ไลฟ์สไตล์
100 year

ถ้าป่วยน้อยกว่าสิบครบ 14 วัน สธ.เปิดเมืองเพิ่ม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 พ.ค. 2563 05:30 น.
SHARE

เตือนไป ตจว.อย่าประมาท กลุ่มเสี่ยงถูกกักตัวมาแล้ว ปลัด มท.สั่ง-ไม่ต้องกักซํ้า

ปลัด มท.ร่อนหนังสือถึงผู้ว่าฯ จัดระเบียบการเดินทางข้ามจังหวัด หลังความวุ่นวายที่เกิดจากการเดินทางเคลื่อนย้ายของประชาชน ถึงขนาดทำให้รถติดโกลาหลถ้ามีหลักฐานใบรับรองการกักตัวและมีเหตุผลเพียงพอ ไม่ต้องโดนกักตัว 14 วัน พร้อมจัดระเบียบคนเดินทางให้แจ้งลงทะเบียนกับจังหวัดก่อน พร้อมระบุจังหวัดปลายทาง เพื่อประสานตรวจสอบรับตัว ขณะที่สายอีสานคนเดินทางเริ่มลด ส่วนภูเก็ตยังวุ่นคนแห่ออกจากเกาะออบริเวณด่านนับพันคน ส่วนจังหวัดใกล้เคียงออกมาตรการรับมือเข้มงวด “บิ๊กกบ” ตรวจห้างพารากอนและเซ็นทรัล ดูความพร้อมก่อนเปิดห้างวันที่ 3 พ.ค. คาดโทษเมินมาตรการป้องกันติดเชื้อมีบทลงโทษ หวั่นต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ สธ.ยัน คลายล็อกครบ 14 วันการระบาดต่ำสิบ พร้อมเปิดเมืองเพิ่ม หอการค้าไทยเชื่อ หลังโควิดชีวิตเปลี่ยน คนทำงานที่บ้านเพิ่ม 50% “นพ.ทวีศิลป์” แฉข้อมูล นักเล่นฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินสูงสุดถึง 41% นักดื่ม 39% และยาเสพติด 20% เลขาฯสมช.เตือนคำสั่งห้ามขายเหล้าอาจถูกเอามาปัดฝุ่น ถ้าเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดเชื้อโควิด คณะก้าวหน้าจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ บริจาค 3 พันต่อหัว

ข่าวแนะนำ

กรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน สั่งปิดสถานที่หลายประเภทที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน นอกจากนี้ยังส่งผลให้บริษัทเอกชนจำนวนมากปิดบริษัทป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้าย สร้างผลกระทบประชาชนจำนวนมาก เป็นที่มาของมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยการให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com  เพื่อรับเงินเยียวยาหลายสาขาอาชีพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ศบค.ห่วงเข้าคิวใกล้เกินไป

ความคืบหน้าจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 2 พ.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า ผู้ฝ่าฝืนมาตรการห้ามออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิวระหว่างคืนวันที่ 1 พ.ค.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 2 พ.ค. มีผู้ออกนอกเคหสถาน 550 คน น้อยกว่าคืนก่อน 57 คน มีผู้ชุมนุมมั่วสุม 75 คน น้อยกว่าคืนก่อน 79 คน สาเหตุชุมนุมมั่วสุมมากสุดคือ เล่นการพนัน 41 เปอร์เซ็นต์ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 39 เปอร์เซ็นต์ และยาเสพติด 20 เปอร์เซ็นต์ ช่วงนี้เราเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากมาตรการเข้ม ผ่อนคลายลงมา เพราะมีผลกระทบประชาชนที่ทำมาหากิน แต่เรายังมีโรคระบาดอยู่ ต้องยึดหลักการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ขอให้มาตรการเหล่านี้ทำให้ประชาชนดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง สองอย่างนี้ต้องสมดุล สำคัญสุดคือ ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยร้อยเปอร์เซ็นต์ และเพิ่ม
ระยะห่าง จากที่เห็นการเข้าคิวต่างๆยังอยู่ใกล้กันเกินไป ถ้าอยากปลอดภัยเพิ่มระยะห่างใส่หน้ากากเพื่อลดโรค

ยึดมาตรฐาน สธ.ขณะผ่อนปรน

พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า มาตรการผ่อนปรนเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. ยังคงรักษามาตรฐานของความปลอดภัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก แต่พยายามผ่อนปรนให้ดำรงชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น และผ่อนปรนการทำมาหากินเรื่องเศรษฐกิจด้วย ผู้ประกอบการที่ได้ผ่อนปรนต้องมีมาตรการกำกับ ทั้งการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย การตรวจวัดอุณหภูมิผู้ใช้บริการ การทำความสะอาดพื้นที่สม่ำเสมอ มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ถือเป็นมาตรการพื้นฐาน ผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดสามารถพิจารณาออกมาตรการเพิ่มเติมจากนี้ได้

