ข่าว
100 year

ห้ามการ์ดตก ระบาดรอบ 2 (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 พ.ค. 2563 05:30 น.
SHARE

สธ.ปัดแล็บมั่ว-รอลุ้น 40 ยะลา ไทยเฮติดเชื้อ 1 ไร้ตายต่อเนื่อง

ไทยเฮแล้วเฮอีก พบคนไทยติดเชื้อเพิ่มแค่ 1 ราย ไร้ตายตลอดสัปดาห์ ส่วนผลตรวจชาวยะลา 40 คนยังต้องลุ้น ขณะที่หมอแจง 3 ปัจจัยทำผลตรวจผิดพลาด แต่ขอให้มั่นใจมาตรฐานห้องแล็บ ที่น่าห่วงกว่าคือการระบาดรอบสองหากไม่เคร่งครัดการปฏิบัติตัว ด้านองค์การอนามัยโลกออกโรงเตือนอย่าเพิ่งมั่นใจยาสมุนไพรรักษาโรคโควิด-19 ได้ เหตุยังไม่ได้ทดลองรักษาจริงจัง ส่วนสหรัฐฯอ่วมหนัก หลังประเมินผู้ติดเชื้อส่อตายเกิน 1.35 แสนราย ขณะที่ฝรั่งเศสเผยข้อมูลใหม่บ่งชี้ไวรัสมรณะระบาดในยุโรปมาตั้งแต่ปลาย ธ.ค. ปีกลาย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในไทยดีวันดีคืน เพราะหลังจากพบผู้ป่วยรายใหม่ลดลงเรื่อยๆ จนล่าสุดพบคนไทยติดเชื้อเพียง 1 ราย และที่ยิ่งดีกว่านั้นเมื่อไร้ผู้เสียชีวิตตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เฮอีกไทยติดเชื้อเพิ่มแค่ 1 ราย

ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 พ.ค. เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 46 ปี อยู่ จ.นราธิวาส มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน มีอาการไข้ น้ำมูก เจ็บคอ มีเสมหะ หายใจเหนื่อยหอบ เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.นราธิวาส ตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 4 พ.ค. มีประวัติไปร่วมศาสนพิธีในต่างประเทศ และมีการสัมผัสในครอบครัว ชุมชน ต้องหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2,988 ราย หายป่วยสะสม 2,747 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม

อดใจรอผลตรวจยะลา

โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ต้องสงสัยติดเชื้อที่ จ.ยะลา จำนวน 40 คน ขอให้รอผลอีกนิด เพราะเหตุเกิดขึ้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ต้องเก็บตัวอย่างและทบทวนกระบวนการทั้งหมด ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขจะประชุมหาแนวทางคลายข้อสงสัยให้เห็นถึงมาตรฐานการปฏิบัติการ ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบความเชื่อมั่นระบบตรวจเชื้อนั้น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ให้ความสำคัญ นโยบายเพิ่มปริมาณห้องปฏิบัติการต้องเพิ่มคุณภาพไปด้วยกัน ยอมรับว่าการปฏิบัติทุกอย่างมีเรื่องต้องเรียนรู้ให้เท่าทันกัน แล็บที่เปิดใหม่กับแล็บที่เปิดมา 3-4 เดือน มีข้อจำกัด ผู้บริหารให้ความสำคัญจึงคิดในหลายระบบ แล็บใหม่อาจต้องตรวจสองแล็บและแล็บอ้างอิงในส่วนกลางต้องทำทุกอย่างเพื่อความมั่นใจของประชาชน

เม.ย.หาเชื้อแล้ว 5 หมื่นราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า จากการวิเคราะห์การพบผู้ติดเชื้อในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าสถานที่ที่พบเชื้อมากที่สุด ได้แก่ ในศูนย์กักกันต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย 60 ราย รองลงมาคือการสัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า 49 ราย การค้นหาเชิงรุก 31 ราย ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 13 ราย และสถานที่ชุมชน ตลาดนัด 8 ราย ขณะที่ปริมาณการตรวจหาเชื้อตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. ถึงปัจจุบันมีมากถึง 50,741 ราย พบผู้ติดเชื้อ 767 ราย คิดเป็นความสามารถในการค้นหา 1.51 เปอร์เซ็นต์

