ข่าว
100 year

ผวาโควิด-19 กระจาย คนทะลักแห่กลับบ้านเกิด (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 พ.ค. 2563 05:20 น.
SHARE

ออกจากภูเก็ตวุ่น สุราษฎร์กัก 14 วัน ‘โคราช’ ก็เอาด้วย 3 พ.ค.ขายสุราได้

ประชาชนทะลักแห่เดินทางแน่นถนนสายหลัก สายอีสานรถเพิ่มเกือบ เท่าตัว ติดวินาศสันตะโร ส่วนสนามบิน ดอนเมืองเปิดวันแรก ผู้โดยสารแน่นรับ 92 ไฟลท์บิน ผู้โดยสารป้องกันตัวเต็มที่ ทั้งหน้ากากอนามัยเฟซชิลด์ และชุดพีพีอี “ศักดิ์สยาม” สั่งหัวหน้าส่วนราชการ ตรวจสอบจำนวนประชาชนที่เดินทางแล้ว ศบค.เตือนให้ปฏิบัติตัวเหมือนเดิม ถ้ากลับต่างจังหวัดถึงแล้วให้เก็บตัวอยู่บ้าน นั่งรถส่วนตัวหลายคนต้องใส่หน้ากากด้วย ส่วน 6 กิจกรรมที่รับการผ่อนปรนลอตแรก ต้องรอมาตรฐานกลางจาก ศบค.ก่อน ขณะที่ราชกิจจานุเบกษาฉบับที่ 5 และ 6 คลอดมาตรการผ่อนปรนลอตแรกแล้ว คอทองแดงเฮ วันที่ 3 พ.ค.ขายเหล้าได้ “นพ.ทวีศิลป์” เห็นใจคนฆ่าตัวตายและครอบครัว ส่งเจ้าหน้าที่ดูแลสภาพจิตใจ คณะกรรมการเยียวยาปลัด 10 กระทรวง กลุ่มเปราะบาง กลุ่มคนที่ตกหล่น กลุ่มเครือข่ายทางวัฒนธรรมและบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬา คนแก่-ลิเก-ลำตัด อยู่ในข่าย พร้อมดูแลกลุ่มเข้าไม่ถึงออนไลน์ด้วย “หม่อมเต่า” รับจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตน 1.1 ล้านคนช้าจริง เหตุเพราะระบบคอมพิวเตอร์ และปัญหาเจ้าของกิจการไม่ยอมกรอกข้อมูลรับรอง ภูเก็ตผ่อนผันเปิดด่านวันแรก ประชาชนแห่ลงทะเบียนเดินทางกลับภูมิลำเนากว่า 4 หมื่นคน ทำด่านตรวจโกลาหล การจราจรติดขัดยาวหลาย กม. จังหวัดใกล้เคียงเดือดร้อนด้วย ตามคนเดินทางเข้าจังหวัดกักตัว 14 วัน

กรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ทำท่าจะไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและติดเชื้อของประชาชนได้ ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ถึง 30 เม.ย. สั่งปิดสถานที่หลายประเภทที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน นอกจากนี้ยังส่งผลให้บริษัทเอกชนจำนวนมากปิดบริษัทป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้าย สร้างผลกระทบประชาชนจำนวนมาก เป็นที่มาของมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยการให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com  เพื่อรับเงินเยียวยาหลายสาขาอาชีพ ต่อมารัฐบาลประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยกระดับการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประกาศ เคอร์ฟิวทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ศบค.ห่วงคนทะลักเดินทาง

ความคืบหน้าจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 พ.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.กล่าวว่า สำหรับสถิติการเดินทางของประชาชน ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล ขนส่งสาธารณะ และขนส่งสาธารณะทางราง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งหมด วันที่ 16 เม.ย.ตัวเลขประชาชนเดินทาง 800,867 คน วันที่ 23 เม.ย. 848,028 คน และวันที่ 30 เม.ย. 962,398 คน เข้าใจว่าทุกคนคงสบายใจจึงผ่อนคลายตัวเอง ออกนอกบ้านมากขึ้น แต่ขอให้จดจำไว้ว่า การออกนอกบ้านมีความเสี่ยง เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่เป็นศูนย์ เราเชื่อว่า ยังมีคนที่เป็นพาหะของโรคอยู่ในสังคม ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยให้เหมือนเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย

เตือนคงมาตรการกักตัวอยู่บ้าน

“ส่วนที่ปรากฏภาพในโลกออนไลน์และสื่อมวลชนว่า การจราจรหนาแน่น มีการเดินทางไปต่างจังหวัดจำนวนมากช่วงวันหยุดยาว ถือว่าน่ากังวลใจ เพราะข้อสำคัญของการป้องกันคือ การจำกัดการเคลื่อนย้ายคน เพราะคนเป็นแหล่งรังโรคและติดโรค ทุกประเทศทั่วโลกใช้มาตรการจำกัดเคลื่อนย้ายประชากร แม้ตอนนี้เราอยู่ในช่วงผ่อนปรน แต่การเดินทางต้องไม่มากกว่าเดิม ไม่จำเป็นไม่ควรเดินทาง ขอให้ลดการเดินทาง หรือเมื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาไปแล้วขอให้อยู่แต่บ้าน ไม่ต้องไปพบปะสังสรรค์กับใคร ปรับตัวให้เข้ากับมาตรการของจังหวัดนั้นๆ อย่าไปทำให้เกิดความเสี่ยง ถ้า 14 วันนี้ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ยังต่ำ เราจะมีพื้นที่เปิดขยายไปได้มากกว่านี้ รวมถึงห้างสรรพสินค้า ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือด้วย” โฆษก ศบค.กล่าว