โบทอกซ์–ฟิลเลอร์รอก่อน

พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนสถานพยาบาล สถานทันตกรรม รวมถึงร้านตัดขนสัตว์และสปาอนุญาตให้เปิดได้ เพราะมีความจำเป็นกับการดำเนินชีวิตของผู้คน ยังไม่มีหลักฐานข้อเท็จจริงว่า มีการแพร่เชื้อจากคนสู่สัตว์ ขณะที่สถาบันเสริม
ความงาม ฉีดโบทอกซ์ ฟิลเลอร์ยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ อาจประเมินอีกครั้งว่า ควรผ่อนปรนเฟส 2 หรือ 3 หรือไม่ แต่เบื้องต้นยังห้ามเปิดบริการ อย่างไรก็ตาม ภายใต้มาตรการผ่อนคลาย การบังคับใช้ข้อกำหนด ปกติยังอยู่ เช่น ห้ามออกนอกเคหสถาน 22.00-04.00 น.จำกัดการเคลื่อนย้ายคนข้ามจังหวัด เป็นต้น

เลิกขายเหล้าถ้าทำแพร่เชื้อ

พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า กรณีผ่อนปรนให้อนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. แม้จะอนุญาตแต่ผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดมีอำนาจสั่งห้าม หากเห็นว่าในพื้นที่ละเมิดมาตรการอื่นหรือซ่องสุม ทำให้เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น อาจพิจารณามาตรการสั่งห้ามจำหน่ายได้ เมื่อถามว่า การอนุญาตให้ซื้อสุรากลับไปดื่มที่บ้านมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่มั่วสุม เลขาธิการ สมช.กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการผ่อนปรนเพื่อให้ซื้อกลับบ้านไปบริโภคกันในครอบครัว ไม่ต้องการให้มั่วสุมจับกลุ่มกัน หากมั่วสุมเจ้าหน้าที่เข้าไปตักเตือน ดำเนินคดี หากการจำหน่ายสุราเป็นต้นเหตุการละเมิดกฎหมาย ต้องจำกัดการขายในที่สุด ดังนั้นควรร่วมมือทำอะไรแต่พอสมควร

ห้าม ขรก.–รสก.ลาช่วงหยุดยาว

เลขาธิการ สมช.กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคลื่อนย้ายคนข้ามจังหวัดยังเป็นมาตรการที่เรากำหนดและไม่สนับสนุนโดยวิธีการใดๆทั้งสิ้น นายกฯฐานะ ผอ.ศบค.หารือในการประชุม ครม.ที่ผ่านมา เนื่องจากเดือน พ.ค. ตั้งแต่ 1-11 พ.ค. มีวันหยุดหลายวัน มีมติ ครม.ไม่อนุญาตให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเพื่อกลับภูมิลำเนา จะให้ลาเพราะเหตุผลจำเป็นจริงๆ

มท.แจงถ้ามีเหตุผลไม่โดนกัก

ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมากว่า ข้อกำหนดให้งดหรือชะลอเดินทางข้ามจังหวัดยังมีอยู่ แต่ผู้มีความจำเป็นต้องมีเหตุผลอธิบาย มีหลักฐาน และต้องผ่านจุดคัดกรองต่างๆที่กระจายทั่วประเทศ เมื่อถึงภูมิลำเนาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องเข้าไปดูแล ส่วนต้องโดนกักตัว 14 วันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเหตุผลรายกรณี ส่วนผู้เคยผ่านกักตัวในสถานที่รัฐหรือที่บ้านมาแล้ว จะมีใบรับรอง เมื่อเดินทางให้แสดงหลักฐานนี้ ยืนยันว่าจะไม่ถูกกักตัวแน่ ส่วนกลุ่มที่มาจากพื้นที่เสี่ยง เช่น ภูเก็ต ถ้าเดินทางออกนอกพื้นที่ต้องมีหลักฐานว่า โดนกักตัว 30 วันจากมาตรการปิดจังหวัดภูเก็ตมาแล้ว เมื่อเดินทางไปที่ใดจะมีใบรับรอง และผู้ว่าฯภูเก็ตต้องแจ้งจังหวัดภูมิลำเนาให้ทราบว่า คนกลุ่มนี้เดินทางกลับ ขออย่ากังวลเพราะทุกอย่างมีที่มาที่ไปมีเหตุผล เพียงแต่อธิบายแสดงข้อมูล แจ้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดให้พูดจาละมุนละม่อม ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน

มีมาตรการเพิ่มเติมเสนอ ศบค.ก่อน

ต่อมานายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกหนังสือสั่งการไปยัง ผวจ.ทุกจังหวัด และประสานผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร รับทราบ ถือปฏิบัติ และออกคำสั่งต่างๆตามข้อกำหนดและคำสั่งทั้ง 3 ฉบับของ ศบค.โดยเคร่งครัด ให้สร้างการรับรู้มาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนดแก่ผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ตามคำสั่ง ศบค.ที่ 2/2563 เรื่องแนวปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาและมีความเห็นดำเนินการอื่นใด ตามข้อกำหนดดังกล่าว ให้รายงาน ศบค.มท.ก่อนดำเนินการ เพื่อรายงาน ศบค.พิจารณาและสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้เป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ให้จังหวัดประมวลผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมทั้งปัญหาอุปสรรคข้อจำกัด และความต้องการรับการสนับสนุน รายงานให้ ศบค.มท.ทราบ

