เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดลุกลามไปทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อใกล้แตะ 3 ล้านราย เสียชีวิตทะลุ 2 แสนศพไปแล้ว โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อ เมื่อเวลา 13.31 น. วันที่ 26 เม.ย. อยู่ที่ 2,898,704 ราย เสียชีวิต 203,043 ศพ รักษาหาย 822,264 ราย จากการรายงานของศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์
- ยอดผู้เสียชีวิตเกือบ 90% มาจากยุโรปและสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก 53,934 ศพ เกือบครึ่งอยู่ในรัฐนิวยอร์ก ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ อยู่ที่ 939,249 ราย สูงเป็นอันดับ 1 ของโลกเช่นกัน
- สเปนมีผู้ติดเชื้อ รองจากสหรัฐฯ อยู่ที่ 223,759 ราย ตามมาด้วยอิตาลี ติดเชื้อ 195,351 ราย ฝรั่งเศส ติดเชื้อ 161,644 ราย เยอรมนี ติดเชื้อ 156,513 ราย และอังกฤษ ติดเชื้อ 149,569 ราย
- อิตาลี มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอันดับ 2 ของโลก อยู่ที่ 26,384 ศพ ตามมาด้วยสเปน เสียชีวิต 22,902 ศพ ฝรั่งเศส 22,614 ศพ และอังกฤษ เสียชีวิต 20,319 ศพ
- ผู้ติดเชื้อในอังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ในช่วง 24 ชั่วโมง มีผู้ติดเชื้อเพิ่มใหม่กว่า 5 พันราย เป็นสิ่งท้าทาย นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ซึ่งหายป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และจะกลับมาทำงานในวันจันทร์นี้ ต้องรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการล็อกดาวน์ และเร่งควบคุมเชื้อไวรัสโควิดไม่ให้ระบาดรุนแรง
- ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษเตรียมอนุมัติการทดสอบนำพลาสมาหลายยูนิตของผู้เคยติดเชื้อไวรัสโควิดและหายดีแล้ว ซึ่งมีภูมิคุ้มกัน มารักษาผู้ป่วยประมาณ 5,000 คนต่อสัปดาห์
- สถานการณ์ในกลุ่มประเทศอาเซียน ภายหลังสิงคโปร์มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดระลอก 2 โดยต้นตอมาจากหอพักแรงงานต่างด้าว ทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมมากที่สุดในอาเซียน 13,624 ราย และภายในวันเดียว เพิ่มขึ้นอีก 900 กว่าราย ส่วนผู้เสียชีวิต 12 ศพ
- อินโดนีเซีย มีผู้ติดเชื้อ 8,607 ราย รองจากสิงคโปร์ แต่ผู้เสียชีวิตสูงสุดในอาเซียน 720 ศพ ส่วนฟิลิปปินส์ มีผู้ติดเชื้อ 7,294 ราย เสียชีวิต 494 ศพ มาเลเซีย ติดเชื้อ 5,742 ราย เสียชีวิต 98 ศพ และตามมาด้วยไทย ติดเชื้อ 2,922 ราย เสียชีวิต 51 ศพ
- ขณะที่เวียดนาม ภายหลังไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันกว่า 1 สัปดาห์ และไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว จึงประกาศปลดล็อกดาวน์ แต่กลับพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก 2 ราย เป็นชาวเวียดนามเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น รวมผู้ป่วย 270 ราย
- ไทย อยู่อันดับที่ 57 ของโลก ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวม 2,922 ราย เสียชีวิตรวม 51 ศพ รักษาหาย 2,594 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุระหว่าง 20-29 ปี จำนวน 699 ราย อายุมากสุด 97 ปี และน้อยสุด 1 เดือน
- ผู้ติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี มากสุด 1,622 ราย รองลงมาภาคใต้ 662 ราย ภาคกลาง 368 ราย ภาคอีสาน 108 ราย และภาคเหนือ 95 ราย โดยช่วง 7 วันที่ผ่านมา มี 14 จังหวัด พบผู้ป่วยติดเชื้อ ได้แก่ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ชลบุรี สมุทรปราการ กระบี่ ชุมพร นราธิวาส ปัตตานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา
- ช่วง 28 วันที่ผ่านมา ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม ใน 11 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ สุโขทัย อุทัยธานี มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด และ 9 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน ได้แก่ อ่างทอง สิงห์บุรี ตราด ชัยนาท กำแพงเพชร พิจิตร น่าน บึงกาฬ และระนอง ส่วนสตูล มีเฉพาะ State Quarantine รวม 18 ราย
- ผู้ป่วยรายใหม่ในไทย ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยรายก่อนหน้า เพราะฉะนั้นทุกคนต้องดูแลสุขภาพให้ดี เพราะขณะนี้ยังไม่มียารักษาโรคนี้ และยังไม่มีวัคซีน คาดกันว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 จะอยู่กับมนุษย์อีกยาวจนถึงต้นปี 2564 หรือมากกว่านั้น อีกทั้งเชื้อนี้มีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา แต่กลายพันธุ์ช้ากว่าเมื่อเทียบกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่.
...