ข่าว
100 year

เริ่ม 3 พ.ค.คลายล็อก 6 กลุ่ม ประเมินผล 14 วันแรก (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ค. 2563 05:20 น.
SHARE

ยังไม่ปล่อยให้ขายเหล้า ศบค.รับห่วงวิกฤติฆ่าตัว นายกฯ ขอเอกชนอดทน

ศบค.แถลงยิบวิธีปฏิบัติหลัง 6 กลุ่มแรกที่ได้คลายล็อกนำไปใช้ เริ่มใหม่ได้ 3 พ.ค. กำหนดเกณฑ์เป็นมาตรฐาน กลางไว้ ทุกจังหวัดปรับเข้มได้ แต่ห้ามน้อยกว่าที่กำหนด ย้ำเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการปลดล็อกกลุ่มอื่น นายกรัฐมนตรีขอให้ภาคเอกชนอดทนสู้ไปด้วยกัน หลังประกาศต่ออายุทุกคำสั่งที่ผู้ว่าฯทั่วประเทศประกาศใช้ให้มีผลเหมือนเดิม วิษณุเผยปรับกิจกรรม 3 วันสำคัญของชาติ ด้าน ก.คลังสั่งตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียน หลังเกิดเหตุวุ่นวายรายวัน กรมส่งเสริมการเกษตรเตือน ไม่ปรับปรุงทะเบียนเล่มเขียว 3 ปี เสี่ยงไม่ได้เงินเยียวยา ผู้ค้าโอดสลากงวด 1 เม.ย. ยังเหลือในมือเพียบคาดเปิดขายงวดใหม่ 1 มิ.ย. ยอดหดเหลือครึ่ง ขณะที่สนามบินภูเก็ตปิดยาวถึง 15 พ.ค. เหตุอัตราติดเชื้อยังสูงสุดในประเทศ

ภายหลังรัฐบาลนำมาตรการหลายอย่างออกมาบังคับใช้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.- 30 เม.ย. สั่งปิดสถานที่หลายแห่งที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน ก่อนยกระดับประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.63 พร้อมๆกับมาตรการเยียวยาประชาชนลูกจ้างในแต่ละสาขาอาชีพ ล่าสุดรัฐบาลมีมติต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน รวมถึงเรื่องของการผ่อนปรนปลดล็อก โดย กทม.เสนอรัฐบาลผ่อนคลาย 8 สถานที่ รวมทั้งกำหนดมาตรการละเอียดยิบ ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.เตรียมแถลงเรื่องข้อกำหนดและมาตรการผ่อนปรน ในวันที่ 30 เม.ย.

นายกฯขอเอกชนอดทนสู้ไปด้วยกัน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รับมอบหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากภาคเอกชนทั้งไทยและจีน นำไปช่วยเหลือประชาชน บุคลากรทางการแพทย์ จาก 3 คณะ ก่อนกล่าวว่า ขอบคุณที่ร่วมสู้ภัยโควิด-19 สิ่งของที่ได้รับจะได้นำไปมอบต่อให้แพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ เข้าใจดีภาคเอกชนอาจได้รับผลกระทบบ้างในขณะนี้ แต่สุขภาพประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนต้องเรียนรู้ปรับตัว หลังจากนี้ ศบค.จะทยอยผ่อนคลายมาตรการต่างๆขอให้ภาคธุรกิจร่วมอดทนและสู้ไปด้วยกัน

ถก ศบค.อนุมัติมาตรการผ่อนปรน

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โพสต์ภาพการประชุมร่วมกับหัวหน้าแต่ละศูนย์และที่ปรึกษาใน ศบค. ผ่านเฟซบุ๊กพร้อมโพสต์ข้อความว่า วันนี้ได้ประชุมเพื่อสั่งการอนุมัติมาตรการผ่อนปรนต่างๆที่จะเกิดขึ้น ยืนยันการออกมาตรการต่างๆต้องผ่านการพิจารณาของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีความปลอดภัยและสุขภาพของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก และจะประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อการออกมาตรการเพิ่มเติมในระยะต่อไป ขอให้รับฟังข้อมูลที่ถูกต้องจากการแถลงการณ์ของ ศบค.ในแต่ละวัน เนื่องจากเป็นข้อมูลที่สรุปเป็นมติแล้ว และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจาก ศบค. เนื่องจากอาจเป็นข้อมูลที่ผิดพลาด และก่อให้เกิดความสับสนได้

ทุกประกาศบังคับใช้เหมือนเดิม

ก่อนนี้ เมื่อค่ำวันที่ 29 เม.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 4 มีเนื้อหาสรุปว่า ตามที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. และต่อไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค. รัฐบาลได้ติดตามการแพร่ไวรัสโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ให้หน่วยงานต่างๆ ประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาผ่อนคลายหรือเพิ่มความเข้มงวด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ให้บรรดาประกาศหรือคำสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ และกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ที่ได้ประกาศหรือสั่งไว้ก่อนวันที่ข้อกำหนดนี้ใช้บังคับไม่ว่าจะเป็นการห้าม การให้กระทำการหรือการผ่อนคลายใดๆ ถือว่าเป็นประกาศหรือสั่งตามข้อกำหนดยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิม จนกว่าจะมีข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป

ถ้าคุมได้ระยะแรกจะผ่อนปรนต่อ

กระทั่งเวลา 11.30 น.ที่ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า ข้อกำหนดของนายกฯที่ออกมาเมื่อคืนวันที่ 29 เม.ย. เน้นย้ำว่าการดำเนินการผ่อนปรนครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของคนไทยทั้งประเทศที่ตัดสินใจร่วมกันแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ทั้งการแพร่ระบาดและผลกระทบทางเศรษฐกิจ หากเราควบคุมสถานการณ์ทางสาธารณสุขในระยะแรกได้ก็จะผ่อนปรนในระยะต่อๆไป ขอให้ทุกคนร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละทำให้ประชาชนปลอดภัย บรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ และป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้เพิ่มมากขึ้น ให้ประเทศเดินหน้าได้

เป็นหน้าที่คนไทยต้องร่วมมือกัน

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า หากควบคุมได้ไม่ดีทุกอย่างจะแย่ลง ถือเป็นงานที่ท้าทาย แต่ถ้าเราทุกคน ทั้งผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ ร่วมมือกันด้วยความตั้งใจมุ่งเน้นเรื่องการป้องกัน มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม พึ่งพาเอื้อเผื่อแผ่แบ่งปันก็จะสำเร็จได้ พร้อมขอบคุณทุกคนที่มาร่วมในคณะ กรรมการพิจารณามาตรการผ่อนปรน ทั้งภาคธุรกิจ เอกชน ผู้ประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ร่วมกันให้ข้อเสนอและหามาตรการที่เหมาะสม ไม่ใช่คำสั่งหรือการตัดสินใจของนายกฯเพียงคนเดียว จากนี้เป็นหน้าที่คนไทยทั้งประเทศที่ต้องร่วมมือกัน มาตรการครั้งนี้ถึงจะสำเร็จได้

ตรึง พ.ร.ก.ฉุกเฉินกันติดเชื้อเพิ่ม

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดหลังจากนี้ ยังมีมาตรการบางอย่างที่ต้องตรึงไว้ เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯที่จะประกาศต่อไปถึงวันที่ 31 พ.ค. และจะมีมาตรการบางอย่างที่หย่อนลงบ้างเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ผู้ป่วยรายใหม่ที่เหลือหลักหน่วย แต่การผ่อนคลายล้วนแต่มีผลต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น เพราะการผ่อนคลายเกี่ยวข้องกับคนที่เป็นพาหะของโรค หากผ่อนมากไปการติดเชื้อจะเหมือนกับประเทศข้างเคียงที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนต้องกลับมาตรึงมาตรการ ดังนั้น แม้จะผ่อนแต่ก็ปรับได้

