ 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ฝ่าฝืนมากที่สุดคือร้านอาหาร ขู่รอบสองตรวจพบปิดแน่ ขณะที่ “อัศวิน” เผย ผู้ประกอบการร้านค้าเมืองกรุงให้ความร่วมมือดี คลังย้ายจุดร้องเรียนเยียวยา 5 พันไปกรมประชาสัมพันธ์วันแรกคนยังแน่นหวิดวุ่น เอกชัยนักเคลื่อนไหวโผล่โต้คารมธนกร เลขาคลัง ขณะที่ ธ.ก.ส.แทบแตก คนตื่นข่าวแห่เปิดบัญชีเยียวยาเกษตรกร 5,000 บาท ย้ำบัญชีธนาคารอื่นรับเงินโอนได้ ด้าน ผบ.ตร.สั่ง ผบช. ทุกภาค ผบก.ทุกจังหวัดร่วมเอกชนจัดหาอาหารแจกชาวบ้านต่อเนื่องถึง 31 พ.ค. แชร์ว่อนคนแน่นบีทีเอส บริษัทอ้างเหตุขัดข้อง พร้อมขอกำลังเทศกิจช่วยจัดระเบียบเว้นระยะ

ข่าวแนะนำ

ภายหลังรัฐบาลมีมติต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน ควบคู่ไปกับการนำมาตรการหลายอย่างออกมาบังคับใช้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย พร้อมๆกับมาตรการเยียวยาประชาชนลูกจ้างในแต่ละสาขาอาชีพ รวมถึงการผ่อนปรนปลดล็อกให้ดำเนินกิจกรรม 6 กลุ่ม 6 กิจการ อาทิ ตลาด ร้านขายอาหาร กิจการค้าปลีกค้าส่ง ทั้งซุปเปอร์มาร์เกต กิจกรรมในสวนสาธารณะ สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกาย โดยไม่ได้เล่นเป็นทีม และไม่ได้มีการแข่งขัน ร้านตัดผม เสริมสวย ทั้งร้านตัดผมเฉพาะตัด สระ ไดร์ ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์ ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กำหนดเกณฑ์วิธีปฏิบัติให้กับกลุ่มที่ได้รับการผ่อนปรนเป็นมาตรฐานกลางไว้ ทุกจังหวัดปรับเข้มได้ แต่ห้ามน้อยกว่าที่กำหนด ย้ำเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการปลดล็อกกลุ่มอื่น หากการ์ดตกอาจจะระบาดรอบ 2

“บิ๊กตู่” ชี้มีหลายอย่างต้องแก้ไข

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงหลังเป็นประธานการประชุม ครม. ผ่านไลฟ์สดเพจไทยคู่ฟ้า ถึงผลการผ่อนปรนมาตรการโควิด-19 ใน 6 กิจการ 6 กิจกรรมหลังผ่านไป 2 วันว่า ยังมองเห็นว่ามีหลายอย่างต้องปรับปรุง โดยเฉพาะความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชนในการผ่อนปรนมาตรการ รวมถึงประชาชนที่อยู่ในระดับฐานรากที่ต้องมีรายได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย แต่จำเป็นต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยด้านสาธารณสุขต่อเนื่องและเข้มข้น เพราะเรายังวางใจในเรื่องเหล่านี้ไม่ได้

เตรียมการผ่อนปรนระยะ 2

นายกฯกล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังเตรียมการเพื่อเข้าสู่การผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 2 หากผ่านระยะที่ 1 ได้ 14 วัน มีหลายแห่งที่จะเปิดในโอกาสต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดสถานประกอบการขนาดใหญ่ ศูนย์การค้าที่ประชาชนจำนวนมากจะเข้าไป ขอเตือนต้องกำหนดจำนวนปริมาณคน ต้องจัดให้ทยอยเข้าไปโดยใช้เวลาอยู่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นจะเกิดการกรูเข้าไปครั้งเดียวทำให้เกิดปัญหาการแย่งชิง ทุกสถานประกอบการขนาดใหญ่ ศูนย์การค้าต้องมีเต็นท์หรือพื้นที่พักคอยด้านนอก เมื่อถึงเวลาจัดทยอยเข้าไปตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ รวมทั้งต้องมีมาตรฐานคัดกรอง วัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาใน ศบค.ว่าจะอนุญาตให้เปิดอะไรบ้างในระยะต่อไป ขอให้ทุกคนเตรียมการให้พร้อม อะไรที่ทำได้ทุกคนต้องช่วยกัน อะไรที่ต้องทำขอให้ทำให้ได้ เราถึงจะเปิดให้บริการ ขอให้มีมาตรการรัดกุม

ย้ำห้ามการ์ดตกเด็ดขาด

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงข้อห่วงใยหากประชาชนชะล่าใจและการ์ดตก โดยเฉพาะที่มีประชาชนแห่ไปใช้บริการรถไฟฟ้ากันเป็นจำนวนมากว่า สื่อต้องช่วยสร้างความเข้าใจตรงนี้ไปสู่ประชาชน ต้องไม่การ์ดตก ไม่ว่าจะศูนย์หรือไม่ศูนย์ก็ตาม การ์ดตกไม่ได้ ขอย้ำตรงนี้ห้ามการ์ดตกโดยเด็ดขาด ส่วนที่ประชาชนไปใช้บริการรถไฟฟ้าจนแน่นนั้น สาเหตุเกิดจากขัดข้องทางเทคนิค เกิดการชำรุดที่ส่วนใดหรือเป็นเรื่องของสัญญาณ แล้วบังเอิญเป็นช่วงที่มีประชาชนไปรอใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก สั่งการไปแล้วให้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ ขอร้องเรื่องอะไรที่ทำไปแล้วมีปัญหา ให้เสนอในช่องทางที่เหมาะสมถูกต้อง รัฐบาลสามารถนำไปขับเคลื่อนได้ อย่างการร้องเรียนต่างๆได้นำไปแจ้งใน ครม.ได้ทราบว่ามีอะไรบ้างที่เขาต้องไปทบทวน รัฐบาลเอาใจใส่ทุกอย่าง ขอร้องทุกคนอดทน เพียรพยายามกันต่อไปในช่วงเวลานี้ ที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้าไม่ใช่ด้วยใคร และไม่ใช่ด้วยนายกฯ แต่ต้องไปด้วยคนไทยทุกคน

