ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    พบป่วยแค่ 6 ราย น้อยกว่า 10 คน 5 วันแล้ว (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 พ.ค. 2563 05:30 น.
    SHARE

    ‘อินเดีย’ ชมไทยสู้โควิด

    ต่ำสิบติดกันเป็นวันที่ 5 ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ดิ่งลงอีก พบแค่ 6 ราย ทั้งยังไม่มีผู้เสียชีวิต “ศบค.” ยังไม่วางใจแม้พบผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อยๆและขอความร่วมมือต่อไป ระบุช่วงผ่อนปรนเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ด้านนายกฯอินเดียชมไทยสู้โควิด-19 ได้ดี ส่วนไทยขออินเดียแก้ล็อกดาวน์เพราะทำให้มีปัญหาเรื่องการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ ขณะที่ยูเอ็นชวนทั่วโลกดูเกาหลีเป็นตัวอย่างในการสู้โควิด-19 ที่ได้ผลดีมาก ด้านออสเตรเลียเริ่มผ่อนคลายมาตรการทีละเปลาะ ปักกิ่งเริ่มรถติดหนักหลังเปิดเมือง คาดคนนับล้านแห่เที่ยวช่วงวันหยุดยาวของจีน

    ลดลงอีก สำหรับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยในวันที่ 1 พ.ค. มีการแถลงว่าพบเพียงแค่ 6 ราย ซึ่งเป็นการพบผู้ป่วยรายใหม่แบบต่ำสิบต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 อีกทั้งยังไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม แต่กระนั้นก็ยังวางใจไม่ได้ ขณะที่ออสเตรเลียส่งสัญญาณที่ดี รัฐบาลแดนจิงโจ้เริ่มมีมาตรการผ่อนคลายทีละรัฐ

    ติดเชื้อใหม่ลงอีกเหลือ 6 ราย

    ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อตอนสายวันที่ 1 พ.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ประเทศไทย เป็นอีกวันที่มีผู้ป่วยรายใหม่ต่ำสุด อยู่ที่ 6 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2,960 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 54 ราย หายป่วยสะสม 2,719 ราย ยังอยู่ระหว่างรักษาตัว 187 ราย ซึ่งเป็นวันแรกที่ต่ำกว่า 200 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 54 ราย

    ระวังไปตลาดอาจเจอเชื้อได้

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย ในจำนวนนี้มี 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 68 ปี มีประวัติเดินทางไปตลาดแห่งหนึ่งใน กทม.ก่อนจะป่วย อีก 5 รายมาจากการค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ จ.ยะลา โดยมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยที่กลับมาจากไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและเกษตรกร อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขจะต่ำลง แต่ยังวางใจไม่ได้ ยังต้องทำงานเต็มที่ ระยะการผ่อนปรนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ที่ต้องขอความร่วมมือจากทุกคนต่อไป ส่วนสถานการณ์ผู้ป่วยทั่วโลกมี 3,308,233 ราย เสียชีวิต 234,105 ราย

    นายกฯชื่นชมรับคนไทยจาก ตปท.

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วันที่ 1 พ.ค. มีคนไทยกลับจากสิงคโปร์ 165 คน เนปาล 38 คน วันที่ 2 พ.ค.จากคาซัคสถาน 55 คน เนเธอร์แลนด์ 35 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 130 คน ตั้งแต่วันที่ 4-30 เม.ย. มีคนไทยกลับมาแล้ว 3,381 คนจาก 23 ประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.ชื่นชมคณะทำงานเกี่ยวกับการรับคนไทยจากต่างประเทศ เพราะค้นหาผู้ป่วยจากกลุ่มนี้ได้ถึง 81 คนก่อนจะไปแพร่ระบาด ส่วนตัวเลขสะสมของผู้ที่อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ซึ่งเดินทางมาทางเครื่องบิน 4,218 คน อยู่ระหว่างกักตัว 2,775 คน ตัวเลขสะสมที่อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ซึ่งเดินทางผ่านจุดผ่านแดนทางบก 7,628 คน อยู่ระหว่างกักตัว 5,922 คน