จัดระเบียบคนกลับภูมิลำเนา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งถึง ผวจ.ทุกจังหวัด ดังนี้ 1.กรณีผู้ครบระยะกักกันจะเดินทางกลับด้วยตนเอง ให้เดินทางกลับได้ หากจังหวัดภูมิลำเนาหรือจังหวัดปลายทางมีมาตรการเฉพาะ เช่น การกักกันภายในที่พักอาศัย จังหวัดต้นทางต้องแจ้งให้ผู้เดินทางทราบว่า เมื่อเดินทางไปถึงให้ไปรายงานตัวตามสถานที่และดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด 2.หากผู้ครบระยะเวลากักกันประสงค์ให้ภาครัฐจัดส่ง ให้จังหวัดต้นทางมอบหมายสำนักงานขนส่งจังหวัด หรือหน่วยงานที่กระทรวงคมนาคมมอบหมายจัดหายานพาหนะ กำหนดเส้นทางและจุดจอดรถพร้อมออกหนังสือรับรองให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะ ส่วนจังหวัดปลายทางมอบหมายสำนักงานขนส่งจังหวัด หรือหน่วยงานที่กระทรวงคมนาคมมอบหมายจัดยานพาหนะไปรับผู้ครบระยะการกักกันที่จุดจอดรถนัดหมาย หากจังหวัดต้นทางจัดยานพาหนะไปส่งไม่ถึงจังหวัดปลายทาง ให้จังหวัดต้นทางที่กักกัน สำรวจและจัดทำข้อมูลการเดินทางกลับ แจ้งจังหวัดภูมิลำเนาหรือจังหวัดปลายทางทราบ จัดทำหนังสือรับรองผู้ครบระยะเวลากักกันด้วย

“บิ๊กกบ” ตรวจความพร้อมห้าง

ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน พ.อ.หญิง ฉัตรรพี พูนศรี โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.)เดินทางตรวจเยี่ยมห้างพารากอน และห้างเซ็นทรัล สาขาชิดลม เขตปทุมวัน ตามที่รัฐบาลมีมติผ่อนปรนมาตรการป้องกันแพร่ระบาดโรคโควิด-19 บางประการเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ให้การปฏิบัติเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคที่กำหนด รวมทั้งรักษาระยะห่าง ป้องกันความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร กำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรการป้องกัน กวดขันการปฏิบัติเข้มข้น

คาดโทษฝ่าฝืนถูกลงโทษ

พ.อ.หญิง ฉัตรรพี กล่าวอีกว่า การจัดชุดตรวจ การดำเนินการของห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามข้อกำหนดเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและส่วนภูมิภาค หากตรวจพบว่าฝ่าฝืนหรือกระทำความผิด ให้พิจารณาดำเนินการตามบทลงโทษที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งให้ประสานผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการในพื้นที่ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ เน้นย้ำ และกวดขันให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโดยเคร่งครัด

สั่งเพิ่มจุดวางเจลล้างมือให้พอ

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ฐานะหัวหน้าศูนย์ ศปม.กล่าวว่า มาสุ่มตัวอย่างตรวจเยี่ยมตามที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลภาพรวม ให้ปฏิบัติตามมาตรการผ่อนคลายที่เริ่มวันที่ 3 พ.ค. ดูความพร้อมของซุปเปอร์มาเก็ตที่ได้รับการอนุมัติให้เปิดกิจการได้ เตรียมรองรับผู้ใช้บริการดีเพียงใด ถือโอกาสมาดูเพื่อเป็นมาตรฐานเพิ่มเติมให้เป็นไปตามมาตรการ ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เตรียมพร้อมดี แต่มีข้อสังเกตเพิ่มเติมเรื่องความพอเพียงของอุปกรณ์ทำความสะอาด อาทิ เจลล้างมือต้องกระจายให้มีหลายจุด เมื่อถามว่า จะมีร้านอาหารบางร้านเปิดให้บริการนั่งทานในร้านได้หรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า เป็นไปตามข้อกำหนดให้ซื้อกลับไปทานที่บ้านเหมือนเดิม ช่วงนี้ธุรกิจดีลิเวอรีได้รับความนิยมมากอยู่แล้ว ห้าง สรรพสินค้าแห่งนี้มีมาตรการให้โทร.สั่ง ก่อนนัดเวลามารับกลับบ้าน

เตือน ปชช.ระวังกลับไปเริ่มต้นใหม่

“มาตรการผ่อนคลายที่รัฐบาลกำหนดขึ้น นายกฯคำนึงถึงความเดือดร้อนประชาชน ท่านมีความคาดหวังให้เศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชนเป็นปกติมากที่สุด แต่ปัจจัยสำคัญคือ เรารักษาระดับไม่ให้แพร่ระบาดอีกรอบ ให้ประชาชนทุกคนร่วมมือใช้ชีวิตระมัดระวังตามเงื่อนไขกระทรวงสาธารณสุขกำหนด ไม่ใช่ว่ามีมาตรการผ่อนคลายแล้ว กลายเป็นว่าทุกท่านไม่ระมัดระวัง หากแพร่ระบาดอีกครั้งเป็นการสูญเสีย เราต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นสิ่งที่ผ่านมาอีก ถือเป็นความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ต้องช่วยกันดูแลตนเองและส่วนรวมให้ดีที่สุด” ผบ.สส.กล่าว