พบร้านอาหารฝ่ามาตรการมากสุด

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงว่า การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงเกี่ยวกับกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลาย ในวันที่ 4 พ.ค. เข้า ตรวจกิจการและกิจกรรมทั้งสิ้น 9,383 แห่ง พบว่าปฏิบัติตามมาตรการ 9,032 แห่ง ไม่ปฏิบัติ 351 แห่ง ที่พบฝ่าฝืนมากที่สุดคือ ร้านอาหารที่เข้าตรวจ 3,156 แห่ง ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 214 แห่ง คิดเป็น 6.7%

ขู่ไม่ทำตามรอบสองอาจถูกสั่งปิด

นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ที่มีข่าวว่า ศบค.สั่งปิดบางกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้สั่งปิด ยังอยู่ในช่วงปรับพฤติกรรมของผู้ให้บริการ ถ้าจะสั่งปิดคงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขณะนี้เป็นการแนะนำถ้ารอบสองยังเหมือนเดิมหรือแย่กว่าเดิม อาจถูกสั่งปิด ถ้าไม่อยากให้ถูกสั่ง ขอให้ทำตามมาตรการโดยที่รัฐไม่ต้องไปสั่งหรือกำกับ เพื่อสุขอนามัยของท่านเอง นอกจากนี้ที่ปรากฏภาพผู้โดยสารรถไฟฟ้าเริ่มหนาแน่นเบียดเสียดกันนั้น อย่างน้อยทุกคนยังใส่หน้ากากอนามัย และฝากผู้ประกอบการให้จัดระเบียบพื้นที่ หรืออาจเพิ่มรอบโดยสารเพื่อลดความแออัด หรือใช้ผู้บริการให้เหลื่อมเวลา หรือทำงานอยู่ที่บ้านตามที่รัฐยังสนับสนุนมาตรการนี้

มติ มส.วิสาขฯงดจัดเวียนเทียน

โฆษก ศบค.กล่าวต่อว่า สำหรับวันวิสาขบูชาวันที่ 6 พ.ค. มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติเห็นควรให้วัดทุกวัดทั้งในและต่างประเทศ งดจัดกิจกรรมที่ให้ประชาชนมารวมกลุ่มกันทุกประเภท ยกเว้นการปฏิบัติกิจของสงฆ์เท่านั้น โดยให้ปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 และแนวทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

ย้ำตัวเลขวันนี้มาจาก 14 วันก่อน

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ขอฝากว่าในช่วงของการเปลี่ยนผ่านเน้นย้ำเสมอว่าตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ 1 รายวันนี้มาจากพฤติกรรมเมื่อ 14 วันที่ผ่านมา หลายคนกังวลใจกันมากรวมถึงตนว่าใน 7-14 วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร วันนี้ต้องมีสติตลอดเวลา อย่างน้อยที่สุดใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง รวมถึงเวลาออกไปร้านค้าก็ให้ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา คอยแนะนำร้านค้าด้วยไมตรีจิตให้เป็นไปตามมาตรการ เราต้องร่วมมือกัน 100% เพราะจะทำให้เราไม่มีตัวเลขผู้ป่วยอีก ถ้ายกระดับเป็นขั้นๆเต็มที่คือ 2 เดือนเท่านั้น จะปลอดโรคและปลอดภัยทุกคน

เว้นระยะห่างยังต่ำกว่าเกณฑ์

ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์ยังได้กล่าวถึงผลการสำรวจความคิดประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ 4 ครั้งตลอดเดือน เม.ย. ที่ สธ.ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำรวจประชาชน 99,865 ราย ส่วนใหญ่ศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า พบว่า 99.8% เข้าใจว่าควรทำมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติอย่างไร และ 93.8% คิดว่ามาตรการนี้ช่วยลดการแพร่ระบาดได้ ส่วนพฤติกรรมป้องกันตัวเองของประชาชน พบว่าช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน เม.ย. การใส่หน้ากากอนามัยของประชาชนอยู่ที่ 91.2% การล้างมือด้วยสบู่ เจลแอลกอฮอล์อยู่ที่ 87.2%

ขณะที่การกินร้อนช้อนตัวเองอยู่ที่ 86.1% การรักษาระยะห่างอยู่ที่ 65.3% ไม่เอามือจับหน้า จมูก ปากอยู่ที่ 62.9% ซึ่งความร่วมมือต้องมากกว่า 90% ขึ้นไป พฤติกรรมบางส่วนยังคงต่ำอยู่ โดยเฉพาะระยะห่างและไม่จับหน้าตัวเอง อยู่แค่ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่ายังไม่ผ่าน จึงต้องมาช่วยกันในช่วงการผ่อนปรนที่จะไปใกล้ชิดมากขึ้นอย่างร้านอาหารที่ไปนั่งใกล้ชิดกัน สูดเส้นก๋วยเตี๋ยวก็กระเด็นได้

อัศวินเผยร้านใน กทม.ร่วมมือดี

อีกด้านหนึ่ง ที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการพิจารณามาตรการผ่อนปรนกิจการ 8 ประเภท ว่ายังไม่ได้รับรายงานว่ามีการสั่งปิดกิจการใน 8 ประเภทที่ได้รับการผ่อนปรนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะจากมาตรการที่ กทม.ได้กำหนดให้ปฏิบัตินั้น พบว่าประชาชนและผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หากพบว่ามีร้านใดไม่ปฏิบัติตาม กทม.จะเตือนก่อน 1 ครั้ง แต่ถ้ายังไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกสั่งปิดทันที

กลับจาก ตจว.ให้ดูอาการตัวเอง

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า ส่วนการคัดกรองกลุ่มคนที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯนั้น เบื้องต้นเจ้าของบริษัท ผู้ประกอบการ จะตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานของตนเองอยู่แล้ว แต่ขอความร่วมมือให้ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดดูแลตัวเอง สังเกตอาการ หากพบว่ามีไข้สูง ไอ หรืออาการอื่นที่คล้ายกับติดเชื้อโควิด ให้รีบไปพบแพทย์ทันที อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคนไทยร้อยละ 90 สวมหน้ากากอนามัย ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 10 รายต่อเนื่องมาหลายวัน แต่เพื่อความไม่ประมาท ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือสบู่อยู่เสมอ และเว้นระยะห่างทางสังคมเหมือนเดิม