ตรวจเชื้อกว่า 2 แสนตัวอย่าง

ต่อมาที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการตรวจโรคโควิด-19 ว่าการตรวจเชื้อที่ได้รับมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับ คือ การสวอปหาเชื้อจากลำคอและโพรงจมูก ด้วยวิธี RT-PCR ซึ่งการตรวจเชื้อวิธีนี้แม่นยำ ทั้งนี้ช่วงแรกการตรวจจะให้ผลยืนยันต้องใช้ 2 แล็บ เพื่อยืนยันความแม่นยำที่ชัดเจน แต่หลังจากกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ สร้างเครือข่ายการตรวจขณะนี้มี 151 ห้องแล็บทั่วประเทศที่สามารถตรวจเชื้อได้ ซึ่งตรวจไปแล้วกว่า 227,860 ตัวอย่าง และแนวโน้มการตรวจก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ยตรวจได้สัปดาห์ละ 6 พันตัวอย่างมากกว่าต้นเดือน เม.ย.ถึง 2 เท่า ทั้งนี้ เทคนิคการตรวจด้วยวิธีสวอปหาเชื้อจากลำคอและโพรงจมูก ในห้องปฏิบัติการจะต้องมีตัวเปรียบเทียบหรือตัวควบคุมเสมอ โดยมี 2 แบบ ได้แก่ แบบ positive คอนโทรล คือตัวทดสอบเวลาตรวจต้องได้ผลบวกเสมอเพราะจะเอาเชื้อหรือตัวอย่างที่มีเชื้อไปเปรียบเทียบ และแบบ negative คอนโทรล ซึ่งจะใช้น้ำเปล่าก็จะต้องได้ผลเป็นลบตลอด

วุ่นตรวจน้ำเปล่าเป็นบวก

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการตรวจโควิด-19 ที่ จ.ยะลา เมื่อนำไปทดสอบเปรียบเทียบตัว negative คอนโทรลหรือน้ำเปล่า ปรากฏว่าพบเชื้อ ซึ่งจริงๆผลต้องเป็นลบ แสดงว่าเกิดความผิดพลาด เจ้าหน้าที่ห้องแล็บจึงต้องหยุดตรวจและรายงานทางจังหวัดเพื่อหาสาเหตุ ซึ่งถือว่าทางยะลามีการทำตามมาตรฐาน โดยแล็บ โรงพยาบาลยะลา เป็นแล็บที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดและที่ผ่านมาก็ตรวจใน จ.ยะลาไปแล้วกว่า 4 พันตัวอย่างใน 1 เดือน ดังนั้นสิ่งที่ปฏิบัติถือว่ามีมาตรฐานในการดำเนินงาน

3 ปัจจัยทำผลตรวจผิดพลาด

“กรณีผลที่ออกมาเกิดความผิดพลาดนั้น จริงๆ เกิดขึ้นได้เสมอ โดยมี 3 ปัจจัย คือ 1.เกิดจากมนุษย์ 2.เกิดจากเครื่องมือ และ 3.ความผิดพลาดของระบบ ดังนั้นเมื่อเกิดความผิดพลาดต้องหาสาเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และห้องแล็บยะลาดำเนินการตามมาตรฐานคือตรวจพบแล้วรีบแจ้ง ซึ่งผลการตรวจที่ผิดพลาด แม้แต่แล็บจากจุฬาหรือกรมวิทย์ฯ ก็เคยพบทางออกคือหาแล็บอีกแห่งตรวจซ้ำ” นพ.โอภาส กล่าว และว่าอย่างไรก็ตาม เวลามีการตรวจด้วยวิธีเชิงรุก คือการลงไปตรวจในพื้นที่เสี่ยงส่วนใหญ่จะตรวจพบเชื้อไม่เกินร้อยละ 5 แต่กรณีของยะลา ขณะนี้ทางคณะผู้เชี่ยวชาญของกรมวิทย์ฯและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ไปช่วยตรวจสอบหาสาเหตุเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขแล้ว