ยังเคอร์ฟิว–งดดื่มที่สาธารณะ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายประเมินทุกวัน มีตัวชี้วัดโดยเฉพาะด้านสาธารณสุข ใช้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นหลักพิจารณา หากละเมิดกฎหมายมากขึ้นต้องมาพิจารณาดูว่า มาตรการที่ผ่อนคลายทำให้เกิดผลกระทบอย่างไร โดยทั่วไปหากสถานการณ์ไม่ซับซ้อนไปได้เรื่อยๆ ทุกสัปดาห์จะได้ประเมินกัน ถามว่า วันที่ 3 พ.ค.จะเปิดจำหน่ายสุรามีมาตรการดูแลอย่างไร พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า การเข้มงวดการจำหน่ายสุราปกติมีกฎหมายอยู่แล้ว จำหน่ายที่สาธารณะไม่ได้อยู่แล้ว แม้ได้รับการผ่อนคลายช่วงนี้ แต่กติกาของเคอร์ฟิวมีเวลาอยู่ และไม่อนุญาตให้ดื่มในที่สาธารณะ ฉะนั้นต้องดื่มเฉพาะในเคหสถาน ต้องระวังไม่ให้กลายเป็นการมั่วสุม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประกอบด้วยสาธารณสุข ทหาร และตำรวจมีชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปตรวจตราสถานที่ต่างๆ รวมถึงสถานที่ได้รับแจ้งว่ามั่วสุมกัน จะพยายามบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับรัฐศาสตร์ เพื่อการป้องกันการแพร่ระบาด

ระบาดต่ำครบ 14 วันเปิดเมืองเพิ่ม

ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการแถลง ข่าวสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 เรื่อง “ภาพรวมการเตรียมการเปิดกิจการตามมาตรการผ่อนปรนวันที่ 3 พ.ค. นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ยืนยันว่า สธ.เดินหน้าเต็มที่ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เห็นได้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 10 รายมาหลายวันแล้ว สัปดาห์นี้ ครม.ให้หยุดยาว มีผู้เดินทางข้ามจังหวัดจำนวนมาก ขออย่าประมาทต้องป้องกันตนเองเต็มที่ เพื่อให้ตัวเลขการระบาดต่ำกว่า 10 คนครบ 14 วัน นำไปสู่การให้เปิดเมืองเพิ่มได้

ช่วยตรวจสอบร้านไร้มาตรฐาน

นายสาธิตกล่าวต่อว่า การเปิดเมืองอย่างปลอดภัย ปลดล็อกให้เปิดกิจการบางประเภท ต้องอยู่ภายใต้หลักการดำเนินกิจการเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ทุกฝ่ายต้องตระหนักร่วมกัน ทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการ เดินหน้าสู่การมีสุขอนามัยที่ดี สะอาดปลอดภัย จัดระบบถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะในตลาดมีการสร้างบรรทัดฐานใหม่ กรมอนามัยออกมาตรการแล้ว เช่น เว้นระยะห่าง ลดความแออัด และให้ตรวจสอบซึ่งกันและกัน หากพบกิจการไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ลูกค้าสามารถดำเนินการตรวจสอบได้ หากตักเตือนไม่เชื่อฟังอาจต้องบังคับใช้กฎหมายควบคู่ด้วย ที่จะดำเนินการระยะต่อไปคือการจัดเรตติ้งร้านค้า ร้านอาหาร ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่สะอาด อาหารปลอดภัย มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาท่องเที่ยว สั่งสินค้าอาหารที่ปลอดภัยกลับไปด้วย

ย้ำมาตรการร้านตัดผม–เสริมสวย

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการผ่อนปรนให้เปิดร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ผู้ประกอบกิจการต้องดูแลตั้งแต่จุดทางเข้าร้าน ต้องทำความเข้าใจพนักงานคัดกรองผู้เข้าใช้บริการ ให้สวมใส่หน้ากากผ้า มีเฟซชิลด์ ใช้เสื้อคลุมขณะให้บริการ ให้จัดระยะห่างของพื้นที่ในร้าน คำนวณจากจุดวางเตียงสระผมกับจุดพื้นที่ให้บริการที่ลูกค้านั่งมีระยะห่าง ไม่ให้มีความแออัด ทำให้ทราบปริมาณ การรับลูกค้า เป็นแนวทางการเข้าระบบนัดคิว นอกจากนี้ให้ทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชนิด ทุกรอบการให้บริการลูกค้าแต่ละคน ตัดเก็บเศษผม ปิดปากถุงขยะมิดชิดและทิ้งให้เรียบร้อย เจ้าของผู้ประกอบการเข้าไปประเมินตนเองได้ที่ thaistopservice

หลังโควิดทำงานที่บ้านเพิ่ม 50%

นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขด้านเศรษฐกิจ หอการค้าหารือถึงการเปิดกิจการต่างๆ พิจารณาว่าเปิดแล้วต้องปลอดภัยมีมาตรการรองรับ เพราะหากเกิดการระบาดอีกรอบจะเสียหายมาก มีการสำรวจภาคเอกชนวิเคราะห์ความปลอดภัย และความเสี่ยงแล้ว อยากให้ผู้ประกอบการเข้าไปลงทะเบียนใน thai.care เพื่อประกาศตัวเป็นสถานประกอบการปลอดภัยตามมาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ลงทะเบียนจะได้คิวอาร์โคดไปติดหน้าร้าน ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถสแกนคิวอาร์โคดในแอปพลิเคชันไลน์ขอนัดหมายเข้าใช้บริการ หากตรวจพบสถานที่ใดมีการแพร่ระบาดของเชื้อสามารถตรวจสอบได้ ทางหอการค้าและภาคเอกชนมีความเห็นตรงกันว่า แม้เปิดเมืองและหมดสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม จะทำงานที่บ้านมากขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ประสิทธิภาพการทำงานสามารถทำได้มากขึ้นด้วย