นั่งรถส่วนตัวต้องสวมหน้ากาก

เมื่อถามว่า หากโดยสารเครื่องบินภายในประเทศจะต้องกักตัว 14 วันหรือไม่ และต้องมีใบรับรองแพทย์หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่าโดยหลักการต้องดูประกาศของจังหวัดที่เดินทางไปเป็นพื้นฐานก่อน ส่วนใบรับรองแพทย์เป็นหลักการเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ในประเทศยังไม่เห็นข้อกำหนดดังกล่าว ส่วนที่มีคำถามว่า รถยนต์ส่วนบุคคลต้องจำกัดปริมาณบุคคลในรถหรือไม่ ยังไม่เห็นถึงรายละเอียดที่กำหนดลงไปถึงรถยนต์ส่วนบุคคล แต่หลักการขอให้ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันไว้ตลอด

6 กิจกรรมรอมาตรการ ศบค.

เมื่อถามว่า มาตรฐานกลางที่จะออกมารองรับ 6 กิจกรรม กิจการที่ผ่อนปรนมีผลวันที่ 3 พ.ค.จะออกมาเมื่อไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำ จะประกาศออกมาเร็วๆนี้ คาดว่า วันที่ 1 พ.ค.หรือ 2 พ.ค. คงได้เห็นมาตรฐานกลางแต่ละเรื่อง โดยหลักการกว้างๆของ ศบค.หากท่านอยู่ 1 ใน 6 กิจกรรม กิจการที่ได้รับการผ่อนปรน ต้องคำนึงถึง 3 ข้อ คือ 1.กิจกรรมต้องอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง หรือพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ 2.ความหนาแน่นของผู้ใช้บริการต่อหน่วยพื้นที่ ต้องกำหนดให้มีระยะห่างขั้นต่ำ 1 เมตร และ 3.ลักษณะกิจกรรมต้องไม่มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก เช่น ร้านตัดผมต้องใช้เวลาไม่นาน นอกจากนี้ต้องคำนึงอีก 3 ส่วนควบคู่กันไปคือ 1.ผู้ให้บริการต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ติดโรค 2.ผู้มาใช้บริการต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ไปรับเชื้อจากผู้ให้บริการ และ 3.เจ้าหน้าที่รัฐผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและกำกับดูแลจะอนุโลมหรือเข้มข้นอย่างไร ส่วนช่วงวันที่ 1-2 พ.ค.ให้ยึดข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งเดิมที่ออกมาก่อนหน้านี้ต่อไป จนกว่าจะมีประกาศหรือคำสั่งใหม่ออกมา

ส่ง จนท.เก็บข้อมูลฆ่าตัวตาย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ฐานะจิตแพทย์ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ตนมองว่า การฆ่าตัวตายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในวิชาชีพ เรื่องการป้องกันเป็นหน้าที่ของจิตแพทย์ที่จะหาทางช่วยเหลือ ตนอยู่กับเรื่องนี้มานาน เข้าใจความรู้สึกของผู้สูญเสีย อยากให้ทุกคนเห็นใจคนเหล่านี้ เพราะเขามีความบีบคั้น อย่าไปว่าเขาเรียกร้องความสนใจ แต่เขากำลังร้องขอความช่วยเหลือเราอยู่ ฐานะโฆษก ศบค.จะรับฟังทุกเรื่อง นำไปสู่การแก้ไข ช่วยเหลือ และเยียวยา จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยคนที่มีความทุกข์ด้านนี้ให้เข้าสู่กระบวนการเยียวยา เราจะมีทีมทางด้านนี้ทุกจังหวัดเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อเก็บข้อมูลเพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือเยียวยา

ถ้าสัญญาณบวกผ่อนปรนเพิ่ม

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังเข้าสู่เดือน พ.ค.ว่า ศบค.จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลางให้ผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าราชการจังหวัดไปกำหนดรายละเอียด ออกเป็นคู่มือการปฏิบัติของแต่ละพื้นที่ สิ่งสำคัญการออกมาตรการปฏิบัติรายจังหวัด สามารถเข้มข้นกว่ามาตรฐานกลางได้ แต่เข้มข้นน้อยไม่ได้ ต้องยึดปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ส่วนปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจขอให้เป็นเรื่องถัดมา นายกฯเน้นย้ำการควบคุมต้อง 3 ระดับคือ 1.ศบค.กำหนดด้วยมาตรฐานกลาง 2.ประเมินโดยการสุ่มตรวจ และ 3.พื้นที่ต้องสอดประสานกันจะได้ไม่เกิดความผิดพลาด พร้อมเน้นย้ำขณะนี้ถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการระดับหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนปรับตัว แต่ต้องเป็นการค่อยๆผ่อนปรน หากปลดล็อกทันทีอาจทำให้เกิดการระบาดกลับมาอีก เชื่อว่าหากสถานการณ์ดีขึ้น จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่เพิ่มขึ้นถึงกลางเดือน พ.ค.จะเป็นสัญญาณบวก ส่งผลให้เกิดการผ่อนปรนมากขึ้น