คงเคอร์ฟิว–เข้าออก ปท.ทุกช่อง

ทั้งนี้ มาตรการที่ยังตรึงไว้เช่นเดียวกับขยายเวลาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะมีทั้งมาตรการห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 22.00-04.00 น. การเข้า-ออกราชอาณาจักร ทั้งทางบก น้ำ อากาศ การจำกัดการบินเข้า-ออกระหว่างประเทศ โดยอนุญาตเฉพาะสายการบินที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าและรับคนไทยกลับประเทศออกไปอีก 1 เดือน งดหรือชะลอการข้ามจังหวัดโดยไม่มีเหตุจำเป็น และยึดแนวทางทำงานที่บ้านให้ได้ร้อยละ 50 และไม่ให้ประชาชนเข้าไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากเป็นการชั่วคราว

ให้ยึดมาตรฐานกลางที่วางไว้

โฆษก ศบค.กล่าวต่อว่า มาตรการผ่อนปรนที่จะเกิดขึ้นจะกำหนดมาตรฐานกลางของแต่ละกิจการ กิจกรรม ให้ทุกพื้นที่ยึดถือปฏิบัติ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดรายละเอียดแต่ละพื้นที่ จะเข้มข้นกว่าได้ แต่น้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้ แนวทางดำเนินการจะคำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก แล้วนำปัจจัยด้านสังคม และเศรษฐกิจมาประกอบการพิจารณาเพราะการติดต่อของโรคหน่วยงานด้านสาธารณสุขจะรู้ดีที่สุด มาตรการผ่อนปรนต่างๆจะยึดถือแนวทางปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 1 ในข้อ 11 อาทิ การทำความสะอาดพื้นผิวของสถานที่ที่เกี่ยวข้องของการทำกิจกรรม การกำจัดขยะมูลฝอย การสวมหน้ากากอนามัยทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ การล้างมือ การเว้นระยะนั่งหรือยืน 1 เมตร ไม่ให้แออัด

6 กลุ่มแรกปรับตัวได้ให้เริ่ม 3 พ.ค.

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า กลุ่มกิจกรรมแรกที่ได้รับความเห็นจาก ผอ.ศบค.และทีมงานให้ผ่อนปรนมี 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.ตลาด ทั้งตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย 2.ร้านจำหน่ายอาหาร ทั้งอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่ 3.กิจการค้าปลีกส่ง ทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง ยืน รับประทาน รถเร่หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อย ร้านค้าปลีกชุมชน ร้านค้าปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 4.กีฬา สันทนาการ ทั้งกิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดิน รำไทเก๊ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีม และไม่ได้มีการแข่งขัน เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟ และสนามซ้อม 5.ร้านตัดผม เสริมสวย ทั้งร้านตัดผมเฉพาะตัด สระ ไดร์ 6.อื่นๆ ได้แก่ ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์ กิจกรรมใดที่ผู้ประกอบการปรับตัวได้ให้เริ่มวันที่ 3 พ.ค.ได้เลย

ย้ำเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ

“เราจะใช้ช่วงเวลา 14 วันหลังจากนี้ติดตามประเมินผลอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีตัวเลขคงที่ไปเรื่อยๆ แสดงว่าประชาชนให้ความร่วมมือดี รู้วิธีจัดการตัวเอง จัดกิจกรรมได้ดี จะได้เลื่อนไปในกิจกรรมอื่นๆ ได้มากกว่านี้ แต่ถ้าใน 14 วันนี้ ตัวผู้เลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 2 หลัก 3 หลัก ต้องยอมรับว่าเราต้องถอยหลังกลับมาตรึงกิจการ กิจกรรม ต้องทบทวนใหม่หมด ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ตามหลักการเราต้องร่วมมือให้ได้มากกว่าร้อยละ 90 ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ 7 รายวันนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างดีที่เชื่อว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วงเวลานี้มีความสำคัญยิ่ง หลายประเทศเพลี่ยงพล้ำนิดเดียวกลับมาระบาดเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ต้องการความเสี่ยงแม้แต่น้อย เป็นช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อที่สำคัญที่สุดของเรา ขอให้พวกเราประสบความสำเร็จเหมือน 1 เดือนที่ผ่านมา” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

ห่วงฆ่าตัวตายเพราะเป็นวิกฤติ

เมื่อถามว่า กรมสุขภาพจิตจะแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขนำชุดข้อมูลมาพูดคุยกันหลายครั้ง เทียบเคียงกรณีศึกษาจากข่าว บทความวิชาการ เราย้อนดูข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ยอมรับว่าปีนี้น่าห่วงเพราะเป็นวิกฤติทั่วโลก แนวโน้มการพยากรณ์เหมือนการรายงานการติดโรค เป็นพื้นฐานวิทยาศาสตร์ไม่ผิดไปจากความคาดหมาย ต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลโรคติดต่อ ลดจำนวนการสูญเสียจากการฆ่าตัวตาย เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ การแก้ปัญหาที่ตรงกับเหตุสามารถลดเรื่องนี้ได้ ที่สำคัญคือมาตรการส่วนบุคคลผู้ที่มีผลกระทบจากสิ่งต่างๆเหล่านี้จะมีสัญญาณแสดงออก ญาติและคนใกล้ชิดต้องร้องขอมายังกรมสุขภาพจิต เพื่อที่จะช่วยกันแก้ไข เราเคยเจอวิกฤติปี 40 ขณะนั้นมีตัวเลขคนฆ่าตัวตายร้อยละ 8.3 ต่อจำนวนประชากร แต่ครั้งนี้ยังไม่ถึงตอนนั้น เราทำให้ลดลงได้ ด้วยการร่วมมือทุกภาคส่วน

ใช้ชีวิตปกติได้เมื่อไหร่ยังไม่ชัด

เมื่อถามว่า จากการประเมินสถานการณ์ ประเทศจะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติในประมาณเมื่อใด นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ตามระยะเวลาที่นายกฯระบุ 4 ระยะ คือขยับทีละ 25 เปอร์เซ็นต์ 4 ครั้งก็จะครบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ระยะเวลาจะเท่าไหร่ก็ให้เวลาไว้ 14 วัน เป็นระยะเวลาของโรคที่จะดูว่าเพิ่มหรือลดในการติดเชื้อหรือไม่ ถ้าเป็นไปตามขั้นตอนจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน โรคจะหายไปใน 2 เดือนหรือไม่ ไม่ได้เกิดจากข้อมูลในประเทศอย่างเดียว ต้องดูตัวเลขจากประเทศต่างๆรอบบ้าน ถ้ายังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจเป็นตัวแปรหนึ่งในการเข้ามาประเมินด้วย สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ใช่เป็นคำตอบที่ชัดเจน

สถิติทำนายไทยหมดเชื้อ 11 มิ.ย.