พบกว่า 350 แห่ง ไม่ทำตามมาตรการ

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติของสายตรวจร่วมในการตรวจสถานบริการ หรือจัดกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายตามมาตรการของรัฐบาล ว่า จากการตรวจสอบของสายตรวจร่วม สำหรับสถานที่ที่ได้ผ่อนปรนให้เปิดได้ ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้าปลีก ค้าส่งขนาดย่อม ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย สนามกอล์ฟ สนามซ้อม สนามกีฬา สวนสาธารณะ ร้านดูแลรักษาสัตว์ กว่า 9,400 แห่งทั่วประเทศ พบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวนกว่า 350 แห่ง ได้ตักเตือนและให้คำแนะนำกว่า 2,600 แห่ง

เพิกเฉยจะว่ากล่าวตักเตือนก่อน

รองโฆษก ตร.กล่าวว่า เบื้องต้นหากผู้ประกอบการร้านค้า สถานบริการ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด หลังผ่อนคลายมาตรการให้กิจกรรมและกิจการบางอย่างเปิดให้บริการได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยทหาร ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข ชุดสายตรวจร่วมปฏิบัติในการตรวจสถานที่ที่ได้รับการผ่อนปรน จะใช้วิธีว่ากล่าวตักเตือนและให้ดำเนินการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การรักษาความสะอาด การเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิ และหากพบว่ายังมีการฝ่าฝืน ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอีก จะเสนอผู้มีอำนาจสั่งปิดสถานที่ที่ฝ่าฝืนนั้น

คนร้องเรียนแน่นกรมกร๊วก

ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เป็นเงิน 5,000 บาท จากกระทรวงการคลังเป็นเวลา 3 เดือน และเกิดความวุ่นวายรายวัน ก่อนเปลี่ยนสถานที่ร้องเรียนไปที่ลานจอดรถ กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ โดยวันนี้เป็นวันแรก โดยบรรยากาศตั้งแต่เวลา 05.00 น. ได้มีประชาชนที่ยากจนผู้ขาดรายได้ ตลอดจนคนตกงานจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 หลายพันคน แห่กันเดินทางมาลงทะเบียนแน่นลานจอดรถกรมประชาสัมพันธ์ จนต้องต่อแถวยาวไปถึงหน้ากระทรวงการคลัง ระยะทางกว่า 100 เมตร บางส่วนต้องมานั่งพักรออยู่ตามพื้นริมอาคารภายในกรมประชาฯ เพราะไม่มีที่รองรับเพียงพอ ขณะที่กระทรวงการคลังระดมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยกันอำนวยความสะดวก ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียน พร้อมจัดเก้าอี้ในการนั่งรอคิวของประชาชนให้เว้นระยะห่าง ขอความร่วมมือให้ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา แต่ก็ไม่อาจรองรับคลื่นประชาชนที่แห่กันมาไม่หยุด

บางคนนอนค้างคืนรอหน้าประตู

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกรมประชาสัมพันธ์ พบว่าในช่วงดึกของคืนวันที่ 4 พ.ค. มีประชาชนบางรายมารอหน้าประตูกรมประชาสัมพันธ์ เนื่องจากอยู่ไกล กลัวเดินทางมาไม่ทันในช่วงเช้าวันที่ 5 พ.ค. บรรยากาศในช่วงเช้าพบว่า มีประชาชนกว่า 2,000 ราย มาร้องเรียนจนแถวยาวไปถึงหน้ากระทรวงการคลัง บัตรคิวที่เตรียม ไว้ทั้งหมด 1,500 คิว หมดเกลี้ยงตั้งแต่ช่วงเช้า จากนั้นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกระทรวงการคลัง สถาบันการเงินของรัฐ และกรมประชาสัมพันธ์ประมาณ 200 คน ได้เข้าจัดระเบียบให้ประชาชนต่อคิว โดยมีการเว้นระยะห่างทางสังคม พร้อมทั้งแจกจ่ายอาหารและน้ำ รวมทั้งให้คำปรึกษาในแถวรอรับเรื่องร้องเรียน เพราะโต๊ะรับเรื่องร้องเรียนมีจำนวนประมาณ 19 โต๊ะเท่านั้น แต่ทำให้สามารถเคลียร์ประชาชนที่มาเข้าคิวได้รวดเร็ว

8 พ.ค.ปิดรับร้องเรียนเยียวยา

ต่อมานายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.คลัง กล่าวหลังลงมาตรวจเยี่ยมการยื่นร้องเรียนขอรับเงินเยียวยา ทักทายสอบถามปัญหาประชาชนที่มานั่งรอว่า วันนี้ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่ลานจอดรถ กรมประชาสัมพันธ์เพื่อร้องทุกข์เรื่องเงินเยียวยา 5,000 บาท ตามที่คาดหมายไว้ และการย้ายสถานรับเรื่องร้องเรียนจากเดิมหน้าประตู 4 กระทรวงการคลัง มาเป็นที่กรมประชาสัมพันธ์ มีสถานที่กว้างขวางเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ตามคำสั่งนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง โดยจะปิดรับเรื่องร้องเรียนเงินเยียวยาในวันที่ 8 พ.ค. และในวันเดียวกันคาดว่าจะโอนเงินให้ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์ได้ทั้งสิ้น 11 ล้านคน จากผู้เข้าข่ายมีสิทธิ์รับเงิน 16 ล้านคน ส่วนจะขยายการรับเรื่องร้องเรียนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ รมว.คลัง

กลุ่มตกหล่นประสาน พม.รับช่วง

นายธนกรกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การที่ประชาชนมาตรงนี้ไม่ใช่ว่าจะได้เงินเลย เมื่อรับเรื่องไว้แล้วกระทรวงการคลังจะแยกปัญหาของแต่ละคนเป็นหมวดหมู่แล้วส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้ดูแล เป็นต้น ส่วนในกลุ่มที่ตกหล่น นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พิจารณามาตรการช่วยเหลือเยียวยาแล้วเช่นกัน