เยียวยาเพิ่มกลุ่มเปราะบาง

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือคณะกรรมการเยียวยาปลัด 10 กระทรวงว่า ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือเพิ่มเติมผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ในกลุ่มเปราะบาง กลุ่มคนที่ตกหล่น กลุ่มเครือข่ายทางวัฒนธรรมและบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬา ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องกลับไปทำตัวเลขมานำเสนอก่อนกลางเดือน พ.ค. ทั้งนี้ในกลุ่มเปราะบาง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอแนวทางช่วยเหลือ 13 ล้านคน วงเงิน 39,000 ล้านบาท ทั้งเด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ คนพิการและคนไร้บ้าน ส่วนกลุ่มเก็บตกที่จะไม่ได้รับการช่วยเหลือคือ กลุ่มข้าราชการบำนาญได้รับเงินจากรัฐ ขายของออนไลน์ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงกลุ่มผู้ที่ไม่ประกอบอาชีพและนักศึกษาจบใหม่ เพราะขณะนี้มีตำแหน่งรองรับกว่า 1 แสนตำแหน่ง อยากให้ไปทำงานมากกว่า

คนแก่–ลิเก–ลำตัดอยู่ในข่าย

“ในกลุ่มเปราะบาง ก่อนหน้านี้ ครม.เพิ่มเงินให้คนพิการ 2 ล้านคน เป็น 1,000 บาทจากเดิม 800 บาทต่อเดือน ส่วนกลุ่มอื่นเตรียมอนุมัติช่วยเหลือเพิ่มเติม อาทิ ผู้สูงอายุอาจได้เพิ่มจากเดือนละ 600 บาท เป็น 800 บาท ส่วนคนไร้บ้าน พม.จะช่วยหาที่อยู่ให้ ส่วนเด็กเล็กแม่ลำบากไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก กลุ่มนี้จะไม่ได้ถึงเดือนละ 5,000 บาทเท่ากับอาชีพอิสระและเกษตรกร เนื่องจากไม่ใช่ผู้ที่สูญเสียรายได้เหมือนอาชีพอิสระ สำหรับกลุ่มตกหล่นเครือข่ายทางวัฒนธรรม เช่น ลิเก ลำตัด กระทรวงวัฒนธรรมจะไปรวบรวมมา รวมถึงบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬา เช่น นักกีฬา นักมวย ใน 2 กลุ่มนี้อาจช่วยเหลือเท่ากับอาชีพอิสระเดือนละ 5,000 บาท 3 เดือน ต้องดูว่าได้รับการช่วยเหลือจากการลงทะเบียนหรือยัง ถ้ายังกระทรวงการคลังพร้อมจ่ายเพิ่มให้” นายประสงค์กล่าว

ดูแลกลุ่มเข้าไม่ถึงออนไลน์

มีข่าวรายงานว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอต่อที่ประชุมว่า จะให้เยียวยาเงินช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทางสังคมคนละ 1,000 บาท 13 ล้านคน เป็นระยะเวลา 3 เดือน รวมเป็นเงิน 39,000 ล้านบาท เม็ดเงินดังกล่าวนำมาจาก พ.ร.ก.กู้เงินของรัฐบาล แต่ที่ประชุมเห็นว่า ยังมีกลุ่มที่ยังตกหล่นอีก อาทิกลุ่มชายขอบ กลุ่มที่เข้าไม่ถึงระบบอินเตอร์เน็ต ดังนั้นมอบหมายให้ พม.กลับไปพิจารณานำมาเสนอที่ประชุมครั้งหน้า

แฉมีคนจ้างจัดฉากดราม่า

นายประสงค์ยังกล่าวถึงกรณีเกิดเรื่องดราม่าเงินเยียวยา 5 พันบาทที่หน้ากระทรวงการคลัง ทั้งกรณีนอนขวางและปีนรั้วกระทรวงการคลังว่า บางคนถูกจ้างมา อย่างกรณีป้ามาร้องไห้หน้ากระทรวงก็ได้เงินค่าจ้างไปจำนวนหนึ่ง เช่นเดียวกับแท็กซี่ที่ปีนรั้วก็ได้รับเงินเยียวยาอยู่แล้ว บางคนจำหน้าได้ว่า เป็น คนพรรคการเมืองอะไร หรือเคยเป็นการ์ดของเสื้อสีอะไร มาทำให้เกิดดราม่าหน้ากระทรวงการคลังเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ขอร้องผู้สื่อข่าวอย่าให้ตกเป็นเครื่องมือกลุ่มคนเหล่านี้ ส่วนผู้ที่มาร้องสิทธิ์ หากเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริง กระทวงการคลังยินดีจ่ายเงินเยียวยาให้

รับเรื่องร้องเรียนอีกที 5 พ.ค.

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.คลัง เผยว่า สำหรับการตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับมาตรการเงินเยียวยา 5 พันบาทวันที่สอง นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง สั่งการให้นำเจ้าหน้าที่มาช่วยรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนที่เดินทางมากระทรวงการคลังเพิ่มขึ้นประมาณ 70 คน ผู้ที่เดินทางมาร้องเรียนเรื่องเงินเยียวยา หากเป็นกลุ่มที่ลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com  และมีปัญหา เจ้าหน้าที่จะช่วยดูในระบบออนไลน์เบื้องต้นว่า ปัญหาเกิดจากอะไร ได้รับเงินหรือไม่ เพราะมีประชาชนบางรายได้เงินแล้วแต่ไม่ทราบ วันที่ 4 พ.ค. กระทรวงการคลังปิดทำการเพราะเป็นวันหยุดราชการ หลังจากนั้นเปิดรับเรื่องร้องเรียนใหม่วันที่ 5 พ.ค. การเปิดรับใช้เวลาราชการเท่านั้น ผู้ที่ผ่านเกณฑ์เยียวยา 5 พันบาทจ่ายเงินให้ครบทุกคนภายในวันที่ 8 พ.ค. หลังจากนั้นมาดูว่าควรจะเปิดรับร้องเรียนต่อหรือไม่