ระวังนำเชื้อมาติดคนในบ้าน

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การปฏิบัติตัวหลังเริ่มผ่อนปรนมาตรการทางสังคมภาคบังคับ กลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ครอบครัวที่มีกลุ่มเสี่ยง ควรเข้าใจว่าสมาชิกในครอบครัวอาจเป็นผู้นำเชื้อจากนอกบ้านมาสู่กลุ่มเสี่ยงได้ ขอให้ออกนอกบ้านเท่าที่จำเป็น หลีกเลี่ยงเดินทางไม่จำเป็น คนออกจากบ้านต้องระวังนำความเสี่ยงมาสู่ผู้สูงอายุ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น

จัดระบบดีรักษาผู้ป่วยหายเยอะ

นพ.ธนรักษ์กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่ทำให้รักษาผู้ป่วยหายจำนวนมาก เพราะเราได้รับความร่วมมือจากคนไทย ทำให้มีผู้ป่วยค่อนข้างน้อย มีระบบการแพทย์สามารถรับมือและบริหารจัดการดูแลคนไข้ได้ ขณะที่คนไข้ที่เจอส่วนใหญ่อาการค่อนข้างน้อย ทำให้การวางแผนจัดการคนไข้สามารถตรวจจับได้เร็ว ไม่เหมือนต่างประเทศที่ให้ผู้มีอาการน้อยพักอยู่บ้าน อีกทั้งเรามียาต้านไวรัส ทำให้ลดผู้ป่วยอาการหนักได้เป็นอย่างดี

ไม่ใช่เวลาฉลองสู่ภาวะปกติ

นพ.ธนรักษ์กล่าวด้วยว่า โดยทั่วไปความเสี่ยง จากการเดินทางข้ามพื้นที่คือ การเดินทางจากพื้นที่มีความเสี่ยงสูงกว่าไปยังพื้นที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่นเดียวกับผู้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ หรือภูเก็ตไปยังพื้นที่อื่น สิ่งที่ควรทำคือ คนเดินทางจากพื้นที่มีความเสี่ยงต้องป้องกันตนเอง ใส่หน้ากากอนามัย สังเกตอาการของตัวเองสม่ำเสมอ และให้ติดตาม ประกาศแต่ละจังหวัด บางจังหวัดอาจต้องให้กักกันตนเอง ส่วนพฤติกรรมการรับประทานอาหารร่วมกัน ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยงเพื่อลดการแพร่ระบาด รวมถึงเพื่อยุติวงจรการแพร่ระบาดของโรค บางคนติดเชื้อไม่รู้ตัว หากประมาทจะนำไปติดผู้อื่นอีก นาทีนี้ไม่ใช่ การฉลองชัยชนะที่กลับสู่ภาวะปกติ แต่ทุกคนต้องระมัดระวังเต็มที่

คณะก้าวหน้าแจก 3 พัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะก้าวหน้าจัดคอนเสิร์ตระดมทุน “MAYDAY MAYDAY เราช่วยกัน” ผ่านไลฟ์และเพจคณะก้าวหน้าวันที่ 1-2 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 19.00 น. ระบุวัตถุประสงค์ เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ประชาชนได้รับ ผลกระทบจากการทำงาน ประกอบอาชีพ และการ ใช้ชีวิตปกติ ทั้งผู้ประกอบลางวันและกลางคืน คณะก้าวหน้าอยากร่วมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จัดคอนเสิร์ตระดมทุนจ้างศิลปินอิสระที่ไม่มีงานจ้างช่วงล็อกดาวน์มาเล่นคอนเสิร์ตผ่าน Facebook Live คณะก้าวหน้า รายชื่อวงดนตรีและศิลปินที่ร่วมแสดง อาทิ วง Pale ดิษฐ์ Smile Buffalo วง Tucxer& The DDxT วงมะจัง และ Brother Band นอกจากนี้ มีกิจกรรมร่วมประมูลภาพงานศิลปะกลุ่มก้าวหน้า และศิลปินอิสระ รายได้ทั้งหมดส่งต่อไปช่วยผู้ได้รับ ผลกระทบโควิดที่ประสงค์ขอรับคนละ 3,000 บาท มีทีมงานโอนเงินให้ทันที มีแกนนำคณะก้าวหน้าเป็นผู้ดำเนินรายการนำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช

เงินบริจาคไม่ใช่ของ “ธนาธร”