ลุ้นเปิดลงทะเบียน “เราไม่ทิ้งกัน” รอบ 2

เลขาฯ รมว.คลัง กล่าวอีกว่า ส่วนคนที่อยู่ต่างจังหวัด และต้องการร้องเรียน 5,000 บาท กระทรวงการคลังได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย ให้ศูนย์ดำรงธรรมทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจนถึงวันที่ 8 พ.ค.เช่นกัน ส่วนกรณีที่ประชาชนเรียกร้องให้เปิดลงทะเบียน “เราไม่ทิ้งกัน” รอบ 2 หลังจากรัฐบาลปิดรับลงทะเบียนไปเมื่อวันที่ 22 เม.ย.63 จะนำเรื่องดังกล่าวไปเรียน รมว.คลังต่อไป ในส่วนของเกษตรกรที่รัฐมีนโยบายโอนเงินเยียวยาให้ครอบครัวละ 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน 10 ล้านครัวเรือนนั้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้รับผิดชอบโอนเงินให้เกษตรกร โดยจะเริ่มโอนให้วันแรกคือวันที่ 15 พ.ค. วันละ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีประชาชนกว่า 20% ยังไม่มีบัญชีธนาคาร อยากให้รีบไปเปิดบัญชีธนาคาร ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นบัญชีของ ธ.ก.ส. ประชาชนสามารถเปิดบัญชีธนาคารไหนก็ได้ เงินก็จะเข้าสู่กระบวนการเช่นเดียวกัน

หวิดวุ่นเอกชัยปะทะคารมธนกร

กระทั่งเวลา 11.00 น. มีเรื่องวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมาชูป้ายที่มีข้อความว่า “เปิดเมืองเถอะจะอดตายแล้ว” เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามจะกันตัวออกไปนอกบริเวณ แต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม นายธนกรได้เข้าไปสอบถามวัตถุประสงค์ของนายเอกชัยแล้วเกิดมีปากเสียงกันเล็กน้อย นายเอกชัยอ้างว่า ประชาชนเดือดร้อนเพราะนโยบายรัฐบาลให้รีบเยียวยาให้ทุกคนและเลิกมาตรการปิดเมือง ขณะที่เลขาฯ รมว.คลัง ข่มอารมณ์โต้กลับไปว่า กำลังเร่งแก้ไขให้อยู่จะมาป่วนทำไม ก่อนจะเดินผละออกมาในที่สุด ในเวลาไล่เลี่ยกันได้มีนางทองสา ดาหา วัย 64 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร อาชีพรับจ้างทั่วไป เดินร่ำไห้นำเอกสารขอรับเงินเยียวยามาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดู โดยระบุว่าครอบครัวกำลังจะอดตาย ต้องมาทวงสิทธิ์ยืนยันมาเองไม่มีใครจ้าง

ธ.ก.ส.แทบแตกเกษตรกรแห่เปิด บช.

ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า ได้รับรายงานจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ค. มีประชาชนมาใช้บริการที่ธนาคารจำนวนมาก บางสาขาประชาชนมารอคิวมากกว่า 1,000 คน ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแพร่ระบาดโควิด-19 แก้ปัญหาด้วยการแจกบัตรคิว และให้มาใช้บริการในวันถัดไป ทั้งนี้ บางส่วนมาใช้บริการเพราะมีนัดเซ็นสัญญาเงินกู้ฉุกเฉิน บางส่วนมาถอนเงินเยียวยา แต่บางส่วนมีข่าวลือกันว่าต้องเปิดบัญชี ธ.ก.ส.จึงจะได้เงินโอนเกษตรกร 5,000 บาท หรือบางพื้นที่มีข่าวลือว่าถ้ามาเปิดบัญชี ธ.ก.ส.รัฐบาลโอนให้ทันที 5,000 บาท ทำให้ประชาชนมาใช้บริการอย่างหนาแน่น กำชับไปยังผู้บริหาร ธ.ก.ส.ให้ช่วยดูแลให้ดี และต้องนึกถึงหลักความปลอดภัยตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขด้วย

สำหรับขั้นตอนการโอนเงิน ธ.ก.ส. สามารถโอนทุกบัญชี ทั้งบัญชี ธ.ก.ส.เอง และบัญชีของธนาคารอื่น โดยไม่จำเป็นต้องมาเปิดบัญชีใหม่ ส่วนเกษตรกรที่ไม่มีบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. สามารถแจ้งบัญชีเงินฝากที่มีอยู่กับธนาคารใดก็ได้ ผ่านเว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร.com ของ ธ.ก.ส.ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.63 เป็นต้นไป

เบียดเสียดเบิกเงินเยียวยาแน่น ธ.ก.ส.

สำหรับบรรยากาศการรับเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มีประชาชนนับร้อยมาออหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รอเบิกเงินเยียวยา บางรายมาขอเปิดบัญชีเพื่อรับเงินเยียวยา เป็นที่วิตกอาจเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นมาอีก เพราะไม่สามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้ อาทิ ธ.ก.ส.สาขาเมืองสระแก้ว ประชาชนจำนวนมากมารอตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิด เจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ให้เว้นระยะห่าง ก่อนตรวจวัดอุณหภูมิ แจกบัตรคิวรอรับบริการ จำกัดจำนวนวันละ 50 ราย ส่วนที่เหลือให้มาติดต่อวันหลัง เช่นเดียวกับ ธ.ก.ส.สาขาปักธงชัย จ.นครราชสีมา ชาวบ้านเบียดเสียดรอหน้าประตูทางเข้าตั้งแต่เช้า พอเปิดประตูทั้งหมดแห่เข้าไปติดต่อขอเบิกเงินจนล้นทะลักออกมาด้านนอก เจ้าหน้าที่ธนาคารต้องร่วมกับฝ่ายปกครองจัดระเบียบต่อคิวเข้ารับบริการ ส่วนที่ ธ.ก.ส.สาขาถนนสุขาภิบาล 3 อ.ยะหา จ.ยะลา พ.ต.อ.สายูตี กาเต๊ะ ผกก.สภ.ยะหา ร่วมกับฝ่ายปกครอง แจกบัตรคิวเพื่อจัดระเบียบ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับบัตรให้มาติดต่อภายหลัง