ส่วนกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลการพยากรณ์โลกของนักวิชาการสิงคโปร์ที่มีการใช้สถิติมาร้อยเรียงกัน แล้วระบุว่าประเทศไทยจะหมดเชื้อ 100 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ถือเป็นข่าวดี แต่เป็นการใช้ข้อมูลทางสถิติในอดีตมาอธิบายเรื่องอนาคต ถ้าวันนี้เราร่วมมือกันดีกว่านั้น เราอาจเร็วกว่านั้นก็ได้ หรือหากวันนี้เราหย่อนกันมาก และพรุ่งนี้พบผู้ติดเชื้อเป็นสองหลัก สิ่งที่พูดวันนี้ก็จะกลายเป็นศูนย์ ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังมีหวังที่เกิดจากความร่วมมือของประชาชนทุกคน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า ถ้าประชาชนช่วยกัน ภาคเอกชนยังทำงานที่บ้าน เราทำได้ดีใน 14 วันนี้ ผู้ป่วยไม่น่าจะเกิน 20-30 คน คาดว่าจะดำเนินไปได้ในระยะที่ 2-3 ผู้ป่วยรายใหม่ 7 รายที่พบในวันเดียวกันนี้มาจากต่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์

ปลัด มท.พูดชัดยังไม่ให้ขายเหล้า

ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวชี้แจงมาตรการผ่อนปรนในประเด็นให้จำหน่ายสุราว่า ที่ผ่านมาสุราเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในการชุมนุมของคนต่างๆ ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าฯ กทม.ออกมาตรการและกำหนดการปฏิบัติจนถึงวันที่ 30 เม.ย. ไม่ให้มีการจำหน่ายสุรา ทั้งนี้ศบค.ได้ออกข้อสั่งการเป็นข้อกำหนดว่า การสั่งการใดที่ดำเนินการจนถึง 30 เม.ย. ให้มีผลต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามข้อสั่งการที่ออกมานี้ เมื่อถามย้ำว่าสุราขายได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ข้อกำหนดและมาตรการต่างๆที่ออกมาขอให้ยืดระยะเวลาออกไป สิ่งที่ปลัดมหาดไทยให้ความหมายคือยังไม่ให้ขาย ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สมช.ย้ำไม่จำเป็นอย่าเดินทาง

ด้าน พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า การเดินทางในประเทศยังอยู่ในห้วงที่ยังไม่ได้ผ่อนปรนแต่ไม่ถึงกับห้าม ขอให้จำกัดการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดหากไม่จำเป็น ในส่วนการขึ้นเครื่องบินโดยสาร สายการบินต้องทำความสะอาดห้องโดยสาร การเว้นระยะห่างของที่นั่ง และไม่เสิร์ฟระหว่างบิน ส่วนการทำงานที่บ้าน ยังเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่ ได้ประกาศให้ส่วนราชการต่างๆ ยังคงปฏิบัติ ทั้งนี้ขอเชิญชวนส่วนราชการอื่น และภาคเอกชน ขอให้ทำงานที่บ้านต่อไป

แรงงานเข้า จว.ไหนต้องกัก จว.นั้น

เมื่อถามว่าภายหลังการผ่อนปรนจะมีคนทะลักเข้ามาในประเทศตามชายแดน รวมถึงแรงงานต่างด้าวที่จะแอบเข้ามาด้วย จะควบคุมอย่างไร พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องอำนวยความสะดวกให้คนไทยทุกคนได้กลับบ้าน ทั้งทางอากาศและทางบกได้มากที่สุด แต่ต้องบริหารจัดการให้สอดคล้องกับมาตรการการกักตัวในสถานที่ของรัฐ โดยพื้นฐานเรายินดีรับคนไทยที่เดินทางกลับประเทศตามขีดความสามารถ ส่วนกรณีแรงงานที่มาจากฝั่งมาเลเซีย ได้จำกัดจำนวนให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้วันละ 350-400 คน เชื่อว่าในระยะยาวสถานการณ์ในประเทศไทยและในมาเลเซียจะดีขึ้น เรื่องการทะลักกลับมาของคนไทยจะน้อยลง เมื่อแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้ามาตามชายแดนทางจังหวัดไหน จังหวัดนั้นต้องดำเนินการกักตัว 14 วันตามมาตรฐาน หากสถานที่กักตัวเรามากขึ้น จะสามารถเพิ่มจำนวนคนไทยที่จะกลับเข้ามาในประเทศได้

สภาพัฒน์ชี้สำคัญอยู่ที่ระยะ 1

ด้านนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงตัวชี้วัดการยกระดับผ่อนปรน 14 วันว่า ทีมงานได้วิเคราะห์ความเสี่ยง เพราะกิจกรรมบางอย่างที่มีความเสี่ยงมากที่จะทำให้มีกลุ่มคนแออัด เช่น การจัดคอนเสิร์ต สนามมวย สนามบอล ส่วนนี้จะเก็บไว้ในระยะที่ 4 ส่วนระยะ 2-3 จะดำเนินการเมื่อไหร่นั้น อยู่ที่ตัวแปรคือถ้าเปิดแล้วมีผู้ติดเชื้อเพิ่มน้อยลง ก็จะไประยะ 2-3 ที่จะมีความเข้มข้นขึ้น อย่างการเปิดห้างสรรพสินค้า ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐาน ต้องขออนุมัติท้องถิ่น จะมีระบบดูแลรายละเอียดชัดเจนมากขึ้น ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ระยะที่หนึ่ง จะไปเดินห้างได้ต้องมีความพร้อม ขณะนี้ให้ห้างสรรพสินค้าเตรียมจัดการตัวเองไว้ เมื่อระยะ 1 ผ่านไปจะเข้า สู่ระยะ 2-3

สุกี้ชาบูต้องกินคนเดียว

ส่วนนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า สำหรับร้านอาหารที่อนุญาตให้เปิดได้ คือร้านทั่วไปไม่เกิน 2 คูหา ถ้าหากมีการเปิดแอร์ ให้มีการดูดอากาศออกหน่อย จะมีคู่มือจากส่วนกลางให้เช่น การจัดโต๊ะให้ห่าง ช่วงนี้ลำบากหน่อย ต้องจำกัดคน ไม่อยากให้ออกไปกันมาก อย่างคำถามเรื่องการทานสุกี้ ชาบู อาจต้องทานคนเดียว หม้อใครหม้อมัน ขณะที่การผ่อนปรนแผงลอย ตลาดนัด ตลาดสดที่อนุญาตให้เปิดได้ทุกกิจการ แต่ต้องมีมาตรการร้านต้องทิ้งระยะห่างไม่ต่ำกว่า 1 เมตร ผู้ค้าต้องใส่หน้ากาก มีเจลล้างมือทุกร้าน หากไม่ปฏิบัติตามนี้ จะยังไม่มีบทลงโทษแต่จะมีข้อตักเตือน ที่สำคัญอยากให้อยู่บ้านและเวิร์กฟอร์มโฮมมากที่สุด

หาบเร่ริมทาง ซื้อกลับกินบ้าน

เช่นเดียวกับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า สำหรับหาบเร่ แผงลอย รวมถึงร้านค้าริมทางเท้า สามารถกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ ทำได้แค่จำหน่ายให้ซื้อกลับไปกินที่บ้านเท่านั้น สรุปแล้วร้านอาหารที่จะกลับมาเปิดให้บริการนั่งกินที่ร้านได้ จะมีแค่เฉพาะร้านที่อยู่ในอาคารไม่เกิน 1-2 คูหาเท่านั้น แม้จะให้ร้านอาหารไม่เกิน 2 คูหากลับมาเปิดให้บริการนั่งกินได้ตามปกติ ยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เช่น นั่งกินได้โต๊ะละ 1 คน แต่ละโต๊ะเว้นระยะห่าง 1 เมตร คาดว่าจะมีประกาศในรายละเอียดต่อไป ขอประชาชน ห้างร้าน มั่นใจรัฐบาลผ่อนปรนกิจการ กิจกรรมต่างๆแน่ หลังผ่อนปรนกิจการกิจกรรมในระยะแรกแล้ว พร้อมประเมิน 14 วัน ขอให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมไว้ ตามมาตรฐานสาธารณสุข