คาด 6 พ.ค. รู้ผลยะลา 40 ราย

นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับการเก็บตัวอย่างเชิงรุกที่ยะลานั้น ผลการตรวจซ้ำครั้งที่ 3 อยู่ระหว่างดำเนินการส่งมาที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และคาดว่าผลตรวจจะออกในวันที่ 6 พ.ค.นี้ ส่วนการทวนซ้ำก็จะมีการดำเนินการ โดยจะทำทั้งใช้ตัวอย่างเดิมมาตรวจซ้ำ และตัวอย่างใหม่ ขอย้ำว่าการตรวจเชื้อไม่ตรงกันเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะช่วงแรกก็พบลักษณะนี้ สำหรับการกักตัวทั้ง 40 ราย ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานว่าหากสงสัยต้องทำการกักตัว

ใส่หน้ากากป้องกันระบาดใหม่

ด้าน นพ.อภิชาติ วชิรพันธ์ ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือการหวนกลับมาระบาดของโควิด-19 ดังนั้นการป้องกันไม่ให้โควิดกลับมาระบาดได้ใหม่ระลอก 2 ประชาชนยังต้องเคร่งครัดการปฏิบัติตัว แม้มีการผ่อนปรนมาตรการให้เดินทางสะดวกขึ้น การทำธุรกิจ ออกจากบ้านไปทำงาน ยังต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และมีระยะห่างระหว่างบุคคลที่เหมาะสม 1-2 เมตร ต้องหมั่นออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายนี้ ประชาชนต้องวิ่งห่างๆ ขณะนี้เมื่อสถานการณ์ของโควิดเริ่มดีขึ้น ทางสถาบันได้ทำความสะอาดห้องพักผู้ป่วย ห้องความดันลบ ฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี และเตรียมให้การอบรมเจ้าหน้าที่และบุคลากรทั้งเชิงความรู้การใส่ การถอดชุดพีพีอี และการปรับทัศนคติความคิดในการปฏิบัติงาน

เตือนปรับพฤติกรรมสู้โควิด–19

นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ รอง ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า พฤติกรรมของประชาชนมีความสัมพันธ์ที่จะกลับมาเกิดโรคโควิด-19 ได้อีกครั้ง โดยพบว่าปกติของผู้ป่วยโควิด ใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลแค่ 1-2 สัปดาห์ แต่หากผู้ป่วยคนนั้นมีภาวะดื่มสุราหนัก สูบบุหรี่จัด อาจทำให้ตับแข็ง ถุงลมโป่งพอง หลอดเลือดหัวใจตีบ ส่งผลให้อาการรุนแรงมากขึ้น เสี่ยงชีวิตได้ง่าย ดังนั้น หากเป็นไปได้ขอให้เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ ทั้งการดื่มสุรา สูบบุหรี่ หลังปรากฏภาพคนแห่ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในห้างสรรพสินค้า

ลุยตรวจพื้นที่เป้าหมาย

ส่วนสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ภาคใต้ นายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา จ.ยะลา เปิดเผยว่า การตรวจสแกนหาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการเชิงรุกเพื่อยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อยังต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางจังหวัดยะลา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา เดินหน้าตรวจคัดกรองกลุ่มผู้สัมผัส เป้าหมายทั้งตำบล 838 คน ซึ่งประชาชนให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ในห้วงของเดือนรอมฎอน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจำเป็นต้องมาเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งในช่วงกลางคืน เพราะทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนต้องถือศีลอดในช่วงกลางวัน ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 4 พ.ค. เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บ้านตา-เนาะปูเต๊ะ หมู่ 9 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา เก็บตัวอย่างได้แค่ 50 คน เพราะมีฝนตกในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งส่งตรวจจนกว่าจะครบ