คนพิการขอพื้นที่ขายหวยรัฐ

ส่วนที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้าวันเดียวกัน กลุ่มก้าวหน้าค้าสลาก (กลุ่มคนพิการแขน-ขา) 60 คน นำโดยนายสงกรานต์ เสียงทอง ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายสงกรานต์กล่าวว่า หลังมีคำสั่งปลดล็อกผ่อนปรนมาตรการป้องกันเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของ ศบค. เมื่อวันที่ 3 พ.ค. แต่กลับไม่มีความชัดเจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับสถานประกอบการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล อาทิ ห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน ตลาดสดต่างๆ ไม่กล้าตัดสินใจอนุญาตเปิดพื้นที่ให้จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ดังนั้นทางกลุ่มก้าวหน้าค้าสลาก ขอความอนุเคราะห์นายกฯ สั่งการไปยัง ศบค. ให้สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นหนึ่งในสินค้าที่อนุญาตผ่อนปรนให้จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน และในตลาดสดได้

เม.ย.ตกงานเพิ่มกว่า 2.6 แสนคน

ขณะเดียวกัน นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้มีคนทำงานขึ้นทะเบียนใช้สิทธิกรณีว่างงานผ่านระบบออนไลน์เว็บไซต์ https://empui.doe.go.th กับกรมการจัดหางานจำนวนมาก โดยเดือน เม.ย.มีจำนวน 267,351 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.82 จากเดือน มี.ค.ที่มีผู้ขึ้นทะเบียน 144,861 คน ส่วนใหญ่ถูกเลิกจ้างงานสาเหตุมาจากนายจ้างหรือสถานประกอบการต้องปิดกิจการเพราะพิษโควิด-19 คนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินชดเชย 70% ของค่าจ้างที่เคยได้รับ ระยะเวลาที่จ่ายจะไม่เกิน 200 วัน แต่หากเป็นการลาออกเอง จะได้รับเงิน 45% ของค่าจ้างที่เคยได้รับ และระยะเวลาจ่ายจะไม่เกิน 90 วัน นอกจากจะลงทะเบียนออนไลน์แล้วยังมีคนมาลงทะเบียนที่ศูนย์สมาร์ทจ๊อบเซ็นเตอร์ ในกระทรวงแรงงานด้วย ทั้งนี้ กรมการจัดหางานให้ความสำคัญในการหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เร่งส่งเสริมให้เกิดการจ้างงาน และวิเคราะห์ทิศทางของตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อส่งเสริมทักษะของแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานที่มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนไปหลังภาวะวิกฤติโควิด-19 เบาบางลง

นายกฯสั่งดูแลกลุ่มเปราะบาง

เช่นเดียวกับ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ไปสรุปแนวทางการเยียวยาประชาชนในกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เช่น กลุ่มผู้มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการที่มีสิทธิได้รับเบี้ยความพิการ และกลุ่มคนไร้บ้าน โดยจะต้องสรุปหลักเกณฑ์ จำนวน และวงเงินให้ชัดอีกครั้งว่าจะเยียวยารายละเท่าใด เป็นเวลากี่เดือน ก่อนเสนอ ครม.พิจารณา ทั้งนี้ มีรายงานว่า พม. ได้สรุปตัวเลขจำนวนกลุ่มผู้เปราะบางเบื้องต้นแล้ว จะครอบคลุมประมาณ 14 ล้านคน ประกอบด้วยการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ คนพิการและคนไร้บ้าน ในการประชุมความร่วมมือระดับปลัดกระทรวง ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ได้รับทราบแนวทางการเยียวยาเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่เคาะออกมาว่าจะใช้วิธีการเยียวยาแบบใด

สั่งบิ๊ก ตร.ร่วมเอกชนแจกอาหาร

วันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องของการอุปโภคบริโภคบางครอบครัวมีหัวหน้าครอบครัวคนเดียวที่มีรายได้เลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว เมื่อต้องหยุดงาน หรือลดวันทำงาน สมาชิกทุกคนย่อมได้รับผลกระทบ ยามวิกฤติเช่นนี้ได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่กักตัวอยู่กับบ้าน ตกงานและได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาด จึงพร้อมด้วยภาคเอกชน ร่วมกับผบช.ทุกภาค ผบก.จังหวัดทั่วประเทศ ได้จัดทำโครงการแจกอาหาร เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ให้ทุกโรงพักทำต่อเนื่องถึง 31 พ.ค.

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า โดยหาพื้นที่ชุมชนที่ยังเดือดร้อน อาจเป็นชุมชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ทำเป็นลักษณะสัญจร พยายามให้ครอบคลุมทุกตำบล ทุกอำเภอ และให้ทำต่อเนื่องจนถึง 31 พ.ค.63 กำชับให้ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำอาหารพร้อมทาน ผลไม้ น้ำดื่ม ไปแจกจ่ายมอบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบและผู้ประสบปัญหาโรคระบาดโควิด-19 ในชุมชน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ได้รับความเดือดร้อน โดยจัดระเบียบในการรับแจกอาหาร อาทิ การตรวจวัดไข้ การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างและการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกสุขลักษณะ

แม่บ้านบิ๊กแป๊ะนำช่วยชาวบ้าน

ก่อนนี้เมื่อเวลา 10.00 น. ดร.บุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ภริยา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำคณะกรรมการในนาม สมาคมแม่บ้านตำรวจ รวมน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 ร่วมนำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง ไข่ไก่ ให้ชุมชนริมทางรถไฟ 62 ชุด และมอบสิ่งของช่วยเหลือชุมชนวัดรวก 460 ชุด ชุมชนวัดไชยทิศ 230 ชุด โดย พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 ได้เป็นตัวแทนรับมอบสิ่งของและมอบหมายให้ สน.บางขุนนนท์ นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ ยังได้มอบแอลกอฮอล์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย

สื่อ ตร.ให้รองต่อเป็นสะพานบุญ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน นายวัสยศ งามขํา ประธานชมรมนักข่าวกองปราบปราม นายกิตติพงศ์ นโรปการณ์ แห่งเว็บไซต์ Police News Varieties นายชนาธิป กฤษณสุวรรณ ผู้บริหารหนังสือ Cop's Magazine และนายสุรชัย นิโครธานนท์ ที่ปรึกษาชมรมนักข่าวฯ ร่วมนำข้าวสารอาหารแห้ง มอบให้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบช.ก. เพื่อจัดทำถุงยังชีพ “พอใจ-พอเพียง” ตามโครงการต้านภัยโควิด-19 ที่ร้านพอใจ ถนนพิบูลสงคราม ซอย 9 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ปกติแจกข้าวกล่องบริเวณตลาดดอกไม้ยอดพิมาน ปากคลองตลาด ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม.ทุกวันอยู่แล้ว แต่หลายคนขอข้าวกล่องเพิ่มหรือวนต่อแถวใหม่ เพราะมีสมาชิกในครอบครัวอีก 2-3 ชีวิต เลยผุดไอเดียมอบถุงยังชีพ “ถุงพอใจ-พอเพียง” สำหรับ 1 สัปดาห์ ต่อ 1 ครอบครัว ภายในจะมี ข้าวสาร 3 กิโล ไข่ไก่ 15 ฟอง ปลากระป๋อง 4 กระป๋อง ผักดอง 2 กระป๋อง โจ๊ก 2 กล่อง น้ำตาล 1 ถุง น้ำปลา น้ำมันพืช แอลกอฮอล์เจล อย่างละขวด โดยจะเปลี่ยนแปลงตามของบริจาค ทั้งนี้ ผู้ที่เดือดร้อนจากภัยไวรัสโควิด-19 สามารถลงชื่อรับถุงดังกล่าว โดยติดต่อชุดมวลชนสัมพันธ์ สน.พระราชวัง เพื่อรับคูปองนำมาแลก “ถุงพอใจ-พอเพียง” เริ่มบริจาคถุงยังชีพครั้งแรก เวลา 17.00 น. วันศุกร์ ที่ 8 พ.ค.นี้

ผบ.ตร.ให้ 5 หมื่น ผบก.ทุก จว.

เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 เจ้าหน้าที่ทหาร สำนักงานเขตจอมทอง แม่บ้าน บก.น.8 และ กต.ตร.บก.น.8 ร่วมจัดกิจกรรมตามโครงการมอบอาหารฟรี 1,000 ชุด แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนวัดบางขุนเทียนนอก ถนนจอมทอง ซอย 19 แขวงและเขตจอมทอง กทม. ท้องที่ สน.บางมด หลังได้รับมอบเงินงบประมาณ 50,000 บาท จาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ซึ่งจัดสรรงบประมาณให้ผู้บังคับการตำรวจทุกพื้นที่ในประเทศไทยจัดหาข้าว น้ำ ผลไม้ และอาหารแห้ง เเจกจ่ายให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเน้นมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากากอนามัย การคัดกรอง และการฆ่าเชื้อ เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า หลังจากนี้จะแจกจ่ายข้าวและสิ่งของยังชีพตามโครงการให้ครบทั้ง 11 โรงพัก และ 1 กองกำกับการสืบสวน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ตร.–เขตคลองสานตรวจห้างดัง

ส่วนที่ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. ในบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 และ น.ส.อารียา เพ็งประเสริฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 หลังจากที่กรุงเทพมหานครมีคำสั่งปลดล็อก 8 สถานที่ให้ได้รับอนุญาตเปิดทำการได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการการเฝ้าระวังโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด โดยห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม ตั้งจุดคัดกรองติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิทางเข้า-ออก ชั้น G 2 จุด ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยเข้าพื้นที่ ทางห้างเปิดให้บริการเฉพาะโซนขายอาหารชั้น G และซุปเปอร์มาร์เกตตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. อีกทั้งยังกำชับให้ผู้ค้าสามารถขายอาหารให้แก่ลูกค้าที่นำกลับบ้าน และขายให้กับบรรดาพนักงานแกร็บฟู้ดที่ให้บริการส่งอาหารตามบ้านเท่านั้น

ตลาดคลองสานร่วมมือสู้โควิด

สำหรับบรรยากาศผู้ค้าในตลาดคลองสาน ห่างจากไอคอนสยาม 300 เมตร พบว่า ผู้ค้าอาหารสำเร็จรูปและเสื้อผ้า วางแผงขายให้บริการกันเต็มพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคลองสานแจกสติกเกอร์ยืนเว้นระยะห่าง 1 เมตร ติดบอกตำแหน่งที่พื้นอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่จะมาซื้อข้าวของตามร้านต่างๆ และติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์รักษาระยะห่างทางสังคม พ่อค้าและแม่ค้าทุกแผงต่างสวมหน้ากากอนามัยและมีเจลล้างมือเตรียมไว้ให้ลูกค้าเพื่อความปลอดภัยด้วยเช่นกัน

อ้างเหตุขัดข้องทำคนแน่นบีทีเอส

ส่วนกรณีการแชร์ภาพบนสถานีรถไฟฟ้าและในรถไฟฟ้าบีทีเอส มีผู้โดยสารแน่น ไม่มีระยะห่าง นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า สาเหตุที่เกิดปัญหา เนื่องจากที่จุดสับรางรถไฟฟ้าบีทีเอส ระหว่างสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ และสถานีสยาม ฝั่งมุ่งหน้าปลายทางสถานีบางหว้า เกิดเหตุขัดข้อง เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ส่งผลให้การเดินรถสายสีลมล่าช้า ทำให้บริษัทได้ปรับรูปแบบการเดินรถแบบชั่วคราวพร้อมเร่งดำเนินการแก้ไข อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เจ้าหน้าที่แก้ไขนั้นทำให้ขบวนรถในสายสีลมต้องจอดแต่ละสถานีนานกว่าปกติ ส่งผลกระทบต่อความถี่ในสายสีลมจากการให้บริการตามปกติ 3.45 นาที เป็นทุก 15 นาที ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างและสะสมบริเวณชั้นชานชาลา โดยเฉพาะที่สถานีสยาม ปกติจะมีผู้โดยสารมากอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นช่วงเร่งด่วนเช้า