ขอคืนเงินกองทุนชราภาพ

ที่อาคาร 15 ชั้น กระทรวงแรงงาน กลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม 19 คน นำโดย น.สพ.บูรณ์ อารยพล แต่งตัวในชุดนุ่งโสร่ง ถอดเสื้อ สวมหมวก สะพายเป้ นั่งชูป้ายประท้วง เรียกร้องให้ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน มารับหนังสือ คืนเงินกองทุนชราภาพที่ผู้ประกันตนจ่ายสะสมไว้กับ สำนักงานประกันสังคม เนื่องจากการระบาดของไวรัส โควิด-19 ทำให้ขาดรายได้ไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วย รมว.แรงงาน มาเจรจา ขอให้ขึ้นไปพูดคุยกับ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ เลขานุการ รมว.แรงงาน เพื่อรับฟังปัญหา เห็นว่าการนำเงินชราภาพมาใช้บางส่วนอาจทำได้ รับปากว่านำข้อเสนอเข้าประชุมบอร์ดประกันสังคม ส่วนการขอเลือกรับเงินชราภาพบำเหน็จหรือบำนาญ ยังต้องปฏิบัติตามองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ที่ต้องการให้มีเงินใช้ตอนชรา

“หม่อมเต่า” รับตรวจสอบช้า

ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้มีปัญหาการจ่ายเงินเยียวยา ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่กระทบจากโควิด-19 จำนวน 2 เรื่อง คือ ระบบคอมพิวเตอร์สำนักงานประกันสังคม มีระบบ การตรวจสอบที่ซับซ้อน ต้องใช้เวลาตรวจสอบสิทธิผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงาน ประกันสังคมต้องไปดำเนินการจัดทำระบบให้เร็วขึ้น ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิกว่า 1.1 ล้านคน จ่ายไปแล้วกว่า 2 แสนคน วันที่ 4 พ.ค. จะจ่ายอีก 3 แสนคน รวมเป็น 5 แสนคน ส่วนที่เหลือยังมีปัญหา นายจ้างไม่กรอกข้อมูลรับรอง ตั้งคณะทำงานติดตามนายจ้างแล้ว เริ่มจากรายที่มีลูกจ้างจำนวนมากก่อน คาดว่าปัญหาจะจบภายใน 1 สัปดาห์ รับรองว่าเงิน ที่มีอยู่รองรับได้สบาย ไม่มีปัญหา ขณะนี้สถานประกอบ– การบางส่วนเริ่มเปิดกิจการ หากคนกลับไปทำงานเร็วขึ้น การจ่ายเงินว่างงานจะลดลง

ถนนมิตรภาพจราจรติดขัด

ขณะเดียวกัน ประชาชนทยอยเดินทางกลับต่างจังหวัดช่วงวันหยุดยาว ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจราจรบนถนนมิตรภาพ ช่วง กม.35-39 ตั้งแต่หน้าองค์การส่งเสริมกิจการโคนมมวกเหล็ก จ.สระบุรี ถึงทางขึ้นเนินกลางดง ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา การจราจรหนาแน่นรถเคลื่อนตัวได้ช้า บางช่วงใช้ ความเร็วได้ 60-80 กม./ชม. เช่นเดียวกับถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัด ตั้งแต่ตั้งแต่ช่วงเช้า สอบถามประชาชนส่วนใหญ่ ระบุว่า อาศัยช่วงวันหยุดยาวเดินทางกลับภูมิลำเนาเพราะช่วงสงกรานต์ไม่ได้เดินทางกลับไปพบครอบครัว ขณะนี้รัฐบาลมีการผ่อนปรนให้เดินทางข้ามจังหวัดได้ นำรถยนต์ส่วนตัวเป็นยานพาหนะในการเดินทางเป็นจำนวนมาก

สายอีสานรถเพิ่มเกือบเท่าตัว

นายสืบพงษ์ ไพศาลวัฒนา ผอ.สำนักงานความ ปลอดภัย กรมทางหลวง เผยว่า ภาพรวมการเดินทางขณะนี้ หากเทียบกับช่วงเคอร์ฟิว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สายอีสานมีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากที่สุดประมาณ 80-100 เปอร์เซ็นต์ ถนนมิตรภาพจากเดิมมีปริมาณการจราจรก่อนหน้านี้ประมาณ 15,000 คัน ขณะนี้อยู่ที่ 27,208 คัน และถนนสาย 304 เดิมอยู่ที่ 3,000 คัน เพิ่มเป็น 6,000-7,000 คัน ส่วนสายเหนือ ถนนเอเชีย เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 20,000 คัน เป็น 25,000 คัน ขณะที่สายใต้มีปริมาณไม่แตกต่างจากเดิมมากนักอยู่ที่ 20,000 คันเท่าเดิม ส่วนปัญหาการจราจรติดขัด เกิดจากปัญหาการจราจรสะสมตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากประชาชนไม่สามารถเดินทางในช่วงกลางคืนได้ ทำให้ต้องเดินทางตั้งแต่เช้ามืดแทน ประกอบกับเป็นวันแรงงาน ทำให้มีปริมาณการจราจร เพิ่มขึ้นมาก