    นายกฯอินเดียชมไทยแก้โควิดดี

    ที่ห้องโดมทอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเที่ยง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว. กลาโหม ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายนเรนทร โมที นายกฯสาธารณรัฐอินเดีย ถึงการแก้ไขปัญหาการระบาดไวรัสโควิด-19 โดยนายกฯอินเดียชื่นชมบทบาทรัฐบาลไทย ที่สามารถควบคุมตัวเลขผู้รับเชื้อได้ในระดับที่ส่งผลดีต่อแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อ ขอไทยร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล แก้ไขปัญหาเนื่องจากสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อด้านสุขภาพ และเศรษฐกิจอย่างมาก เป็นความท้าทายที่สำคัญ โดยหวังสถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว และขอบคุณที่ดูแลคนอินเดียที่ติดค้างในไทย

    ไทยขออย่าให้ล็อกดาวน์กระทบยา

    ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ขอบคุณทางการอินเดียที่ดูแลคนไทยอย่างดี อำนวยความสะดวกส่งกลับประเทศ ยินดีเสริมสร้างความร่วมมือทั้งด้านยาและเวชภัณฑ์ การวิจัยและพัฒนา และชื่นชมอินเดียดำเนินมาตรการอย่างรอบด้าน เด็ดขาด รวมถึงการช่วยเหลือ ซึ่งอินเดียมีศักยภาพสูงในเรื่องยา โอกาสนี้นายกฯขอให้อินเดียพิจารณาไม่ให้มาตรการล็อกดาวน์มีผลกระทบต่อการขนส่งยา เวชภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นรักษาโควิด-19 เนื่องจากอินเดียเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยาที่สำคัญ ทั้งนี้ นายกฯอินเดียให้คำมั่นพร้อมร่วมมือดูแลส่งยาให้ไทยเพื่อเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ และระหว่างผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย

    ผ่อนปรน 6 กิจการต้องเฝ้าระวัง

    ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวในการแถลงข่าวโรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้ผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันน้อยสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ทั้งนี้ อัตรารักษาหายของประเทศอยู่ที่ 92% หลังจากที่รัฐบาลประกาศผ่อนปรน 6 กิจการ/กิจกรรมในวันที่ 3 พ.ค. จะต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากประชาชนยังปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด คือ ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่อไปในที่ชุมชนทุกครั้งให้ได้มากกว่า 98% เชื่อว่าหลังผ่อนปรนมาตรการแล้ว 2 สัปดาห์ จำนวนผู้ป่วยรายใหม่จะไม่เพิ่มขึ้นสูงมาก แม้มีการคาดการณ์ว่ามีผู้ติดเชื้อแฝงที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อยมากๆอยู่ในชุมชนมากกว่าจำนวนที่พบผู้ป่วยรายวัน 5 เท่า เช่น วันนี้พบ 6 ราย อาจจะมีคนที่ไม่มีอาการอยู่ 30 ราย แต่หากใส่หน้ากากป้องกันและล้างมือบ่อยๆโอกาสที่จะติดเชื้อก็จะต่ำ เพราะเมื่อคนป่วยใส่หน้ากากอนามัยป้องกันแพร่เชื้อ และคนไม่ป่วยใส่หน้ากากผ้าป้องกันการรับเชื้อ ก็ไม่รู้ว่าเชื้อจะแพร่ไปไหน

    หยุดยาวอย่าเอาเชื้อไปแพร่ ตจว.