น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า คอนเสิร์ตระดมทุนคณะก้าวหน้าจะรับผิดชอบส่วนค่าจ้างศิลปินอิสระ ค่าใช้จ่ายการไลฟ์สด รวมถึงค่าเช่าสถานที่ ขณะที่ ยอดเงินจากการเปิดระดมทุนจากประชาชนทุกบาททุกสตางค์นำไปส่งมอบต่อให้ผู้ขอรับสิทธิช่วยเหลือที่ทำตามกติกา ไม่ใช่ว่าคณะก้าวหน้าหรือนายธนาธร แจกเงิน เราเป็นเพียงสื่อกลางระดมทุน ยอดบริจาคระดมทุนเท่าไรส่งมอบตามนั้น กิจกรรมวันแรกยอดเงินบริจาค 1,052,044 บาท เราส่งเงิน 3,000 บาทให้ผู้ขอรับสิทธิแล้ว 351 คน ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาคทุกท่านที่ช่วยกัน สมกับชื่อคอนเสิร์ตเราช่วยกัน สำหรับผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือ ถ้าจะขอบคุณต้องขอบคุณประชาชนทุกคนที่ช่วยระดมทุน การขอรับสิทธิของเราใช้ทางออนไลน์เท่านั้น ไม่มีการเดินทางไปรับที่ไหน สำหรับกรณีมีคนแอบอ้างระดมทุนเข้าบัญชีอื่น บัญชีรับบริจาคกิจกรรมนี้มีเพียงบัญชีเดียว ชื่อบัญชี น.ส.พรรณิการ์ วานิช เลขที่บัญชี 409-450005-8 ธนาคารไทยพาณิชย์ ขอให้ระมัดระวัง

ผู้ค้าจตุจักรยังไม่พร้อม

ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม. 2 (ดินแดง) ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงหลังประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครว่า เรื่องการเปิดตลาดนัดจตุจักรวันที่ 3 พ.ค. เบื้องต้นจากการหารือกับผู้อำนวยการสำนักงานตลาด ตามมาตรการผ่อนปรนตลาดสามารถเปิดทำการได้ ยืนยันว่าจะเปิด แต่ต้องดูผู้ค้าว่าพร้อมวันไหน โดยรวมผู้ค้ายังไม่พร้อมเปิดวันที่ 3 พ.ค. สำนักงานตลาดจะพูดคุยกับผู้ค้าก่อนว่า ผู้ใดที่พร้อมกลับมาขายโซนไหนบ้าง และขายวันที่เท่าไหร่ คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จะสามารถเปิดได้

ปล่อยเฟกนิวส์ “โป้” แจกเงิน

เช้าวันเดียวกัน มีรายงานจากบริเวณหน้าวัดดอนเมือง ถนนสรงประภา แขวงและเขตดอนเมือง มีประชาชนต่อแถวรอรับของแจกจำนวนมาก สืบเนื่อง จากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mook sirinya โพสต์ข้อความว่า วันที่ 2 พ.ค. ถนนหน้าวัดดอนเมือง ถนนทรงประภา เวลา 07.00 น. รับบัตรคิว 500 ชุด เสี่ยโป้แจกถุงยังชีพ พร้อมเงิน 500 บาท (ขอให้ทุกๆคนใส่แมสก์ปิดจมูก ไม่มีการทะเลาะกัน แย่งคิว ใครทำเจ้าหน้าที่เชิญออก ทุกกรณี) หลังข่าวดังกล่าวแพร่ออกไปประชาชนเริ่มทยอยมานอนรอรับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 04.00 น. ตำรวจ สน.ดอนเมือง ทหาร สำนักงานเขตดอนเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลจัดระเบียบ ต่อมาเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแยกย้ายกันกลับ เนื่องจากไม่มีการแจกสิ่งของใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ประชาชนต่างงงไปตามๆกัน ก่อนจะแยกย้าย กันกลับ นายไพฑูรย์ งามมุข ผู้ช่วย ผอ.เขตดอนเมือง กล่าวว่า กรณีนี้เชื่อเป็นข่าวลวง ผู้โพสต์ลบข้อความไปแล้ว และจะให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้าแจ้งความดำเนิน คดีกับเจ้าของเฟซบุ๊ก Mook sirinya ต่อพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

13 พม่าแหกรถคุมผู้ต้องหา

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยกรณี ผู้ต้องกักชาวเมียนมา รับโทษคดีหลบหนีเข้าเมืองแล้ว อยู่ระหว่างผลักดันส่งกลับหลบหนี ขณะถูกคุมตัวบนรถยนต์ควบคุมผู้ต้องขังว่า เมื่อเช้าวันที่ 1 พ.ค. เจ้าหน้าที่ ตม.จังหวัดตาก คุมตัวผู้ต้องกักจากเรือนจำแม่สอด 51 คน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา 3 คัน ไปยัง สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 เมื่อถึงทางตม.เมียวดี แต่ได้รับแจ้งว่า วันนี้ไม่อนุญาตให้ผลักดัน ส่งกลับ ขอให้รอการแจ้งผลอีกครั้ง จึงนำตัวผู้ต้องกัก ทั้งหมดกลับไปควบคุมยัง ตม.จ.ตาก ระหว่างทางบริเวณสามแยกไฟแดงบ้านท่าอาจ ผู้ต้องกักทุบกุญแจ ล็อกประตูลูกกรงหลังรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ ตม. และเจ้าหน้าที่ทหารช่วยตามกลับมาได้ส่วนใหญ่ แต่หลบหนีไปได้ 13 คน อยู่ระหว่างติดตามตัว เบื้องต้น พ.ต.อ.สังคม ตัดโส ผกก.ตม.จ.ตาก มีคำสั่งตั้งกรรมการ สอบข้อเท็จจริงตำรวจ ตม.ที่ควบคุมผู้ต้องหา และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ประสานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ตามผู้ต้องหามาดำเนินคดี