ย้ำไม่มีการปกปิดข้อมูล

ด้าน นพ.สงกรานต์ ไหมชุม สสจ.ยะลา ชี้แจงกรณีต้องส่งตรวจผู้ป่วย 40 ราย ถึง 3 ครั้ง ว่า ไม่ได้มีการปกปิดข้อมูล เพราะจังหวัดยะลาต้องการควบคุมโรคให้เร็ว จึงเปิดปฏิบัติการเชิงรุก และทำให้พบผู้ป่วยยืนยัน 40 คน ในการตรวจผลปฏิบัติการครั้งแรกที่ห้องปฏิบัติการ รพ.ศูนย์ยะลา เนื่องจากเป็นการพบผู้ติดเชื้อแบบก้าวกระโดด ต้องขอตรวจซ้ำในห้องปฏิบัติการที่ 2 ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดสงขลา ปรากฏว่าไม่พบเชื้อ แต่เพื่อความแม่นยำ ส่งตรวจในห้องปฏิบัติการที่ 3 ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กทม.อีกครั้ง เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดพลาดของห้องปฏิบัติการ แต่อาจเป็นไปได้ในทางเทคนิคที่เป็นผลสงสัยว่าอาจจะเป็นบวก เพราะในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ห้องปฏิบัติการที่ยะลา ต้องตรวจตัวอย่างกว่า 3 พันตัวอย่าง มีเจ้าหน้าที่เพียง 8 คน จึงให้มีการพักชั่วคราว และตรวจสอบระบบใหม่ทั้งหมด ขณะที่ผู้ป่วย 40 คน ยังอยู่โรงพยาบาล เพื่อทำการสอบสวนโรคจนกว่าจะมีผลยืนยันที่แน่ชัด

นราธิวาสติดเชื้อเพิ่ม 1

ที่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง จ.นราธิวาส รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 36 ราย เป็นชายไทยอยู่ อ.แว้ง กลับจากร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ซึ่งหลังจากเดินทางเข้ามาในประเทศ ได้ผ่านการตรวจคัดกรองโรคและเช็กประวัติ ส่งตัวไปกักดูอาการ 14 วันแล้ว ต่อมามีอาการปอดอักเสบขั้นรุนแรง ญาติได้นำตัวส่งรักษาที่ รพ.แว้ง และเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวรักษาต่อยัง รพ.สุไหงโก-ลก เพื่อเข้ากระบวนการสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่คาดว่าชายคนดังกล่าว คงเดินทางไปสถานที่ที่ใดที่หนึ่งในพื้นที่ อ.แว้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเกิดการติดเชื้อขึ้นมาดังกล่าว

พาคนตกค้างต่างแดนกลับไทย

ส่วนที่โถงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 12.40 น.วันที่ 5 พ.ค. กลุ่มคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งตกค้างอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จำนวน 16 คน เดินทางมากับสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG933 ทั้งหมดเมื่อผ่านการคัดกรองการติดเชื้อ และด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วได้ไปกักตัวที่โรงแรมบาซาร์ ถนนรัชดาภิเษก ส่วนที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 23.55 น.สายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD9151 เครื่องบินเช่าเหมาลำโดยสถานกงสุลใหญ่เมืองเจน–ไน ประเทศอินเดีย ได้นำกลุ่มคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเมืองเจนไน กับรัฐทางตะวันออกและทางใต้ของอินเดีย ได้แก่ รัฐทมิฬนาฑู รัฐกรณาฏกะ รัฐอนาธรประเทศ รัฐเกรละ และรัฐเตลังคานา จำนวน 220 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทยที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ผู้โดยสารทั้งหมดหลังจากกระบวนการคัดกรองโควิด-19 ทำประวัติการเดินทาง ตรวจคัดกรองการติดเชื้อ และด่านตรวจคนเข้าเมืองภายในท่าอากาศยานดอนเมือง ถูกเจ้าหน้าที่ได้นำไปเข้ากักตัวที่โรงแรมพาลาสโซ ถนนรัชดาภิเษก