ทำคู่มือปฏิบัติให้ร้านอาหาร

มีรายงานว่า กรณีร้านอาหารที่อนุญาตให้เปิดในวันที่ 3 พ.ค. ศบค.จะทำคู่มือกลางให้สถานประกอบการนำไปปฏิบัติ อาทิ ต้องเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก ตึกแถวหรือคูหา ติดกันไม่เกิน 2 คูหา เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวแกง ร้านอาหารตามสั่ง เจ้าของร้านจะต้องเตรียมพื้นที่บริการ ให้มีระยะห่างระหว่างกัน 1 เมตร ขณะที่การตั้งโต๊ะต้องห่างกัน 1-2 เมตร ต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ และพื้นที่ต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแอลกอฮอล์ผสมอยู่ทำความสะอาด มีระบบระบายอากาศให้มีการหมุนเวียนอากาศ 10 เท่าต่อชั่วโมง ต้องทำสัญลักษณ์การเว้นระยะห่างบริเวณจุดชำระเงิน ต้องทำความสะอาดห้องน้ำและจุดสัมผัสทุก 1 ชั่วโมง เช่นประตู ลูกบิด ที่สำคัญต้องจัดเตรียมภาชนะ อุปกรณ์ ส่วนบุคคลให้กับลูกค้า ไม่ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น เครื่องปรุง เกลือป่น ซอสต่างๆ เป็นต้น

ปรับกิจกรรม 3 วันสำคัญของชาติ

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดพิธีหรือกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญว่า เดือน พ.ค.มีวันสำคัญของชาติ 3 วัน ประกอบด้วย วันฉัตรมงคล 4 พ.ค.วันวิสาขบูชา 6 พ.ค. และวันพืชมงคล 11 พ.ค. ขณะนี้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รัฐบาลได้จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับมาตรการต่างๆ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค วันฉัตรมงคลจะไม่มีการจัดงานพระราชพิธีหรือจัดกิจกรรมแต่อย่างใด ในการนี้รัฐบาลได้พิจารณาดำเนินการการถวายพระพรชัยมงคล สารคดีเฉลิมพระเกียรติฯ ตกแต่งสถานที่ประดับธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ เครื่องราชสักการะ จัดสมุดลงนามถวายพระพร จัดทำคำถวาย พระพรชัยมงคล พระบรมฉายาลักษณ์ ลงบนหน้าหลักของเว็บไซต์ของหน่วยงาน สำหรับวันวิสาขบูชา สำนักพระราชวังจัดพิธีจุดเทียนรุ่ง ถวายเป็นพุทธบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไม่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมพิธี ส่วนวันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ไม่มีพระราชพิธีแรกนาฯ ที่ท้องสนามหลวง ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานในพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันที่ 11 พ.ค.โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้หว่านข้าว ไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วม

ก.คลังตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียน

ส่วนที่หน้าประตู 4 กระทรวงการคลัง มีเหตุวุ่นวายรายวันจากชาวบ้านที่มาสอบถามเรื่องเงินเยียวยา 5,000 บาท จากการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com บรรยากาศวันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า ยังมีประชาชนเดินทางมาเพื่อเรียกร้องสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง กระทรวงได้จัดโต๊ะและเจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน 5 จุด พร้อมแจกบัตรคิว ใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม อาทิ ต้องยืนห่างกัน 1 เมตร ใส่หน้ากากผ้า และจัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่จุดรับเรื่อง บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย สำหรับการตั้งโต๊ะดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีประชาชนมาร้องเรียนหน้ากระทรวงการคลังทุกวัน บางรายกินยาเบื่อหนูเพื่อฆ่าตัวตาย บางรายนอนขวางหน้าประตูการคลัง บางรายขู่จะผูกคอตาย เพื่อเรียกร้องให้ข้าราชการและผู้บริหารกระทรวงหันมาสนใจเรื่องดังกล่าว

อุตตม สั่ง จนท.ดูแลชาวบ้าน

ต่อมานายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.คลัง ลงมาสังเกตการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนก่อนเปิดเผยว่านายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดโต๊ะและเก้าอี้ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาร้องเรียน โดยวันนี้เป็นวันแรกที่กระทรวงการคลังได้จัดโต๊ะ 5 ชุด รับเรื่องร้องเรียน เมื่อมาถึงจะต้องรับบัตรคิว ยืนเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกัน จะมีเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ โดยการตั้งโต๊ะรับเรื่องจะมีไปต่อเนื่องตามเวลาราชการ ต้องยอมรับว่าที่มาร้องเรียนมีหลายกรณี เจ้าหน้าที่อาจจะไม่สามารถตอบหรือไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันที แต่จะรับเรื่องไว้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทบทวนสิทธิ์ใหม่ให้กดปุ่มม่วง

นายธนกรกล่าวต่อว่า ในวันที่ 1 พ.ค. เว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่พลาดไปกดปุ่มยกเลิกสิทธิ์รับการเยียวยา หรือยกเลิกการทบทวนสิทธิ์โดยไม่ตั้งใจ เข้าไปกด “ปุ่มสีม่วง” เพื่อยื่นทบทวนสิทธิ์ได้ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ลงทะเบียนร้องเรียนจำนวนมากกดยกเลิกโดยไม่รู้ ทำให้เข้าไปทำรายการเพื่อขอรับเงินเยียวยาไม่ได้ ระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 06.00-18.00 น.ทุกวัน สำหรับการจ่ายเงินนั้น ในสัปดาห์หน้าจะจ่ายเงินให้ผู้ที่ผ่านสิทธิ์ได้ทั้งหมด 10.6 ล้านคน ขอยืนยัน หากประชาชนลงทะเบียนถูกต้อง ครบขั้นตอน มีเงื่อนไขถูกต้องจะได้รับเงินแน่นอน ส่วนการจ่ายเงิน 5,000 บาท คาดว่าในวันที่ 8 พ.ค.จะจ่ายเงินได้ครบทุกคน โดยสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. คาดว่าจะแจกเงินได้ไม่น้อยกว่า 10.6 ล้านคน จาก 16 ล้านคน ที่เหลืออีก 5 ล้านกว่าคนจะพยายามเร่งกระบวนการทบทวนสิทธิ์ให้เร็วที่สุด

แท็กซี่ขี่ จยย.ขวางประตูคลัง

แต่ความวุ่นวายยังมีให้เห็น โดยเมื่อเวลา 10.30 น. หน้าประตู 4 กระทรวงการคลัง นายพงศ์พิชาญ ธนาถิรพงศ์ อายุ 57 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาจอดขวางหน้าประตู 4 ตะโกนโวยวายเรียกร้องให้กระทรวงการคลังจ่ายเงินเยียวยาให้ในวันนี้ โดยอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลังโทร.เข้ามาหาเป็นการส่วนตัวบอกจะได้รับเงินแน่ แต่ตนไม่เชื่อ เพราะตั้งแต่ลงทะเบียนมาตรการเมื่อวันที่ 28 มี.ค.63 ผ่านมา 32 วัน ยังไม่ได้รับเงิน ก่อนจะตัดพ้อว่าจะต้องกินยาเบื่อหนูฆ่าตัวตายเหมือนป้าที่กระทรวงการคลัง หรือต้องปีนรั้วเอาเหล็กแหลมทิ่มคอแล้วไปนอนโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าถึงจะได้รับเงิน เพราะตอนนี้ไม่มีเงินส่งลูกเรียนแล้ว