    นพ.โสภณกล่าวอีกว่า แม้จะมีการผ่อนปรนบางมาตรการ แต่ในช่วงหยุดยาวกระทรวงสาธารณสุขไม่แนะนำให้เดินทางไปต่างจังหวัด เพราะความเสี่ยงของการติดโรคโควิด-19 ยังมีอยู่ ซึ่งการรวมคนจำนวนมาก และเคลื่อนย้ายของคนจะเป็นการย้ายเชื้อจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง หากใครยังไม่ได้เดินทางไปต่างจังหวัดก็ขอให้หยุดอยู่บ้าน ส่วนใครที่เดินทางไปแล้วจะต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ อย่าไปมีกิจกรรมที่เสี่ยงในการรวมคน แยกสำรับอาหาร เลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว

    ตรวจเชื้อแบบรวมประหยัดงบ

    ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า อัตราพบผู้ป่วยติดโควิด-19 จากการตรวจตัวอย่างเชื้อในกลุ่มที่เข้าข่ายเกณฑ์สอบสวนโรคอยู่ที่ 1.91% เป็นอัตราการพบผู้ติดเชื้อที่ต่ำ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการตรวจอยู่ที่ 2,000 บาทต่อตัวอย่าง หากตรวจ 100 ตัวอย่าง จะเจอคนติดเชื้อราว 2 คน แต่มีค่าใช้จ่าย 2 แสนบาท หากเปลี่ยนวิธีการตรวจมาเป็นแบบรวมตัวอย่าง จากเดิมที่ต้องตรวจ 100 ครั้ง เจอผู้ป่วย 1 คน แบบใหม่นี้จะเป็นการนำตัวอย่างจาก 10 คนมารวมกลุ่มกัน แล้วตรวจครั้งเดียวใน 100 คนก็จะตรวจ 10 ครั้ง เมื่อพบว่ากลุ่มไหนมีคนติดเชื้อ จะนำตัวอย่างจากกลุ่มนั้นมาตรวจแยกรายบุคคล หากอัตราตรวจพบเชื้ออยู่ที่ 2% แสดงว่ามี 2 กลุ่มที่แสดงผลว่าติดเชื้อ จะตรวจอีก 20 ครั้ง เท่ากับ 100 คนจะตรวจทั้งหมด 30 ครั้ง จากเดิมที่ต้องตรวจ 100 ครั้ง วิธีการนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและงบประมาณได้ 3-5 เท่า จะมีการนำวิธีนี้มาใช้ตรวจในกลุ่มเสี่ยงที่เป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ เช่น แรงงานต่างด้าวที่มีการอยู่รวมแบบแออัด เป็นการตรวจแบบมีเป้าหมาย

    165 คนไทยในสิงคโปร์ได้กลับ

    ที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วงเย็น กลุ่มคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในสิงคโปร์ รวม 165 คน เดินทางจากสนามบินชางงี กลับมาไทย โดยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคตรวจพบผู้โดยสารมีไข้ 3 ราย นำส่งโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจหาเชื้ออย่างละเอียด ส่วนผู้โดยสารอีก 162 คน ถูกแยกพากักตัวตามโรงแรมต่างๆ ได้แก่ โรงแรมรัตนโกสินทร์ 6 คน โรงแรม ฌ เฌอ จังหวัดสมุทรปราการ 153 คน โรงแรมเมอเวนพิค ถ.วิทยุ จำนวน 2 คน โรงแรมคิวว์ สุขุมวิท 79 จำนวน 1 คน

    ตกค้างที่เนปาลก็มาถึงแล้ว

    เช่นเดียวกับคนไทยที่ตกค้างในเนปาลเพราะโควิด-19 รวม 37 คน เป็นพระสงฆ์ 17 รูป เดินทางจากเนปาล มาถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ในเวลา 19.45 น. โดยสายการบินไทยไลออนแอร์ เป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ เนปาล ดำเนินการพาคนไทยกลับบ้าน ทั้งหมดหลังผ่านกระบวนการคัดกรอง ทำประวัติการเดินทางจากเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคแล้ว ถูกนำไปเข้ากักตัวที่โรงแรม ฌ เฌอ สมุทรปราการ

    ยะลาปูพรมค้นหาผู้ป่วย

    สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในต่างจังหวัด นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง เป็นราษฎรบ้านตาเนาะปูเต๊ะใน หมู่ 9 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา 103 คน เมื่อวันที่ 7 เม.ย. หลังพบผู้ป่วย ในหมู่บ้านดังกล่าวก่อนหน้านี้ถึง 9 คน ผลตรวจยืนยัน พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 5 คน เป็นหญิงอายุระหว่าง 22-54 ปี มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ รวมยอดผู้ป่วยสะสม 126 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 97 คน อยู่ระหว่างรักษา 27 คน