จับตุนอุปกรณ์การแพทย์

นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีดีเอสไอ รักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ เผยว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค. พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ตำรวจ อย.และเจ้าหน้าที่เขตทวีวัฒนา เข้าตรวจค้นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่ 133 หมู่ 2 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กทม. ชั้นล่างพบสินค้าควบคุมในการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 หลายรายการ ได้แก่ หน้ากากอนามัย (แบบธรรมดา) 28,250 ชิ้น เจลแอลกอฮอล์หลายขนาด และหลายยี่ห้อจำนวนมาก แผ่นกรองหน้ากากอนามัย 8,200 ห่อ และชุดป้องกันไวรัสพีพีอี 1,800 ชุด รวมมูลค่าประมาณ 5,000,000 บาท มีนายต้น อบปิ่น รับเป็นผู้ครอบครอง ส่ง สน.ธรรมศาลา ดำเนินคดี ฐานนำเข้าโดยไม่จดแจ้ง ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ไม่แสดงฉลากภาษาไทย และแสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน ถูกต้องตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 และฐานนำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการ ตาม พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542” นพ.ไตรยฤทธิ์กล่าว

เดินทางข้ามจังหวัดต่อเนื่อง

ที่ถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางของประชาชนช่วงวันหยุดยาว การจราจรยังคงหนาแน่นประชาชนส่วนใหญ่ทยอยกลับภูมิลำเนาตามจังหวัดต่างๆ แต่เบาบางกว่าเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตั้งจุดคัดกรองวัดไข้ จัดทำประวัติผู้เดินทาง บริเวณถนนหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี สอบถามส่วนใหญ่เดินทางต้องการกลับภูมิลำเนา บางส่วนเดินทางมาจากภาคตะวัน– ออกเฉียงเหนือ นำสัมภาระไปส่งให้ญาติที่ทำงานอยู่ภาคตะวันออก ไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้

คัดกลุ่มเสี่ยง–เช็กไทม์ไลน์

ที่สนามบินอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันควบคุมโรคเขต 10 อุบลราชธานี ร่วมกันตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้โดยสารอย่างเข้มงวด ตรวจสอบประวัติ หลังประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงวันหยุดยาวจำนวนมาก พร้อมนำเข้าสู่มาตรการกักตัว 14 วัน เช่นเดียวกับสนามบินนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม นพ.จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม นำเจ้าหน้าที่ตั้งจุดคัดกรองวัดไข้ ตรวจสอบประวัติ เช็กไทม์ไลน์ผู้โดยสารขาเข้าเดินทางมาจากสนามบินดอนเมือง ป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หากพบบุคคลใดเข้าข่ายอยู่กลุ่มความเสี่ยงสูง หรือยังไม่ผ่านการคัดกรอง จะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วัน

ภูเก็ตส่ง ปชช.กลับบ้านเกิด

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.ภูเก็ต เผยว่า เร่งหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการกลับภูมิลำเนา เนื่องจากไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ ทำหนังสือหารือไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ล่าสุดปลัดกระทรวงมหาดไทยส่งหนังสือที่ มท 0230/6963 ลงวันที่ 1 พ.ค. ระบุว่า จะพิจารณาให้บุคคลที่ได้รับผลกระทบเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เป็นการเฉพาะกลุ่ม เฉพาะราย ให้ จ.ภูเก็ต ดำเนินการดังนี้ แจ้งรายชื่อผู้เดินทางให้จังหวัดปลายทางทราบ ให้จังหวัดออกเอกสารรับรองการผ่านการคัดกรอง หรือผ่านการกักกันตัว 14 วัน ให้มีหนังสือแจ้งรายชื่อผู้เดินทางให้จังหวัดต่างๆทราบ ตรวจสอบรายชื่อออกจากจังหวัดให้ถูกต้อง ณ วันที่เดินทาง ขอให้ประชาชนที่จะกลับภูมิลำเนาลงทะเบียนออนไลน์รับหนังสือรับรองผ่านการคัดกรอง และจัดระเบียบการเดินทางที่ www.phuket.go.th/FIT-to-Travel  หลังจากได้รับหนังสือรับรองการเดินทางข้ามแล้วให้รอการอนุมัติการเดินทางออกนอกเขตประกอบการเดินทาง

โวยไม่แจ้งล่วงหน้า

ที่ด่านท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ประชาชนมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดกว่า 1 พันคน ยืนรอเข้าแถวรอรับเอกสารการอนุญาตการเดินทาง กระทั่งเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีข้อกำหนด 4 ข้อ จากปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยหนึ่งในนั้นคือจะต้องผ่านกระบวนการกักตัว 14 วัน เพื่อนำไปแสดงระหว่างเดินทาง ทำให้ประชาชนมายืนรอแสดงอาการไม่พอใจตะโกนต่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้ชัดเจน บางคนถึงกับน้ำตาซึมเพราะตกงานไม่มีเงิน คืนบ้านเช่าไปแล้วทำให้ไม่มีที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่เร่งทำความเข้าใจและขอให้ทุกคนใจเย็น รวมถึงให้กรอกเอกสารขออนุญาตเพิ่มเติม ก่อนนำเอกสารไปยื่นให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเพื่ออนุญาตเดินทางต่อไป