คลั่งปีนรั้วจะเข้าไปหา “อุตตม”

จากนั้นนายพงศ์พิชาญ พยายามปีนรั้วหน้ากระทรวงการคลัง เข้าไปหานายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เพื่อให้กระทรวงการคลังโอนเงินจากมาตรการเยียวยา 5,000 บาทให้ภายในวันนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานรักษาความปลอดภัยต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่จะนำตัวลงมา พร้อมกรอกข้อมูลในโทรศัพท์ของนายพงศ์พิชาญ ผ่านเว็บ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อเช็กสิทธิ์ ผลปรากฏว่า นายพงศ์พิชาญเป็นผู้ได้รับสิทธิ์มาตรการเยียวยา 5,000 บาทแล้ว กระทรวงการคลังจะโอนเงินให้เร็วที่สุด แต่นายพงศ์พิชาญระบุว่า ไม่เชื่อเพราะไปที่ไหนเจ้าหน้าที่ก็บอกแบบนี้ เงินยังไม่เข้า และเรียกร้องให้โอนเงินให้ทันที รวมทั้งพยายามจะก่อความวุ่นวายอีกครั้งแต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ก่อน และให้นั่งพักเพื่อสงบสติอารมณ์

จนท.ไม่พอรับเรื่องร้องชาวบ้าน

จนกระทั่งช่วงบ่าย ที่จุดรับเรื่องร้องเรียนเริ่มมีความวุ่นวายอีกครั้ง เนื่องจากประชาชนเริ่มมารับคิวจำนวนมาก แต่โต๊ะรับเรื่องร้องเรียนมีแค่ 5 โต๊ะ ไม่เพียงพอกับจำนวนประชาชนที่มารับคิวกว่า 400 ราย ทำให้ล่าช้า บางรายรับบัตรคิวและกลับบ้านเพื่อเดินทางมาใหม่ในวันรุ่งขึ้นเพราะรอไม่ไหว

2 ลุงป้าสงสัยอยู่สถานะไหน

จากการสอบถามผู้เดินทางมาร้องเรียนในวันนี้ นางสม ขุนทอง อายุ 70 ปี กล่าวว่า ลงทะเบียนไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าอยู่ในสถานะใดเพราะไม่มีข้อความแจ้งกลับมา อยากมาให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ เดิมเก็บขวดมาขายได้บ้าง ปัจจุบันขายไม่ได้เลย ค่าบ้านก็ต้องจ่าย ทุกวันนี้เอาข้าวเย็นมาหุงกันใหม่ กินมื้อต่อไปๆ อยากให้รัฐบาลปลดล็อกให้ประชาชนขายของหรือไปไหนได้เหมือนเดิม เพราะตอนนี้ไปไหนไม่ได้อยู่แต่บ้าน จะอดตายอยู่แล้วเช่นเดียวกับนายสมพร วัสดี อายุ 59 ปี กล่าวว่า มาเพราะอยากได้ความชัดเจนว่าตนอยู่ในสถานะใด หลังจากมีข้อความส่งมาให้ไปกรอกข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปกรอกข้อมูลแล้ว ไม่มีข้อความใดๆส่งมาเพิ่มเติมอีก จึงเดินทางมาสอบถามที่กระทรวงการคลังด้วยตัวเอง เดิมประกอบอาชีพขายสินค้ามือสอง พระเครื่อง ชามกระเบื้อง และผ้าพันคอ แต่หลังจากรัฐมีคำสั่งปิดตลาดและสถานที่ต่างๆ ทำให้ออกไปค้าขายสินค้าไม่ได้

“ลวรณ”ชี้ตรวจสอบในเว็บเร็วสุด

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวว่าผู้ใหญ่ในกระทรวงการคลังสั่งห้ามเจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนประชาชนที่มาร้องเรียนเรื่องเงินเยียวยา 5,000 บาท ไม่เป็นความจริง เพราะได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปคุยเพื่อสอบถามปัญหา แต่กระบวนการดำเนินการจำเป็นที่จะต้องทำบนระบบออนไลน์ ลูกค้าต้องทำด้วยตัวเองหรือให้คนช่วยกรอกข้อมูล โดยวันที่ 1 พ.ค. นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการดูแลผู้ได้รับการเยียวยา จะประชุมเพื่อดูแลคนที่ยังตกหล่น ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท คือกลุ่มเปราะบาง คนพิการ คนสูงอายุ และคนชายขอบ ส่วนการโอนเงินเยียวยานั้น ได้โอนเงินเข้าบัญชีแล้ว 8 ล้านคน จาก 10.6 ล้านคน อีก 2.6 ล้านคน จะโอนในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.นี้ ส่วนอีก 400,000-500,000 คน เพิ่งผ่านเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา 29 เม.ย.จะโอนภายในวันที่ 8 พ.ค. ขอให้ประชาชนที่ลงทะเบียนตรวจสอบสถานะของการลงทะเบียนของตนเองในเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com ในปุ่มตรวจสอบสิทธิ์ เพราะจะเป็นข้อมูลที่อัปเดตที่เร็วที่สุดมากกว่าข้อความ SMS จะส่งตามไปที่หลัง

เยียวยาเกษตรกรยังต้องใช้เวลา

ส่วนมาตรการเยียวยาให้กับเกษตรกร นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการเยียวยาและชดเชยให้กับภาคเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จำนวน 5,000 บาท 3 เดือน เกษตรกรจำนวนมากได้ไปที่สำนักงานของกรมส่งเสริมการเกษตรในต่างจังหวัด เพื่อสอบถามความชัดเจนเมื่อไหร่จะได้เงิน จะใช้เวลามากน้อยเพียงใด ขณะนี้ต้องยอมรับว่าทะเบียนเกษตรกร ยังซ้ำซ้อนกันอยู่มาก อยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ์

ขอให้ตรวจสอบทะเบียนเล่มสีเขียว

นายเข้มแข็งกล่าวว่า เกษตรกรต้องกลับไปดูเล่มทะเบียนสีเขียว ออกโดยกรมส่งเสริมการเกษตร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทะเบียนเกษตรกร ว่าอัปเดตหรือปรับปรุงข้อมูลหรือไม่ หากไม่ปรับปรุงข้อมูลตั้งแต่ปี 60 อาจจะไม่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา เพราะตามระเบียบหากไม่ติดต่อ หรือปรับปรุงทะเบียน แสดงว่าไม่มีการยืนยันตัวตน เสี่ยงมากที่จะไม่ได้รับเงิน 5,000 บาท 3 เดือน แต่หากปรับปรุงทะเบียน ในปี 61-ปัจจุบัน ไม่น่ามีปัญหา แต่เพื่อความมั่นใจขอให้เกษตรกรตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลทะเบียน ก่อนที่รัฐบาลจะอนุมัติจ่ายเงิน ส่วนเกษตรกรที่ทำการเกษตรจริงๆแต่ไม่เคยลงทะเบียน ผู้นำชุมชนสามารถตรวจสอบได้ กลุ่มนี้สามารถดำเนินการขึ้นทะเบียนกับเกษตรจังหวัดภายในวันที่ 15 พ.ค.63 เพื่อยืนยันตัวตนได้ว่าประกอบอาชีพเกษตรกรรม และสามารถรับเงินเยียวยาได้เช่นกัน