    วันเดียวกัน นพ.ทินกร บินหะยีอารง ผอ.รพ.พระยุพราชยะหา นำเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจคัดกรองราษฎรบ้านบูเก๊ะ หมู่ 2 ต.บาโงยซิแน เพิ่มเติมอีก 75 คน เป็นกลุ่มเสี่ยงหลังจากพื้นที่ดังกล่าว พบผู้ป่วย 4 คน หากตรวจพบผู้ป่วยเพิ่มจะได้นำตัว เข้ารับการรักษาป้องกันการแพร่ระบาด

    คัดกรองแรงงานประมง

    ที่ท่าเทียบเรือประมงสงขลา อ.เมืองสงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สงขลา พล.ร.ท.สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ร่วมกับสมาคมประมงสงขลา องค์การสะพานปลา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ตรวจคัดกรองเชิงรุกแรงงาน ต่างด้าวทำงานบริเวณแพปลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นายจารุวัฒน์กล่าวว่า แรงงาน กลุ่มนี้เป็นแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย โดยปกติสมาคม ประมง องค์การสะพานปลา ได้มีการตรวจคัดกรองเป็นประจำอยู่แล้ว แต่วันนี้มาตรวจเพิ่มในส่วนของมาตรการเชิงรุก เพื่อให้แรงงานทั้งหมดมีความมั่นใจว่า มีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นผู้ติดเชื้อ รวมถึงแจกหน้ากากอนามัยแก่แรงงานเพื่อใช้ปกป้องตนเองอีกด้วย

    เมืองคอนไร้ผู้ป่วยโควิด–19

    ขณะที่นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า วันนี้คณะแพทย์ รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช รักษาตัวผู้ป่วยโรคโควิด-19 จนหายส่งตัวกลับบ้านเพิ่มอีก 3 คน ขณะนี้ จ.นครศรีธรรมราช มียอดผู้ป่วย สะสม 12 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 9 คน อยู่ระหว่าง รักษา 2 คน เสียชีวิต 1 คน ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 17

    ขณะที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต รายงานว่า มียอดผู้ป่วยสะสม 217 คน ไม่พบผู้ป่วย รายใหม่ รักษาหายกลับบ้านแล้ว 177 คน อยู่ระหว่างรักษา 38 คน เสียชีวิต 2 คน

    เร่งผลิตยาต้าน “เรมดีสซิเวียร์”

    วันเดียวกัน นายแอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยาต้าน ไวรัส อีโบลา “เรมดีสซิเวียร์” ที่ทดสอบว่าใช้ได้ผลกับ ผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ส่วนใหญ่ที่เข้ารับการทดสอบ โดยช่วยย่นเวลาการฟื้นตัวจาก 15 วัน เหลือ 11 วันนั้น เชื่อว่าจะได้รับการอนุมัติให้ใช้งานได้ จากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ในเร็วๆนี้ เบื้องต้นบริษัทผู้ผลิต กิเลียด ไซเอินส์ ในสหรัฐฯ จะบริจาคยาให้นำไปใช้ รักษาผู้ป่วยอย่างน้อย 140,000 คน และจะเร่งการผลิตให้เพียงพอสำหรับผู้ป่วย 500,000 คน ในเดือน ต.ค. และ 1 ล้านคน ในเดือน ธ.ค. พร้อมเชื่อว่า แม้ มิใช่หนทางรักษาที่แน่นอน แต่ยาจะช่วยลดภาระของโรงพยาบาลต่างๆในสหรัฐฯ

    UN ชวนโลกสู้โควิดแบบโสมขาว

    ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ให้ทั่วโลกเอาอย่างประเทศเกาหลีใต้ ที่ประสบความสำเร็จในการเร่งตรวจหาเชื้อ และสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนสามารถประกาศเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่าไม่พบผู้ติดเชื้อ ภายในประเทศแม้แต่รายเดียว พร้อมชื่นชมรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ประกาศว่าในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 จะรวมถึงแผนแก้ปัญหาภาวะ
    โลกร้อนด้วย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้ระบุเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 คน ในจำนวนนี้ 8 คน มาจากต่างประเทศ