โลกป่วยเกิน 3.6 ล้านคน

ความคืบหน้าสถานการณ์โคโรนาไวรัส “โควิด-19” ระบาดทั่วโลกใน 212 ประเทศและดินแดน ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ล่าสุด เมื่อวันอังคาร 5 พ.ค.อยู่ที่กว่า 3.67 ล้านราย ผู้เสียชีวิตเกินกว่า 2.52 แสนราย ผู้ป่วยรักษาหายกว่า 1.2 ล้านราย สหรัฐอเมริกาพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดของโลกกว่า 1.2 ล้านราย ผู้เสียชีวิตเกือบ 7 หมื่นราย ผู้ติดเชื้อมากอันดับ 2 ของโลกอยู่ที่สเปน ประมาณ 2.5 แสนราย ผู้เสียชีวิตกว่า 2.5 หมื่นราย แต่ผู้เสียชีวิตในอิตาลีมากอันดับ 2 ของโลก อยู่ที่เกือบ 3 หมื่นรายตามด้วยอังกฤษ ผู้เสียชีวิตกว่า 2.87 หมื่นราย และฝรั่งเศส ผู้เสียชีวิตกว่า 2.5 หมื่นราย

สหรัฐฯกู้เงินเพิ่มทุบสถิติ

ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่ว สหรัฐฯ ตลอดช่วง 24 ชั่วโมง เมื่อวันจันทร์ 4 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น อยู่ที่ 1,015 ราย สถานการณ์ผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลสหรัฐฯเตรียมแผนกู้เงินทะลุถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้เยียวยาแก้ปัญหาภัยระบาดของโควิด-19 ถือเป็นจำนวนเงินกู้มากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินโลกเมื่อช่วงปี 2551 ส่วนเงินกู้ของสหรัฐฯเมื่อช่วงปีที่แล้วอยู่ที่ 1.28 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมหนี้เงินกู้ของสหรัฐฯแล้วทั้งหมดเกือบ 25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

จ่อตายเกิน 1.35 แสนราย

สถาบันประเมินปัญหาด้านสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันของสหรัฐฯ ประเมินสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในประเทศอาจทำให้ชาวอเมริกันเสียชีวิตเกือบ 1.35 แสนรายภายในเดือน ส.ค.นี้ ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์หวั่นเกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 ที่รุนแรงมากขึ้นถ้ามาตรการ “ล็อกดาวน์” ปิดเมืองในหลายพื้นที่ทั่วประเทศถูกยกเลิกเร็วเกินไป ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯอยู่ระหว่างพิจารณายกเลิกภาษีอุปกรณ์หลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการช่วยแก้ปัญหาโควิด-19 รวมถึงหุ่นยนต์โดรน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอื่นๆอีกหลายรายการ

ยิง รปภ.ห้างหลังทักไม่ใส่แมสก์

ขณะเดียวกัน เกิดคดีสะเทือนขวัญ ที่รัฐมิชิแกน ของสหรัฐฯ สืบเนื่องจากการไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยเข้าพื้นที่สาธารณะ โดยนายคัลวิน มูเนอร์ลิน วัย 43 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าแฟมิลี ดอลลาร์ ในเมืองฟลินต์ ถูกยิงเสียชีวิต หลังนายมูเนอร์ลิน บอกให้ลูกสาวนางชาร์เมล ทีเก ลูกค้ารายหนึ่งไม่ให้เข้าพื้นที่ห้าง เพราะเธอไม่สวมหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ทำให้นางทีเกโมโหออกจากห้างก่อนกลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยลูกชายวัย 23 ปี และสามีของเธอ โดยข่าวระบุลูกชายของเธอเป็นคนยิงนายมูเนอร์ลินเสียชีวิต ตำรวจได้จับกุมผู้เกี่ยวข้องคดีนี้ทั้งหมดแล้ว ทั้งนางทีเกกับสามีและลูกชาย