กระบี่ออกมาตรการรองรับ

พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ เผยว่า หารือร่วมกับคณะกรรมการระดับจังหวัด เรื่องการรองรับประชาชนเดินทางจาก จ.ภูเก็ต มีข้อสรุปให้สามารถผ่านด่านตรวจคัดกรอง จ.กระบี่ เพื่อใช้เส้นทางผ่านไปยังจังหวัดอื่นได้ หลังจากห้ามประชาชนที่ไม่มีหนังสือรับรองการตรวจโควิด-19 เข้าพื้นที่ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแจ้งขออนุญาตเดินทาง ส่วนผู้มีภูมิลำเนา จ.กระบี่ ต้องผ่านการตรวจหาเชื้อที่ รพ.สต. ต้องกักตัวรอผลตรวจเชื้อ 24 ชม. จากนั้นเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วัน ขณะนี้แจ้งนโยบายรวมถึงแนวทางปฏิบัติไปยัง จ.ภูเก็ต ทราบแล้ว คาดว่าจะมีผู้ทยอยเดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต อีกครั้งวันที่ 3 พ.ค.นี้

เมืองคอนคัดกรองเข้ม

นายสมพงษ์ มากมณี รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เผยว่า มีประชาชน 5,246 คน ทำงานอยู่ใน จ.ภูเก็ต ลงทะเบียนกลับภูมิลำเนา จังหวัดยินดีต้อนรับกลับเพราะถือเป็นลูกหลาน พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมดำเนินการตามมาตรการคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาด รวมถึงขอให้ผู้เดินทางปฏิบัติตามมาตรการ ประกาศ และคำสั่งต่างๆอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการกักตัว 14 วัน ด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี เผยว่า ตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองท่าเทียบเรือโดยสาร ท่าเทียบเรือบ้านหน้าทอน ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย เฝ้าระวังประชาชนเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ทราบว่าขณะนี้มีผู้เดินทางจาก จ.ภูเก็ต 35 คน เจ้าหน้าที่ซักประวัติอย่างละเอียด พร้อมขอความร่วมมือให้กักตัวเองอยู่บ้าน 14 วัน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม.คอยตรวจวัดไข้เฝ้าสังเกตอาการที่บ้านทุกวัน

นั่งกินโต๊ะละคนไม่คุ้มทุน

นายสุทัศน์ จันทรโคตร อายุ 42 ปี เจ้าของร้านเอสบาร์บีคิว ปิ้งย่างบุฟเฟต์ ถนนธรรมเจดีย์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี เผยว่า ร้านถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกับร้านหมูกระทะ เนื้อย่าง ชาบู มีโต๊ะให้บริการทั้งหมด 80 โต๊ะ มีพนักงาน 50 คน หลังจากเจอพิษโควิด-19 ร้านปิดให้บริการแบบนั่งโต๊ะ แต่ให้บริการเตรียมอาหารสั่งกลับบ้าน ทำให้ลูกค้าหายไป 70-80 เปอร์เซ็นต์ ต้องปรับลดพนักงาน ขณะนี้ภาครัฐออกมาตรการผ่อนปรนเปิดร้านได้ แต่ให้นั่งรับประทานโต๊ะละ 1 คน ทางร้านคงจะเปิดไม่ได้ เพราะไม่คุ้มทุน หัวใจหลักของบุฟเฟต์คือ กลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อนฝูง ลูกค้ามาใช้บริการโต๊ะละ 4-5 คน ถ้าให้มานั่งรับประทานคนเดียว ลูกค้าคงไม่มาใช้บริการ

ปากน้ำเริ่มปลดล็อกโควิด

นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.สมุทรปราการ ออกประกาศเรื่องมาตรการผ่อนคลายข้อกำหนด สำหรับสถานที่ สถานประกอบการ หรือกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. ประกอบด้วย 1.ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผมสุภาพบุรุษและสตรี ให้เปิดได้เฉพาะกิจกรรมสระ ตัด ซอยผม แต่งผม ต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน 2.กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย หรือการดูแลสุขภาพ 3.โรงพยาบาล คลินิก สถานทันตกรรม หรือสถานพยาบาลทุกประเภท 4.สนามกอล์ฟ หรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟให้เปิดได้แต่ต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกัน หรือเป็นการแข่งขัน 5.สนามกีฬาเฉพาะกีฬาประเภทกลางแจ้งและตามกติกาสากล ผู้เล่นต้องมีระยะห่างทางสังคมและไม่คลุกคลีกัน เช่น เทนนิส ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู และต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุม 6.สวนสาธารณะ ลานพื้นที่กิจกรรมสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา ลานกีฬาให้เปิดได้เฉพาะพื้นที่โล่งแจ้งเพื่อการเดิน วิ่ง ขี่หรือปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นส่วนบุคคลโดยไม่มีผู้มาชมมาชุมนุมกันหรือการแข่งขันการละเล่น การแสดง 7.สถานที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์ สปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยง หรือรับฝากสัตว์ และจัดให้มีมาตรการป้องกันโรคตามกำหนด สำหรับร้านอาหารหรือเครื่องดื่มจำหน่ายสุรา ห้ามบริโภคสุราในร้าน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1COVID-19เดินทางข้ามจังหวัดกักตัว 14 วันห้างสรรพสินค้าข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 15:10 น.