ไลอ้อนแอร์–แอร์เอเชียบินแล้ว

เรืออากาศโท สัมพันธ์ ขุทรานนท์ ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของสายการบินเปิดทำการบินเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. หลังมีสายการบินบางแห่งหยุดทำการไปว่า ที่ผ่านมาท่าอากาศยานดอนเมืองมีเพียงสายการบินนกแอร์ทำการบินในเส้นทางในประเทศ ประมาณ 10 เที่ยวบิน (ไป-กลับ) หรือ 20 ไฟลท์ต่อวัน มีผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยต่อวันที่ 1,000 คน หลังจากสายการบินไทยแอร์เอเชียและสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ได้กลับมาเปิดการบินภายในประเทศอีกครั้ง เมื่อรวมเที่ยวบินทั้ง 3 สายการบิน ทำให้ท่าอากาศยานดอนเมืองมี 46 เที่ยวบิน (ไป-กลับ) หรือ 92 ไฟลท์ต่อวัน คาดผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 3-4 พันคน ส่วนการเตรียมความพร้อมของสถานที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานดอนเมืองติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเพิ่มเติม รวมถึงเน้นใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ตั้งแต่การรอเช็กอินตั๋วโดยสาร จนถึงการรอขึ้นเครื่องที่ประตูทางออกของสายบินอย่างเคร่งครัด

แห่เดินทางแน่นดอนเมือง

ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทันทีที่สายการบินไทยแอร์เอเชียและสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ กลับมาเปิดให้บริการเส้นทางในประเทศ หลังหยุดยาวจากผลกระทบการระบาดโรคโควิด-19 ไปนานเกือบ 1 เดือน ขณะที่สายการบินนกแอร์เป็นสายการบินเดียวที่ให้บริการต่อเนื่อง ได้เพิ่มเที่ยวบินให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสาร ส่งผลให้ ตลอดทั้งวันมีผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากทยอยเดินทางมาใช้บริการ ขณะที่ทางการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย วางมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 เข้มข้น กำหนดให้ผู้มาใช้บริการที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยจะถูกห้ามเข้าอาคารผู้โดยสาร รวมทั้งห้ามซื้อตั๋วและขึ้นเครื่องบิน ส่วนประตูทางเข้าที่ 10 และ 14 ยังติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนคัดกรองผู้ผ่านเข้ามาในอาคาร จัดเก้าอี้ พักรอและจุดยืนรอซื้อตั๋วแบบเว้นระยะห่างทางสังคม วันนี้ (1 พ.ค.) มีเที่ยวบินทั้งสิ้น 76 เที่ยว แบ่งเป็นขาเข้า-ออกอย่างละ 38 เที่ยว

“บิ๊กตู่” หารือ ส.ธุรกิจท่องเที่ยว

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เผยว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 30 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมายังสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวที่อาคารวอลล์สตรีททาวเวอร์ ถนนสุรวงศ์ กทม.เพื่อเข้าประชุมร่วมรับฟังสถานการณ์ของธุรกิจท่องเที่ยวตลอดจนความเดือดร้อนและข้อเสนอแนะ โดย พล.อ.ประยุทธ์ มีคำถามให้ทางแอตต้าตอบ ประกอบด้วย 1.สถานการณ์และปัญหาใหญ่สุดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 2.คำแนะนำให้รัฐบาลดำเนินการอย่างรวดเร็ว 3.ข้อเสนอแนะสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ในตอนนี้และสิ่งที่ต้องปรับปรุง โดยใช้เวลาในการหารือร่วม 1 ชั่วโมง

“แอตต้า” ขอช่วยเหลือ 4 ข้อ

สำหรับข้อเสนอของแอตต้าที่มีต่อนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย 1.ขอให้รัฐบาลพิจารณาขยายการจ่ายเงินชดเชยการว่างงานให้กับลูกจ้างในธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวออกไปมากกว่า 3 เดือน ในกรณีที่เมื่อผ่านช่วง 3 เดือนนี้ไปแล้วธุรกิจท่องเที่ยวยังไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ 2.ขอให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นการเฉพาะอีก 10,000 ล้านบาท เพิ่มเติมจากที่ธนาคารออมสินจัดมาให้แล้ว 10,000 ล้านบาท 3.ขอให้พิจารณาให้ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการจัดประชุมสัมมนาหรือท่องเที่ยว ใช้บริการผ่านบริษัทนำเที่ยวหรือบริษัททัวร์ แทนการจัดกันเอง 4.ขอให้รัฐบาลพิจารณายกเว้น หรือ ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวที่นำคนต่างชาติมาเที่ยวไทย (อินบาวด์) และนำคนไทยไปต่างประเทศ (เอาต์บาวด์) เพื่อให้บริษัทนำเที่ยวทั้งหมดเลิกทำบัญชีสองเล่มและเข้ามาอยู่ในระบบ เนื่องจากระบบการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับการทำธุรกิจท่องเที่ยว เพราะต้องนำไปเป็นค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆ อาทิ ค่าอาหาร ค่าพาหนะ หลายส่วนไม่มีใบเสร็จนำมาหักภาษีได้ บริษัทนำเที่ยวจึงมักทำบัญชีสองเล่ม เมื่อเกิดวิกฤติจึงมีปัญหาไม่สามารถไปกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องได้