ขอกำลังเทศกิจช่วยจัดระเบียบ

เมื่อถามว่า จะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร เพราะการที่มีผู้โดยสารแน่นเช่นนี้ จะมีปัญหาในการจัดระยะห่าง ตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 นายสุรพงษ์ชี้แจงว่า ได้หารือกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.แล้ว เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ด้วยการขอกำลังจากเทศกิจมาช่วยจัดระเบียบบนสถานีรถไฟฟ้าให้สามารถจัดระยะห่างตามที่กำหนดไว้ หากสถานีใดเริ่มมีผู้โดยสารหนาแน่น จะปิดห้ามมิให้ผู้โดยสารเข้ามาในสถานีเพิ่ม ส่วนบนชั้นชานชาลาบนสถานี และบนขบวนรถนั้นกำหนดจัดที่นั่ง ยืน และรอ ให้มีระยะห่าง 1-2 เมตรอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวจะทำให้ขบวนรถแต่ละเที่ยวรองรับผู้โดยสารได้เพียง 25% จากปกติเท่านั้น แม้บริษัทจะจัดรถทุกขบวนที่มีอยู่ออกให้บริการแล้วก็ตาม

ปลดล็อกเป็นปัญหาบริการสาธารณะ

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงภาพรวมของปริมาณผู้โดยสารที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะทุกระบบ ตั้งแต่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเดือน มี.ค.จนถึงปัจจุบัน มีสัดส่วนลดลงประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาด ทำให้สามารถดำเนินมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดได้ แต่เมื่อมีการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจทำให้มีการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น เป็นปัญหาในการจัดการขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการปฏิบัติมาตรการเพิ่มเติม ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เช่น การสลับ/เหลื่อมเวลาทำงาน การทำงานที่บ้าน (Work From Home) ควบคู่กับความร่วมมือร่วมใจของประชาชนผู้เดินทางในการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่างทางสังคม วางแผนและเผื่อเวลาในการเดินทาง เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติโดยเร็วที่สุด

ส่ง 3 แม่ลูกขี่รถพ่วงข้างถึงบ้าน

ส่วนกรณีนายปัญธิพงศ์ ศิริโชคธนากูล นายกสมาคมกู้ชีพกู้ภัยภูซางการกุศล (หน่วยกู้ภัยภูซาง) จ.พะเยา พร้อมชุดกู้ภัยปิยะมิตรแม่สาย และกู้ภัยสว่างนครลำปาง ช่วยเหลือนางจารุวรรณ์ ครองทรัพย์ อายุ 36 ปี ขี่รถ จยย.พ่วงข้างพาลูกสาว 2 คน อายุ 14 ปี และ 12 ปี จากเมืองพัทยา จ.ชลบุรี มุ่งหน้ากลับบ้านเกิด อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบ 3 แม่ลูกอยู่บนถนนสายลำปาง-งาว อ.เมืองลำปาง เขตติดต่อ อ.งาว จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยมอบเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ โทรศัพท์มือถือ ข้าวสาร น้ำดื่ม หน้ากากอนามัย และเงินสด พร้อมทั้งนำรถ จยย.พ่วงข้างและ 3 คนแม่ลูกขึ้นรถตู้ของกู้ภัยไปส่งถึงที่หมายปลายทางบ้านญาตินางจารุวรรณ์ เลขที่ 48 หมู่ 4 บ้านสันทรายปู้ยี่ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อกลางดึกวันที่ 4 พ.ค.

กำนันเตรียมปลูกบ้านให้อยู่

ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 5 พ.ค. นายสมคิด วงศ์มะหา กำนันตำบลโป่งผา อ.แม่สาย พร้อม อสม. เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ ฝ่ายปกครอง ไปเยี่ยมนางจารุวรรณ์และลูกสาวทั้งสอง ตรวจวัดไข้และมอบถุงยังชีพและเงินส่วนหนึ่งจุนเจือค่าใช้จ่ายและให้ทั้ง 3 คนกักตัวอยู่ที่บ้านญาติ 14 วัน นางจารุวรรณ์เล่าว่า ไปทำงานอยู่เมืองพัทยา ยึดอาชีพเก็บขยะขาย ต่อมาประสบปัญหาโควิดจนหากินลำบากไปไหนไม่ได้ อีกทั้งเพิ่งเลิกกับสามีได้ 1 อาทิตย์ ตัดสินใจขี่รถ จยย.พ่วงข้างพาลูกสาว 2 คนกลับบ้านเกิด จ.เชียงราย ออกจากเมืองพัทยาตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.ค่ำไหนนอนนั่น กระทั่งมาถึงลำปาง มีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือพากลับบ้าน ขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือและมอบสิ่งของให้ หลังจากนี้คงต้องหางานทำเลี้ยงครอบครัวต่อไป ด้านนายสมคิด กำนัน ต.โป่งผา กล่าวว่า ญาติได้ยกบ้านให้ 3 คนแม่ลูกกักตัวไว้ 14 วัน หากครบแล้วต้องออกจากบ้านนี้เพราะเจ้าของต้องกลับมาอยู่บ้านตัวเอง จะปรึกษาผู้ใหญ่หลายๆ ฝ่ายช่วยกันสร้างบ้านหลังเล็กๆให้นางจารุวรรณ์อยู่ เพราะเคยร่วมกันสร้างให้ผู้ยากจนไร้ที่อยู่มาแล้วหลายหลัง ส่วนเด็ก 2 คนก็จะย้ายมาเรียนหนังสือที่หมู่บ้านนี้เช่นกัน

ร้านอาหารดังวางมาตรการเข้ม

ส่วนมาตรการของผู้ประกอบการร้านค้าหลังรัฐบาลคลายล็อกให้ร้านอาหารต่างๆเปิดให้คนนั่งกินได้แล้ว แต่ต้องมีวิธีการป้องกันโควิดอย่างเข้มงวด โดยที่ร้านยายเต็ม ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว หนึ่งในร้านอาหารเป็นที่นิยมของชาวจังหวัดสระแก้วได้เปิดร้านและปรับปรุงร้านด้วยการนำฉากพลาสติกใสวางกั้นบนโต๊ะอาหาร นายสิทธิพัฒน์ เตียเจริญ อายุ 23 ปี ลูกชายนายอำนาจเจ้าของร้าน เผยว่า ร้านเพิ่งเริ่มเปิดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. มีการปรับพื้นที่ระยะห่างของโต๊ะเก้าอี้ และทำฉากกั้นเพื่อความปลอดภัย พร้อมวัดไข้ลูกค้าและจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ลูกค้าที่มารับประทานอาหารจะได้รับแอลกอฮอล์ 70% เป็นของสมนาคุณด้วย หลังจากเปิดร้านลูกค้าก็กลับมา แต่ส่วนใหญ่จะสั่งกลับบ้านมากกว่านั่งกินที่ร้าน ส่วนโซนห้องแอร์และคาราโอเกะยังปิดให้บริการ ทางร้านยินดีให้ความร่วมมือกับจังหวัดและยังคงมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ที่ผ่านมาเกือบ 20 วันแล้วที่ จ.สระแก้ว ไม่พบผู้ป่วยโควิด ทำให้ประชาชนในพื้นที่ผ่อนคลายมากขึ้น ส่วนบรรยากาศตามร้านอาหารอื่นๆก็เริ่มทยอยเปิดบ้าง แต่ยังเน้นการซื้อกลับบ้านเพื่อประคับประคองทั้งลูกค้าและพนักงานร้าน