ผู้ค้าหวยรัฐบ่นอุบขายไม่หมด

อีกด้านหนึ่ง นายชัยวัฒน์ ระวีแสงสูรย์ ประธานเครือข่ายผู้ค้าสลากออนไลน์ไทยและสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า บรรยากาศในการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังไม่ฟื้นตัว แม้คณะกรรมการสลากฯ มีมติให้ออกรางวัลงวดวันที่ 1 เม.ย. ในวันที่ 16 พ.ค.แต่สลากงวดวันที่ 1 เม.ย. ขายมาเกือบ 1 เดือนครึ่ง ยังเหลือสลากในมือกว่า 30-40% ส่วนใหญ่เป็นเลขตระกูล 0 เลขไม่สวย เลขที่ออกรางวัลแล้วในงวดก่อน หลังจากนี้ต้องติดตามว่าระยะเวลายังเหลือจะขายหมดหรือไม่

ขอให้ช่วยเรื่องทำบัตรขายข้ามเขต

นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนการจองและซื้อสลากในงวดวันที่ 1 มิ.ย.63 สำนักงานสลากออกแบบสอบถามไปยังผู้ค้าโควตาว่าจะยังรับสลากในงวดวันที่ 1 มิ.ย.63 ที่จะเริ่มแจกจ่ายสลากในวันที่ 17 พ.ค.63 ไปขายหรือไม่ ถ้าไม่รับถือว่าไม่ผิดระเบียบ ที่ทำให้กับสำนักงานสลาก ตรงนี้คาดว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ค้าแนวทางหนึ่ง เพราะการขายสลากนั้นหากรับจากสำนักงานสลากไปแล้ว ผู้ค้าต้องรับความเสี่ยงหากขายไม่หมด สิ่งที่ต้องการให้สำนักงานสลากฯช่วยเหลือ เร่งในเรื่องการทำบัตรขายสลากข้ามเขต เพราะขณะนี้แม้ยังไม่มีการลงทะเบียน แต่ผู้ค้าเริ่มข้ามเขตไปขายสลากกันแล้ว ดังนั้นอยากให้สำนักงานสลากฯเร่งกระบวนการทำบัตรขายข้ามเขตโดยเร็วภายในสัปดาห์หน้า เพื่อช่วยเหลือผู้ค้ายังมีสลากในงวด 1 เม.ย.63 ต้องขายให้หมดก่อนวันที่ 16 พ.ค.63

ยื่น สตง.สอบงบฯแจกหน้ากากผ้า

อีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ผู้ว่าการ สตง.ตรวจสอบหน้ากากอนามัยผ้าของกระทรวงอุตสาหกรรมที่แจกจ่ายประชาชนมีคุณภาพคุ้มค่าต่องบประมาณที่ใช้ไป 65 ล้านบาทหรือไม่ พร้อมกล่าวว่า หน้ากากผ้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมแจกทางไปรษณีย์มีเสียงวิจารณ์มาก แจกแค่ครอบครัวละ 1 ชิ้น ไม่ใช่ 1 คนต่อชิ้น การจัดส่งยังไม่ทั่วถึง คุณภาพหน้ากากมีปัญหา ไม่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรองรับ อาจเป็นเพราะต้องการหลบเลี่ยงกฎหมายที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ทั้งที่กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานกำกับดูแล แต่กลับใช้ผลิตภัณฑ์ไม่มีมาตรฐานรองรับ เป็นคำถามว่า เมื่อหน้ากากไม่มีมาตรฐานอุตสาหกรรมเอามาแจกให้ประชาชนทำไม และการใช้จ่ายงบฯ 65 ล้านบาทมีประสิทธิผลคุ้มค่าหรือไม่

ร้องปลัด อบจ.ส่อโกงงบฯโควิด

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอมร อมรรัตนานนท์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ นำ น.ส.ปวรีวรรณ นันทปัญญา ที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีต ส.จ.สระบุรี เข้ายื่น หนังสือร้องเรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตรวจสอบการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ของ อบจ.สระบุรี อาจส่อ ไปในทางทุจริต นายอมรกล่าวว่า ในฐานะชาวสระบุรี เห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นการทำงานของปลัด อบจ. สระบุรี ใช้งบฯซื้ออุปกรณ์หลายอย่าง แต่มีข้อมูลทำให้ เห็นถึงสิ่งที่ไม่ปกติ มีการใช้งบจำนวนมากที่เข้าข่าย ผิดกฎหมาย ขอให้นายกฯสั่งการให้ กระทรวงมหาดไทย ย้ายปลัด อบจ.คนนี้ไปก่อนระหว่างการสอบสวน เพราะเกรงจะเป็นปัญหาต่อการตรวจสอบ

ตร.เผย 3 มาตรการช่วยรัฐปราบเชื้อ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย หลังจากรัฐบาลขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือนว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.สส.ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผอ.ศปม.) และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เน้นย้ำว่าถือเป็นภารกิจสำคัญของฝ่ายความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะต้องร่วมสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาล และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ ศบค.ในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โดยได้กำหนดเป็นมาตรการสำคัญของฝ่ายความมั่นคง 3 เรื่องหลัก

ใช้สายตรวจร่วมเปลี่ยนรับเป็นรุก

พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย 1.มาตรการสายตรวจร่วม ฝ่ายความมั่นคงจะปรับการปฏิบัติเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นรุกเข้าสู่ปัญหา ตำรวจจะร่วมกับกรุงเทพมหานคร จังหวัด ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร สาธารณสุข และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีชุดปฏิบัติการร่วมในลักษณะชุดเคลื่อนที่เร็ว หรือชุดปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ ตามคำสั่งและประกาศที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการในกรณีต่างๆ ใน 4 แนวทาง คือการสุ่มตรวจสอบการกักกันแบบ Home Quarantine การเข้าตรวจสถานที่ ร้านค้า สถานประกอบการ ที่ได้รับการผ่อนคลายการบังคับใช้ในบางมาตรการ ว่าสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามสุขลักษณะ ตลอดจนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อ หรือศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ การเข้าไปตรวจสอบและจับกุมการมั่วสุมรวมตัวกันที่อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคทั้งในช่วงกลางวัน และช่วงเวลาเคอร์ฟิว อาทิ โรงแรม หอพัก การร่วมปฏิบัติหน้าที่ตามจุดตรวจเคอร์ฟิว ในเวลา 22.00 น.ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

ยอดฝ่าเคอร์ฟิวลดลงเรื่อยๆ

พล.ต.ท.ปิยะกล่าวเพิ่มเติมว่า ขอฝากมายังพี่น้องประชาชนทุกท่านได้โปรดเข้าใจและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะยังคงคุมเข้ม และเข้มงวดมาตรการต่างๆทั้งในด้านสาธารณสุข การเดินทางและอาชญากรรมเพื่อไม่ให้สถานการณ์กลับมารุนแรงขึ้นใหม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้คำมั่นว่าจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด สำหรับบุคคลที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวลดลงเรื่อยๆ วันนี้ทั้งประเทศเหลือเพียง 500 กว่าคน และเกินกว่าร้อยละ 80 เป็นการจับกุมนอกด่าน เนื่องจากสายตรวจ ออกไปตรวจตามจุดนั้นๆ และพบการฝ่าฝืนต่างๆ เช่น พวกจับกลุ่มมั่วสุมกันตามปากซอย และเมาสุราส่งเสียงดัง ส่วนคดีอาชญากรรมในพื้นที่ต่างๆลดลง กรณีที่เกิดขึ้นจากทรัพย์ เนื่องจากหลายๆคนไม่มีงาน