ข้อกำหนดที่ 6 ผ่อนปรนเศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 5 และฉบับที่ 6 เนื้อหาสรุปว่า เป็นการสมควรผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในการป้องกันและการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ตามลำดับ การควบคุมโอกาสเสี่ยงของบุคคล สถานที่ และประเภทกิจกรรม เพื่อลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงตามหลักเกณฑ์ ตามผลการประเมินสถานการณ์ฝ่ายสาธารณสุข รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย นายกฯออกข้อกำหนดเป็นการทั่วไป และข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลายดังต่อไปนี้ เช่น ธนาคาร โรงงาน สถานีบริการเชื้อเพลิง บริการส่งสินค้า และอาหารตามสั่ง ยังคงเปิดดำเนินการต่อไปได้เช่นเดิม ส่วนสถานที่สถานประกอบการหรือกิจกรรมใดซึ่งเคยมีข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งให้ปิด หรือจำกัดการดำเนินการชั่วคราว หรือเคยผ่อนผันโดยมีเงื่อนไขไว้

3 พ.ค.เปิดขายเหล้าห้ามปักหลักดื่ม

ระยะแรกนี้ ให้เปิดดำเนินการได้ทั่วราชอาณาจักรตามความสมัครใจและความพร้อม ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้ กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตคือ การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในโรงแรม ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง โรงพยาบาล ร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ รถเข็น หาบเร่ แผงลอย ไม่รวมถึงสถานบริการ ผับ บาร์ ให้เปิดได้โดยอาจให้นำกลับไปบริโภคที่อื่น แต่หากเปิดให้ใช้บริการในสถานที่นั้นก็สามารถทำได้ ต้องจัดระเบียบการเข้าใช้บริการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคและคำแนะนำของทางราชการ สำหรับร้านอาหารหรือเครื่องดื่มจำหน่ายสุราให้เปิดได้แต่ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน

ร้านค้าปลีก–ส่งต้องคัดกรองเชื้อ

ด้านห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดได้เฉพาะซุปเปอร์มาร์เกต ร้านขายยา สินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต และร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ธนาคาร ที่ทำการหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ส่วนแผนกร้านอาหารให้เปิดได้เฉพาะการนำกลับไปบริโภคที่อื่น ส่วนร้านค้าปลีก ค้าส่งขนาดย่อม ตลาด ตลาดน้ำ และตลาดนัดให้เปิดได้โดยต้องควบคุมทางเข้าออก จัดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้ให้ และ ผู้ใช้บริการ การเว้นระยะห่างในการเลือกสินค้าและการชำระราคา

ไม่ให้คนนั่งรอในร้านเสริมสวย

ขณะที่ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผมสำหรับบุรุษหรือสตรีให้เปิดได้เฉพาะกิจกรรม สระ ตัด ซอยผม แต่งผม และต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน ส่วนกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย หรือการดูแลสุขภาพคือโรงพยาบาล คลินิก สถานทันตกรรมหรือสถานพยาบาลทุกประเภท ที่จัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย สนามกอล์ฟหรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟให้เปิดได้แต่ต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน กรณีสโมสร คลับเฮาส์ หรือร้านอาหารบริเวณดังกล่าวให้ปฏิบัติตามเช่นกัน สนามกีฬาเฉพาะกีฬาประเภทกลางแจ้งและตามกติกาสากล ผู้เล่นต้องมีระยะห่าง ทางสังคมและไม่คลุกคลีกันอยู่แล้ว เช่น เทนนิส ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู และต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน ในกรณีของสโมสร คลับเฮาส์ หรือร้านอาหารในบริเวณดังกล่าวให้ปฏิบัติตามเช่นกัน

เตือนกีฬา–มหรสพ–สัตว์เลี้ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนสาธารณะ ลาน พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา ลานกีฬา ให้เปิดได้เฉพาะพื้นที่โล่งแจ้ง เพื่อการเดิน วิ่ง ขี่หรือปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกาย ด้วยวิธีอื่นเป็นส่วนบุคคล โดยไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน การละเล่น การแสดง และสถานที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์ สปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์ อย่างไรก็ตาม ให้เจ้าของหรือผู้จัดการสถานที่ทุกประเภทมีหน้าที่รับผิดชอบการดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่ ภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้ และจัดให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากากอนามัย การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้เกี่ยวข้อง และให้เป็นไปตามคำแนะนำเงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือทางราชการกำหนด เช่น การให้เข้าใช้บริการ โดยนัดหรือแจ้งล่วงหน้า การไม่ให้ผู้ใช้บริการหลายคนรออยู่ในสถานที่เดียวกัน การจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละคราว และเวลาการเข้าใช้บริการ ทั้งนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจและให้คำแนะนำ หรือตักเตือนห้ามปรามได้ตลอดเวลา หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือเป็นอันตรายต่อการป้องกันการแพร่ของโรค ให้เสนอผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อสั่งปิดสถานที่นั้นเฉพาะราย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.เป็นต้นไป

สมช.ย้ำขายเหล้าอำนาจผู้ว่าฯ

พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงข้อกำหนดล่าสุดให้ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มซึ่งจำหน่ายสุราให้เปิดได้แต่ห้ามบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านว่า ข้อกำหนดนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. ดังนั้นในวันที่ 2 พ.ค.ยังจำหน่ายไม่ได้ และวันที่ 3 พ.ค.ไม่ใช่จะเปิดให้ขายโดยเสรี เพราะถูกสั่งห้ามโดยผู้ว่าฯแต่ละจังหวัด ถ้าพูดง่ายๆ รัฐบาลไม่ได้ห้ามอะไรแล้ว ถ้าวันที่ 3 พ.ค.จะเริ่มเปิดขายหรือไม่ขายก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ทั้งนี้ให้เป็นเรื่องที่ผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดพิจารณาด้วย ถ้าเปิดขายต้องซื้อกลับบ้าน ห้ามกินที่ร้าน ห้ามมีมั่วสุมดื่มสุรา