สถานการณ์อังกฤษน่าห่วง

ส่วนสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในยุโรปยังรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอังกฤษ ข้อมูลจากหน่วยงานสถิติแห่งชาติ ระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วประเทศ แม้อยู่ที่ราว 2.87 หมื่นราย แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงอาจมากเกิน 3.2 หมื่นราย ถือเป็นตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในยุโรป แต่ข้อมูลยังไม่ได้ถูกรายงานเข้าระบบส่วนกลาง ขณะที่เยอรมนี เริ่มผ่อนปรนเปิดร้านค้าแล้ว โดยตั้งเป้าเปิดร้านค้าส่วนใหญ่ได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.นี้ ส่วนการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา จะเริ่มเปิดการแข่งขันได้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ภายใต้มาตรการไม่ให้มีผู้เข้าชมการแข่งขัน ทั้งนี้ เยอรมนีพบผู้ติดเชื้อราว 1.7 แสนราย ผู้เสียชีวิตราว 7,000 ราย ขณะที่รัสเซียพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีกกว่า 10,102 ราย ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มแต่ละวันมากเกิน 10,000 รายติดต่อกันแล้ว 3 วัน ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในรัสเซียพุ่งเกินกว่า 1.55 แสนราย ผู้เสียชีวิตเกือบ 1,500 ราย

พบไวรัสแพร่ยุโรป ธ.ค.ปีกลาย

ที่อิตาลีผู้คนหลายล้านเริ่มกลับเข้าทำงานตามปกติภายใต้มาตรการสวมใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ทั้งๆที่ยังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศเฉลี่ยวันละหลายพันคน โดยอิตาลีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากราว 2.12 แสนราย ผู้เสียชีวิตเกือบ 3 หมื่นราย ส่วนฝรั่งเศส ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 อยู่ที่ราว 1.7 แสนราย ผู้เสียชีวิตกว่า 2.5 หมื่นราย ทั้งมีรายงานทางการแพทย์ยืนยันว่าพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกในฝรั่งเศสใกล้กรุงปารีส ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.ปีที่แล้ว นั่นหมายความว่า เชื้อไวรัสมรณะนี้แพร่กระจายถึงทวีปยุโรปเร็วกว่าที่เคยรับรู้กันมาก่อนหน้านี้กว่า 1 เดือน โดย สธ.ฝรั่งเศสเคยแถลงผู้ป่วยโรคโควิด-19 เสียชีวิตรายแรกของประเทศและของยุโรป เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน วัย 80 ปี เมื่อวันที่ 15 ก.พ. หลังเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงปารีส ตั้งแต่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