บุกจับเซียนไฮโลในสวนมะม่วง

ส่วนการจับกุมความผิดในช่วงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในส่วนต่างๆของประเทศ เมื่อค่ำวันที่ 29 เม.ย. นายไชยา สมถวิล นอภ.เมืองพิจิตร ได้รับร้องเรียนว่ามีการลักลอบเล่นการพนันไฮโลในสวนมะม่วงท้ายหมู่บ้านย่านยาว หมู่ 10 ต.ย่านยาว สั่งการให้นายวิมาน สุขขวัญ ปลัดอำเภอนำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ร่วมกับ ร.ท.ชวลิต พณิชีพ นายทหาร กอ.รมน.จ.พิจิตร และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ย่านยาว ไปตรวจสอบพบนักพนันหลายสิบคนล้อมวงเล่นไฮโลกันอย่างสนุกสนาน หันมาเห็นเจ้าหน้าที่ถึงกับวงแตกเผ่นหนีไปคนละทิศละทาง อาศัยความชำนาญพื้นที่เผ่นหนีไปได้บางส่วน ที่เหลือถูกจับกุมตัวได้ 10 คน ของกลางเงินสด 2,420 บาท และอุปกรณ์การเล่นไฮโล นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่านยาว ดำเนินคดี

บุรีรัมย์รวบคนต่อต้านนโยบาย

ส่วนที่ศูนย์ EOC สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผวจ.บุรีรัมย์ พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จ.บุรีรัมย์ ร่วมแถลงกรณีผู้โพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดียระบุว่า “จะออกนอกจังหวัด ไปเที่ยวไหนก็ได้ คุณดึงออกผมก็ติดใหม่ แค่นั้นเอง” “นโยบายบุรีรัมย์แม่ง...” ประกอบภาพถ่ายสติกเกอร์ Buriram Healthy วางไว้บนฝ่ามือ 25 ดวง จับกุมผู้โพสต์ได้ชื่อนายอรรถเดช กัณหาต้อ อายุ 23 ปี ชาว อ.หนองกี่ ให้การว่า ไปบ้านผู้ใหญ่บ้านเห็นสติกเกอร์ 25 ดวงวางอยู่ เป็นสติกเกอร์ติดบัตรประชาชนของผู้ที่มาพำนักอาศัยใน จ.บุรีรัมย์ ด้วยความคึกคะนองนำมาถือถ่ายภาพไปลงโซเชียล เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่สามารถไปทำบุญวันเกิดได้ ไม่ทราบว่าทำผิดกฎหมาย นายธัชกร ผวจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า พิจารณาว่าการกระทำของนายอรรถเดชเป็นการแสดงออกถึงการต่อต้าน ไม่เห็นด้วย และหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ป.จับ 8 วัยรุ่นทำบ่อนออนไลน์

วันเดียวกัน พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป นำกำลังจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาวัยรุ่นเครือข่ายพนันออนไลน์ ได้ 8 ราย พร้อมของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตและสมุดบัญชีธนาคารต่างๆอีกจำนวนหนึ่ง จับกุมทั้งหมดได้ภายในหมู่บ้านเปี่ยมสุข ถนนวางไว้บนฝ่ามือ 25 ดวง จับกุมผู้โพสต์ได้ชื่อนายอรรถเดช กัณหาต้อ อายุ 23 ปี ชาว อ.หนองกี่ ให้การว่า ไปบ้านผู้ใหญ่บ้านเห็นสติกเกอร์ 25 ดวงวางอยู่ เป็นสติกเกอร์ติดบัตรประชาชนของผู้ที่มาพำนักอาศัยใน จ.บุรีรัมย์ ด้วยความคึกคะนองนำมาถือถ่ายภาพไปลงโซเชียล เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่สามารถไปทำบุญวันเกิดได้ ไม่ทราบว่าทำผิดกฎหมาย นายธัชกร ผวจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า พิจารณาว่าการกระทำของนายอรรถเดชเป็นการแสดงออกถึงการต่อต้าน ไม่เห็นด้วย และหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ป.จับ 8 วัยรุ่นทำบ่อนออนไลน์

วันเดียวกัน พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป นำกำลังจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาวัยรุ่นเครือข่ายพนันออนไลน์ ได้ 8 ราย พร้อมของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตและสมุดบัญชีธนาคารต่างๆอีกจำนวนหนึ่ง จับกุมทั้งหมดได้ภายในหมู่บ้านเปี่ยมสุข ถนนปุณณกัณฑ์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังสืบทราบมีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้เปิดกลุ่ม LINE Official Account โพสต์รูปภาพและข้อความโฆษณาชักชวนเล่นการพนันออนไลน์ รูปแบบต่างๆในเว็บไซต์ เช่น บาคารา สล็อตออนไลน์ ได้สืบสวนหาเบาะแส กระทั่งจับกุมได้ ในบ้านที่เปิดเป็นสำนักงานควบคุมระบบตรวจสอบยอดเงินของลูกค้าที่โอนเข้ามา ทั้งนี้พบว่าในบัญชีที่ได้มียอดเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ล้านบาท สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ

ภูเก็ตไฟเขียวลูกจ้างกลับบ้าน

ที่ด่านตรวจภูเก็ต บ้านท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รอง ผวจ.ภูเก็ต พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับมือการเปิดด่านให้ประชาชนที่ตกค้างอยู่ใน จ.ภูเก็ต ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างสถานประกอบการที่ปิดบริการ เดินทางกลับภูมิลำเนาได้ นายสุพจน์กล่าวว่า กำหนดแผนให้ผู้ที่ประสงค์จะกลับภูมิลำเนาเริ่มออกเดินทางได้ตั้งแต่เวลา 05.00 น.วันที่ 1 พ.ค. วันนี้ได้ทำคิวอาร์โค้ดในการจองคิวตามลำดับ เพื่อไม่ให้เกิดการแออัดมากเกินไปบริเวณหน้าด่าน วันแรกจะเริ่มทดลองระบบปล่อยคนออกได้ประมาณ 5,000 คน ผู้ที่เดินทางออกจากภูเก็ตกลับไปภูมิลำเนาของตัวเอง ทางจังหวัดจะแจ้งข้อมูลไปยังปลายทางของทุกคนเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบตามมาตรการของแต่ละจังหวัดต่อไป

สนามบินปิดยาวถึง 15 พ.ค.