    ออสซีทยอยผ่อนคลายทีละรัฐ

    ส่วนที่ออสเตรเลีย รัฐบาลเตรียมการผ่อนคลายมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในวันที่ 8 พ.ค. โดยในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รวมถึง นครซิดนีย์และกรุงแคนเบอร์รา จะอนุญาตให้ประชาชน เดินทางไปมาหาสู่กันได้ ทว่าไม่ให้แต่ละบ้านรับแขกเกินครั้งละ 2 คน พร้อมขอความร่วมมือให้เดินทางไป เยี่ยมคนที่สนิทจริงๆเท่านั้น ในรัฐควีนส์แลนด์ จะอนุญาต ให้เดินทางไปซื้อของที่ไม่จำเป็น รัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย จะอนุญาตให้รวมตัวได้ 10 คน ส่วนรัฐนอร์ธเทิร์นเทอร์ริทอรีสั่งเปิดสระว่ายน้ำและสวนสาธารณะ แต่รัฐวิกตอเรีย จะยังใช้มาตรการที่จำเป็นต่อไป ทั้งนี้ ยอดผู้ติดเชื้อในออสเตรเลียอยู่ที่ 6,766 คน เสียชีวิต 93 คน

    สิงคโปร์ส่งต่างด้าวไปอยู่บนเรือ

    สำหรับบรรยากาศในภูมิภาคเอเชียอื่นๆ รัฐบาล อินเดียออกแถลงการณ์ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นมากกว่า 35,000 คน เสียชีวิต 1,147 คน ที่สิงคโปร์ กระทรวง สาธารณสุขรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 932 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมขยับเป็น 17,100 คน เสียชีวิต 15 คน พร้อมเริ่มใช้มาตรการส่งแรงงานต่างด้าวที่ ฟื้นตัวจากไวรัสโควิด-19 ไปอยู่บนเรือสำราญที่จัดเตรียมไว้ 2 ลำ ขณะที่มาเลเซีย นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เผยว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศจะเปิดทำการตามปกติในวันที่ 4 พ.ค. ซึ่งยอด ผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 6,071 คน เสียชีวิต 103 คน

    ปักกิ่งเริ่มรถติดหลังเปิดเมือง

    ที่ประเทศจีน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติรายงาน ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม แต่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 12 คน ในจำนวนนี้ 6 คน มาจากต่างประเทศ ทั้งเมื่อ วันก่อนพบผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการป่วย 24 คน ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษรายงานด้วยว่า ในวันเดียวกันนี้ ทั่วกรุงปักกิ่งประสบปัญหาการจราจรติดขัด เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน จากการที่รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการห้ามเดินทาง ข้อมูลของสำนักสถิติจีน ประเมินว่า ในช่วงวันหยุดยาว 1-5 พ.ค. จะมีผู้เดินทาง รวม 117 ล้านเที่ยว แต่ยังถือว่าน้อยหากเทียบกว่าปีก่อน นอกจากนี้ เทศบาลกรุงปักกิ่งยังสั่งเปิดพระราชวังต้องห้าม ให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมได้ตามปกติแล้ว

    นายกฯรัสเซียติดเชื้อเข้า รพ.

    ที่รัสเซีย ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงทำสถิติสูงสุด 7,933 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเพิ่มเป็นมากกว่า 114,400 คน เสียชีวิต 1,169 คน ผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมถึงนายมิคาอิล มิชุสกิน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ซึ่งสื่อท้องถิ่นรายงานว่า นายมิชุส–กินถูกส่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว ก่อนเข้าโรงพยาบาลได้รายงานอาการของตัวเองแก่นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ผ่านวิดีโอออนไลน์ โดยมีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ข่าวหน้า1COVID-19ยอดผู้ป่วยโควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19โควิดวันนี้ไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้