WHO ชี้อย่าเพิ่งมั่นใจยาสมุนไพร

วันเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเตือนว่าอย่าเพิ่งเชื่อมั่นว่าการใช้สมุนไพรท้องถิ่นจะรักษาโรคโควิด-19 ได้ หลังมีอย่างน้อย 3 ประเทศในทวีปแอฟริกา อาทิ แทนซาเนีย สั่งนำเข้ายาน้ำสมุนไพร ซึ่งประธานาธิบดีอังดรี ราโจลินา ของมาดากัสการ์ อ้างสรรพคุณรักษาผู้ป่วยไวรัสมรณะนี้ได้ แม้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน แต่นายอังดรีระบุจะทดสอบผลทางคลินิกถึงการใช้สมุนไพรท้องถิ่นรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในสัปดาห์หน้า ขณะที่เคนยา เจอเรื่องเศร้า เมื่อเกิดเหตุเครื่องบินแบบ 2 เครื่องยนต์ของสายการบินแอฟริกัน เอ็กเพรส ขนสิ่งของช่วยเหลือต่อสู้ไวรัสโควิด-19 จดทะเบียนที่เคนยา ตกที่เมืองบาร์เดล ภูมิภาคเบย์ ทางตอนใต้โซมาเลีย มีผู้เสียชีวิต 6 คน โดยเจ้าหน้าที่โซมาเลียเผยว่า เครื่องบินถูกยิงตกขณะบินเข้าสู่ลานบินภูมิภาคเบย์ ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของทหารเอธิโอเปียที่อยู่ภายใต้กลุ่มสหภาพแอฟริกาปราบปรามกองกำลังอัล-ชาบับ ที่เชื่อมโยงกลุ่มอัล เคดา ส่วนที่ประเทศไนเจอร์ นายโมฮาเหม็ด เบน โอมาร์ รมว.การจ้างงานและแรงงาน วัย 55 ปี เสียชีวิต หลังติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19

กีวี-ออสซียังไม่เปิดพรมแดน

ที่นิวซีแลนด์ แม้ไม่พบผู้ติดเชื้อใหม่เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน และเพิ่งผ่อนคลายคำสั่งล็อกดาวน์บางส่วน แต่นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น เรียกร้องประชาชนอย่าชะล่าใจ ต้องยึดมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมต่อไป โดยยอดผู้ติดเชื้อรวมอยู่ที่ 1,137 คน ผู้เสียชีวิต 20 คน นอกจากนี้ นายกฯ นิวซีแลนด์ยังประชุมผ่านระบบวิดีโอลิงก์กับคณะรัฐมนตรีของออสเตรเลีย ที่มีผู้ติดเชื้อเกือบ 7,000 คน ผู้เสียชีวิต 96 คน ก่อนเห็นชอบร่วมกันยังไม่เปิดพรมแดนในช่วงนี้

ฮ่องกงเปิดโรงเรียน-สถานบันเทิง

ด้านจีนที่คลายมาตรการเข้มงวดก่อนหน้าฮ่องกงระยะหนึ่งแล้ว มีผู้ติดเชื้อใหม่เพียง 1 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ ยอดผู้ติดเชื้อรวมอยู่ที่ 82,881 คน ผู้เสียชีวิต 4,633 คน ขณะที่ฮ่องกงผ่อนคลายมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม รวมทั้งเปิดโรงเรียน โรงภาพยนตร์ บาร์และร้านทำผม ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.นี้ หลังมั่นใจยับยั้งการแพร่ระบาดในท้องถิ่นได้แล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อรวม 1,041 คน ผู้เสียชีวิต 4 คน ด้านเกาหลีใต้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นตามลำดับ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 3 คน เสียชีวิตเพิ่ม 2 คน ยอดผู้ติดเชื้อรวม 10,804 คน ผู้เสียชีวิตรวม 254 คน

นักร้องดังอิเหนาป่วยโควิดดับ

สำหรับสถานการณ์ในย่านอาเซียน มีรายงานเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ว่า ดิดี เคมโพต นักร้องยอดนิยม วัย 55 ปี ของอินโดนีเซีย เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 หลังเพิ่งจัดคอนเสิร์ตที่บ้านเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์แห่งชาติ เพื่อหาทุนช่วยผู้ตกงานจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะ ส่วนยอดผู้ติดเชื้อรวมในอินโดนีเซียมี 11,587 คน ผู้เสียชีวิต 864 คน ส่วนมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรวม 6,353 คน ผู้เสียชีวิต 105 คน และสิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 632 คน ยอดผู้ติดเชื้อรวมอยู่ที่ 19,410 คนหรือมากที่สุดในอาเซียน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานต่างชาติ แต่มีผู้เสียชีวิต 18 คน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1ไวรัสโคโรนายอดผู้ป่วยโควิด-19WHOCOVID-19ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้