ขณะที่นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ได้เซ็นคำสั่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ระงับการดำเนินงานของสนามบินภูเก็ตตามที่ ผวจ.ภูเก็ต ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ภูเก็ต ได้ออกมาตรการยกระดับความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและยับยั้งการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยปิดช่องทางเข้า-ออกในช่องทางบกและช่องทางน้ำ ขยายปิดสนามบินภูเก็ตออกไป 15 วัน จากเดิมที่ปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.63 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 30 เม.ย.63 เวลา 23.59 น. ให้ขยายปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.63 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 15 พ.ค.63 เวลา 23.59 น. หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ จ.ภูเก็ต ยังมีผู้ติดเชื้อเป็นลำดับ 2 ของประเทศ มีอัตราการติดเชื้อสูงที่สุดในประเทศ ทำให้ยังต้องมีการคัดกรอง เฝ้าระวัง ควบคุมโรค เพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ได้มีประกาศขยายเวลาการให้บริการสนามบินภูเก็ตออกไปอีก 15 วัน

โคราชห้ามคนงานไปนอกพื้นที่

ส่วนที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ. ออกประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขอให้ผู้ปฏิบัติงานอยู่ในโรงงานงดเดินทางไปนอก จ.นคร– ราชสีมา เนื่องจากวันที่ 27 เม.ย.พบผู้ป่วยติดเชื้อล่าสุดรายที่ 19 ของจังหวัด เป็นหญิงสาวอายุ 34 ปี ชาว อ.ขามทะเลสอ เป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง ไปเฝ้าอาการป่วยของแม่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ จ.ชุมพร เมื่อต้นเดือน มี.ค. กลับมาเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ก่อนพบว่าติดเชื้อ นอกจากนี้ ยังกำชับนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอให้สอดส่องดูแลในพื้นที่ พบใครกลับมาจากต่างจังหวัดให้รีบเข้าดำเนินการตามคำแนะนำของคำสั่งฉบับดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

กรมคุกขยายเวลางดเยี่ยมญาติ

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงต้องให้ความสำคัญและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย ขอความร่วมมือจากญาติผู้ต้องขังทุกท่าน งดการเยี่ยมญาติ ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ค. ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจในสถานการณ์ และมั่นใจในมาตรการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ติดตามสถานการณ์การเจ็บป่วยของผู้ต้องขังทุกเรือนจำอย่างใกล้ชิดทุกวัน เพื่อจำกัดจำนวนผู้ต้องขังที่อยู่ในภาวะเสี่ยงและติดโรคระบาดนี้ ให้น้อยที่สุด พร้อมวางมาตรการป้องกันไว้อย่างเต็มที่ ตลอดจนมีการตั้งวอร์รูมที่กรมราชทัณฑ์รายงาน ติดตามสถานการณ์ทุกวัน

บก.น.9 แจกอาหาร–ถุงยังชีพต่อเนื่อง

ในขณะที่โครงการ คนไทยไม่ทิ้งกัน อิ่มนี้เพื่อคุณ #สู้โควิด-19 กับโครงการช่วยเหลือตำรวจและครอบครัว#สู้โควิด-19 ของ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 ที่ร่วมกับชมรมเบญจสัมพันธ์ กต.ตร.ในพื้นที่ นายปรีชา ประสพผล ประธานคณะที่ปรึกษา ผบก.น.9 กับคณะที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตในพื้นที่ จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนและข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ยังคงเดินสายแจกข้าวกล่อง ข้าวสาร อาหารแห้ง ให้กับประชาชนที่เดือดร้อนเพราะโควิด-19 รวมถึงแจกถุงยังชีพแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัวตามโรงพักต่างๆ ในสังกัด บก.น.9 อย่างต่อเนื่อง มาเป็น เวลากว่า 2 สัปดาห์แล้ว วันเดียวกัน พล.ต.ต.โชคชัย พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิศิษฐ์ สังขนันท์ ผกก.สน.บางขุนเทียน ได้ไปแจกข้าวแก่ประชาชน ที่ลานจอดรถหน้าห้างบิ๊กซี บางบอน พื้นที่ สน.บางขุนเทียน และแจกถุงยังชีพให้แก่ข้าราชการตำรวจ สน.หลักสอง สน.ภาษีเจริญ ร่วมกับ พ.ต.อ.สำเริง รอดผล ผกก.สน.เทียนทะเล นำคณะไปแจกอาหารประชาชนที่ลานจอดรถตลาดเรือพระร่วง ซอยเทียนทะเล 26 จากนั้นไปแจกถุงยังชีพข้าราชการตำรวจที่ สน.แสมดำ 86 นายและ สน.ท่าข้าม 149 นาย

ร้านตัดผมขอนแก่นพร้อมเปิด

ส่วนที่ จ.ขอนแก่น หลัง ศบค.ผ่อนปรนกิจการและกิจกรรม 6 อย่างให้เปิดดำเนินการได้ เริ่มวันที่ 3 พ.ค. แต่ต้องปฏิบัติตามหลักสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ที่ร้านขุนทองบาร์เบอร์ ร้านตัดผมชื่อดังตั้งอยู่เลขที่ 525/3 ถนนหน้าเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ได้ทำความสะอาดเตรียมเปิดให้บริการลูกค้า ประตูทางเข้าร้านมีเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย เจลและแอลกอฮอล์ล้างมือ ในร้านได้ทำความสะอาดเช็ดเก้าอี้และอุปกรณ์ตัดผมให้เรียบร้อย นายสิทธิกร แก่นอากาศ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านเผยว่า หลังได้รับการผ่อนปรนให้กลับมาเปิดบริการเชื่อว่าช่างตัดผมและเจ้าของร้านทั่วประเทศมีความพร้อม 100% ทุกร้านต้องรักษาความปลอดภัยของตัวเองและลูกค้าที่มารับบริการ เตรียมเจลล้างมือ เครื่องวัดอุณหภูมิ รวมถึงช่างตัดผมและลูกค้าต้องใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันไม่ให้เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดได้

เล่นกีตาร์ขายน้ำพริกสู้ชีวิต

ส่วนที่บริเวณริมถนนตัดใหม่ พรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 มีประชาชนจอดรถซื้อน้ำพริกริมถนน โดยมีผู้ขายเป็นนักดนตรียืนเล่นกีตาร์อยู่ 2 คน มีป้ายข้อความวางตั้งข้างๆระบุว่า “น้ำพริกนักดนตรีตกงานมาเป็นเดือน ช่วยอุดหนุนหน่อยครับ 3 กระปุก 100” โดยนายสุรกานต์ รุ่งเจริญ วัย 41 ปี 1 ใน 2 พ่อค้านักกีตาร์เผยว่า ตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย นักดนตรีถือเป็นอาชีพแรกๆที่ต้องตกงาน และเป็นอาชีพท้ายๆที่ได้รับเงินช่วยเหลือ จากเดิมที่เคยเล่นดนตรีคืนละ 2 แห่ง และรับเล่นดนตรีตามงานอีเวนต์มีรายได้เดือนละหลายหมื่นบาท แต่ตอนนี้รายได้เป็นศูนย์ รายจ่ายเท่าเดิม ทั้งมีลูกเมียที่ต้องเลี้ยงดู ไม่สามารถอยู่เฉยๆรอความช่วยเหลือจากรัฐเพียงอย่างเดียวได้ ต้องดิ้นรนผันตัวมาขับแกร็บคาร์ วาดรูปขาย มาจนถึงพ่อค้าขายน้ำพริกเร่ ร่วมกับนายปณีตชาย ลอยถาดทอง วัย 40 ปี ไม่มีนักดนตรีคนไหนเตรียมตัวว่าจะต้องตกงานนานขนาดนี้ บางคนไม่มีเงินเหลือติดตัวเลยสักบาทเดียว โชคดีได้รับเงินเยียวยาประกอบกับมีรถและมีความรู้ด้านศิลปะ ใช้หารายได้ประทังไปก่อนได้ แต่หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ห่วงว่าจะมีคนที่ไม่มีทางทำกินอาจต้องผันตัวไปเป็นมิจฉาชีพ อยากให้รัฐผ่อนปรนในส่วนของสถานบันเทิง และเยียวยาให้รวดเร็วทั่วถึงกว่านี้ เพราะทราบว่ามีนักดนตรีหลายคน ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เงินช่วยเหลือ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1สู้โควิด-19ประยุทธ์ จันทร์โอชาทวีศิลป์ วิษณุโยธินพรก.ฉุกเฉินข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้