ภูเก็ตผ่อนผันเปิดด่าน

ที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บรรยากาศการผ่อนผันให้ผู้ตกค้างอยู่ในจังหวัดไม่มีงานทำให้เดินทางกลับภูมิลำเนาวันแรก ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนหลายพันคนทยอยมากรอกเอกสารเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่งผลให้การจราจรก่อนถึงด่านตรวจติดขัดยาวหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องร่วมกันบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ร่วมตรวจคัดกรองอย่างละเอียด พร้อมกรอกประวัติเอกสารต้นทาง-ปลายทาง เพื่อรับสติกเกอร์แยกเป็น 3 สี ได้แก่ สีชมพูขอเข้าพื้นที่ จ.พังงา สีน้ำเงินขอเข้าพื้นที่ จ.ระนอง และสีเหลืองสำหรับขอผ่าน จ.พังงา ไปทุกจังหวัด เจ้าหน้าที่จะพิจารณาอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นเท่านั้น

แห่ลงทะเบียน 4 หมื่นคน

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์และลงทะเบียนด้วยตนเองขอเดินทางออกจาก จ.ภูเก็ต กว่า 4 หมื่นคน ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมามีผู้ประสงค์ขอเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความแออัดบริเวณด่านตรวจ ต้องมีการสั่งปิดด่านตรวจเป็นการชั่วคราว เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหากต้องการเดินทางให้ไปติดต่อกับนายอำเภอ เพื่อขอใบอนุญาตเดินทางสำหรับแสดงต่อด่านคัดกรองแต่ละจังหวัด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะบริหารระบบคัดกรองด่านตรวจ กำหนดให้บริการเป็นช่วงเวลา เพื่อป้องกันความแออัดจะเปิดให้บริการอีกครั้ง วันที่ 3 พ.ค.เป็นต้นไป

คัดกรองเดินทางจากภูเก็ต

ที่จุดคัดกรองโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายนเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากร ตรวจคัดกรองประชาชนที่เดินทางออกจาก จ.ภูเก็ต เข้าสู่พื้นที่ จ.พังงา รวมถึงผ่านไปยังจังหวัดอื่นๆ สำหรับประชาชนกลับเข้าสู่ จ.พังงา จะต้องเข้าสู่การกักตัว 14 วัน ส่วนที่ด่านตรวจคัดกรองถนนเพชรเกษม ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ เจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อตรวจคัดกรองประชาชนจำนวนมากเดินทางออกจาก จ.ภูเก็ต ส่งผลให้การจราจรติดขัด ขณะที่นายสมควร ขันเงิน รอง ผวจ.กระบี่ สั่งห้ามไม่ให้รถที่มาจาก จ.ภูเก็ต ผ่านด่านคัดกรองถนนเพชรเกษม ต.นาเหนือ อ. อ่าวลึก และแจ้งให้ผู้เดินทางกลับจนเกิดกระแสวิจารณ์เพราะประชาชนไม่สามารถเดินทางได้ ต่อมา พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านคัดกรอง อนุญาตให้ผู้เดินทางผ่านด่านได้โดยต้องแสดงหนังสือรับรองจากจังหวัดต้นทาง ทำให้สถานการณ์คลี่คลายในที่สุด

สุราษฎร์ฯสั่งกักตัว 14 วัน

เช่นเดียวกับ นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี มีหนังสือถึงนายอำเภอทุกแห่ง ดำเนินการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต เป็นเวลา 14 วัน พร้อมบันทึกรายงานติดตามข้อมูลผู้เดินทาง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีประชาชนลงทะเบียน จ.ภูเก็ต กลับเข้าพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี 1,143 คน ขณะที่นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 32 อำเภอ ให้สอดส่องดูแลพื้นที่ หากพบใครเดินทางมาจากต่างจังหวัดให้รีบแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อสม. ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน 14 วัน โดยไม่มีข้อยกเว้น เจ้าหน้าที่จะเข้าไปถามซักประวัติ รายละเอียดการเดินทาง พร้อมตรวจวัดไข้เป็นระยะ

สงขลา–สตูล ยืดล็อกดาวน์

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สงขลา เผยว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา มีคำสั่งขยายระยะเวลาล็อกดาวน์ออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค. ยึดตามมาตรการผ่อนปรน 6 กิจการ ของ ศบค. จะออกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนอีกครั้งก่อนวันที่ 3 พ.ค. แต่ยังคงคุมเข้มมาตรการต่อไป โดยเฉพาะตลาดสด ตลาดนัด หากมีการแพร่เชื้อจากสถานที่ผ่อนปรนจะสั่งปิดทันที ขณะที่ นางบุญศิริ แก้วจันทร์ฤทธิ์ เจ้าของร้านข้าวต้มธนาทิพย์ ถนนราษฎร์อุทิศ อ.หาดใหญ่ เผยว่า เห็นด้วยกับมาตรการผ่อนปรน จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการร้านค้าและลูกจ้าง กลับมามีงานทำอีกครั้ง ที่ด่านตรวจทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล รอยต่อระหว่าง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังคัดกรองเข้มงวด นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.สตูล มีคำสั่งขยายระยะเวลาล็อกดาวน์อีก 1 เดือนวันที่ 1-31 พ.ค.