โคราชให้ลูกใส่ชุดอวกาศไปห้าง

ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ สาขานครราชสีมา ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปจับจ่ายซื้ออาหารในโซนโฮมเฟรชมาร์ทซุปเปอร์มาร์เกต แต่มีผู้ปกครองรายหนึ่งให้ลูกแฝดชายหญิง 2 คน วัย 4 ขวบ สวมชุดนักบินอวกาศป้องกันการติดเชื้อ ทำให้ผู้พบเห็นต้องอมยิ้มในความน่ารักของหนูน้อย จนฝ่ายประชาสัมพันธ์ของห้างขออนุญาตถ่ายรูปก่อนโพสต์ลงโซเชียลข้อความว่า “อยากช็อป จะช็อปอย่างไรให้ปลอดภัยข้ามโลก ไอเดียน่ารักจากนักบินอวกาศตัวน้อย ที่ส่งผ่านการรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี” ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลัง “คลายล็อก” เป็นวันที่สอง ธนาคารและร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เปิดทำการ ทำให้บรรยากาศในห้างคึกคักขึ้น แต่ยังเคร่งครัดเรื่องการเว้นระยะห่าง ส่วนร้านอาหารในห้างเปิดขายให้นำกลับไปรับประทานที่บ้าน ยังไม่ให้นั่งรับประทานในร้าน

ผับพะเยาเลหลังเบียร์ราคาทุน

ที่ร้านชายฟาง-พักกาย คันทรีคลับผับแอนด์เรสเตอรองก์ อ.เชียงคำ จ.พะเยา นำเบียร์ยี่ห้อต่างๆ กว่า 30 ลังมาตั้งหน้าร้านประกาศขายในราคาต้นทุน หลังจากต้องปิดร้านตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้เบียร์อยู่ในสต๊อกนานเกือบ 3 เดือน อาจทำให้เบียร์เปลี่ยนรสชาติ ทางร้านต้องรีบขายออกเพื่อไม่ให้เสียลูกค้า นายพิศัณย์ ใจกล้า อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน เผยว่า ทางร้านได้หยุดกิจการก่อน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้มีเบียร์ยี่ห้อต่างๆค้างในร้านกว่า 300 ลัง จริงๆไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มาทราบภายหลังจากผู้ผลิตว่าเบียร์จะคงรสชาติมีอายุประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นรสชาติจะเปลี่ยน ตัดสินใจประกาศขายเบียร์ทั้งหมดในราคาทุนก่อนที่รสชาติจะเปลี่ยนเพื่อแสดงความจริงใจและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ตอนนี้รอเวลาที่ทุกๆอย่างดีขึ้นหรือเป็นปกติจะกลับมาเปิดร้านอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือลูกน้องและฟื้นฟูร้านต่อไป

คนแห่กลับมานั่งกินอาหาร

หลังจากภาครัฐผ่อนปรนมาตรการคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ใน 6 กิจการ รวมถึงร้านอาหาร ตลาดสด ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 5 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ตลาดมารวย ย่านปิ่นเกล้า กลับมาคึกคักอีกครั้ง เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่กลับมานั่งทานที่ร้านได้แล้ว ทั้งพนักงานออฟฟิศ คนที่ต้องการเยียวยา ออกมานั่งทานกัน แต่ต้องนั่งเว้นระยะห่างกันไม่เกิน 1.5 เมตร โดยกำหนดให้นั่ง 1 คน ต่อ 1 โต๊ะเท่านั้น และก่อนเข้าตลาดต้องผ่านการวัดไข้ และฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์เจลทุกคน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกคนที่ได้ กลับมาอีกครั้ง

ฟาร์มตัวอย่าง ต้านภัยโควิด–19

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หนองหมากเฒ่า บ้านนาคำ ต.ห้วยยาง อ.เมืองสกลนคร พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ฟาร์มตัวอย่าง ต้านภัยโควิด-19” ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ให้มีรายได้และมีความรู้จากการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานโครงการฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด-19 ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างงาน ขาดรายได้ จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้มีรายได้ และพึ่งพาตนเอง

แนวทางพระราชดำริในหลวงราชินี

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ปิยะได้กล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และมอบถุงพระราชทานให้กับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ ที่เข้าปฏิบัติงานในฟาร์มตัวอย่าง โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ร่วมในพิธี จากนั้นได้มอบพันธุ์กล้าไม้เพื่อนำไปปลูกภายในบริเวณฟาร์มตัวอย่าง และร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา เพื่อพัฒนาพื้นที่ฟาร์มตัวอย่าง จัดทำ “โคก หนอง นา โมเดล” มาใช้บริหารจัดการน้ำ และพื้นที่การเกษตร โดยมีการผสมผสานกับภูมิปัญญาพื้นบ้านให้สอดคล้องกัน พร้อมกันนี้ จ.สกลนคร ได้จัดพิธีเปิดโครงการฟาร์มตัวอย่าง ต้านภัยโควิด-19 อีก 3 แห่ง ที่ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านนาคำ ต.คำตากล้า อ.คำตากล้า, ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านโคกทรายขาว ต.หนองบัวสิม อ.คำตากล้า และที่ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านกุดนาขาม ต.เจริญศิลป์ อ.เจริญศิลป์ อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาผ่อนปรนระยะ 2การ์ดตกทวีศิลป์ วิษณุโยธินอัศวิน ขวัญเมืองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:50 น.