ตลกดังร่วมแจกถุงยังชีพ

ส่วนการบริจาคสิ่งของให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากพิษโควิด-19 ยังมีอยู่ทุกพื้นที่ บริเวณร้านครัวเชฟเอกเมืองนนท์ ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี นายชัชชัย จำเนียรกุล หรือ บอล เชิญยิ้ม ร่วมกับสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย และผู้มีจิตศรัทธานำถุงยังชีพ 1,000 ชุด มามอบให้สมาชิกศิลปินตลกและประชาชน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาลตำบลไทรม้า คอยดูแลจัดระเบียบผู้รับสิ่งของ บอล เชิญยิ้ม กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเกิด ตอนแรกจะบวชลูกชายแต่ไม่สามารถจัดงานได้ พูดคุยกับผู้ใหญ่แนะนำให้ช่วยเหลือสมาชิกศิลปินตลกและประชาชน ชักชวนเพื่อนในวงการ อาทิ หม่ำ จ๊กมก, ตั๊ก บริบูรณ์, โรเบิร์ต สายควัน, น้าค่อม ชวนชื่น และอาภาพร นครสวรรค์ นำสิ่งของมามอบให้

แม่บ้าน ตร.ส่งมอบของ

ที่ สน.คันนายาว นางบุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจ นำข้าวสารอาหารแห้งไข่ไก่ 500 ชุด มอบให้ พ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก. สน.คันนายาว เพื่อเป็นตัวแทนนำไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยก่อนหน้านี้นางบุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมคณะและ สน.คันนายาว ร่วมกันสำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมนำสิ่งของมาแจกจ่ายไว้ก่อนแล้ว โดยในที่ 2 พ.ค. พ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก.สน.คันนายาว ในนามตัวแทนสมาคมแม่บ้านตำรวจ จะนำของที่ได้รับมอบไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ชุมชนกีบหมู ถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.

เอสซีบีเปิดในห้างรับผ่อนคลาย

ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศความพร้อมในการเปิดให้บริการสาขาในตลาดและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. สอดรับมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ พร้อมรักษาระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการทำธุรกรรมการเงิน ธนาคารพร้อมเปิดให้บริการสาขาในตลาดและห้างสรรพสินค้ารวม 292 สาขา จากทั้งหมด 322 สาขา และเปิดให้บริการสาขาที่ไม่ได้อยู่ในห้างสรรพสินค้า รวม 578 สาขา จาก 586 สาขาในวันที่ 5 พ.ค. รวมเป็นการเปิดสาขาทั้งสิ้น 870 สาขา จากทั้งหมด 908 สาขา ภายใต้การดำเนินการตามมาตรฐานด้านสุขภาพอนามัยอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลรายชื่อสาขาที่เปิดให้บริการล่าสุดและรายชื่อสาขาใกล้เคียงที่เปิดให้บริการผ่านทางแอปพลิเคชัน SCB Easy หรือที่ www.scb.co.th  และเฟซบุ๊ก SCB Thailand

ไทย–เทศโทร.ฟรี 100 นาที 45 วัน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 1-15 พ.ค.ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ สามารถรับสิทธิ์ โทร.ฟรี 100 นาที ทุกเครือข่าย ได้นาน 45 วัน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านโทรคมนาคมในช่วงวิกฤติโควิด-19 โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่ *171* ตามด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก # โทร.ออก จากนั้นรอข้อความ (SMS) ยืนยันสิทธิ์และเริ่มใช้งานได้ ทั้งนี้นายฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาดบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า นอกจากโครงการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้าโทร.ฟรี 100 นาที ได้ทุกเครือข่าย นาน 45 วัน ตามนโยบายของ กสทช.แล้ว ดีแทคยังได้ปรับราคาแพ็กเกจการใช้งานและให้ลูกค้าจ่ายน้อยลงแต่ได้มากกว่า ส่วนนายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาดบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ระบุนอกจากมอบสิทธิ์ โทร.ฟรี 100 นาทีแก่คนไทยแล้ว เอไอเอสยังพร้อมมอบสิทธิ์ดังกล่าวให้แก่ชาวต่างประเทศที่ถือพาสปอร์ตทำงานอยู่ในประเทศไทยหรือยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศด้วยเช่นกัน สามารถกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 พ.ค.

ร้านสุกี้งงมาตรการกินที่ร้าน

ผู้สื่อข่าวไปสำรวจบรรยากาศร้านชาบู ร้านสุกี้ที่มีการผ่อนปรนให้คนเข้าไปทานได้ แต่ต้องนั่งแบบ 1 คน 1 โต๊ะ 1 หม้อ ที่ร้านเรือนเพชรสุกี้ ถนนเพชรบุรี ร้านสุกี้ในตำนานอายุกว่า 52 ปี พบพนักงานกำลังฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อพ่นทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ และหม้อสุกี้ ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข และเตรียมความพร้อมกลับมาเปิดให้ลูกค้านั่งทานที่ร้าน นายพงศ์ธรรศ เลิศธนพันธุ์ เจ้าของร้านเรือนเพชรสุกี้ เผยว่า เรายังสับสนกับมาตรการที่ออกมา ร้านสุกี้เรือนเพชรมีมากกว่า 2 คูหา อยากให้มาตรการมันชัดเจนกว่านี้ ตอนนี้ยอดที่ร้านหายไปกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เราก็สู้ เข้าใจว่าทุกคนลำบากหมดเรือนเพชรสุกี้เตรียมพร้อมเสมอ อยากให้ทางรัฐบาลเข้าใจว่าการให้นั่งทาน 1 คน ต่อ 1 หม้อสุกี้ใน 1 โต๊ะ ทำไม่ได้ อยากให้เห็นใจผู้ประกอบการด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1เดินทางภูเก็ตกระบี่ผู้ว่าราชการไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้