กรมพัฒนาที่ดิน ลุยช่วยเกษตรกรขุด "สระจิ๋ว" เพิ่มพื้นที่แหล่งน้ำทำการเกษตร แก้แล้งหนัก หลังรัฐสนับสนุนงบประมาณ ปี 2563 เพิ่ม ให้กระทรวงเกษตรฯ มอบ พด.เร่งก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน จำนวน 4,900 บ่อ บรรเทาทุกข์ภัยแล้งช่วยเกษตรกร
เมื่อวันที่ 18 เม.ย.63 น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า เนื่องจาก ปีงบประมาณ 2563 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดิน จัดทำ "โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน" โดยการขุดสระน้ำในไร่นา หรือ "สระจิ๋ว" ขนาด 1,260 ลบ.ม. จำนวน 40,000 บ่อ เป็นการบรรเทาสภาพปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม โดยจะให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่ายสมทบ 2,500 บาท/บ่อ ไปแล้วนั้น ซึ่งที่ผ่านมาโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานได้รับการตอบรับจากเกษตรในพื้นที่เป็นอย่างมาก มีการกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรทั้งประเทศ และในปีนี้มีสภาพอากาศที่แล้งจัด ประกอบกับฝนทิ้งช่วง เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากการที่ไม่มีน้ำใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม
"กรมพัฒนาที่ดินจึงได้ขอสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล ราว 71,520,000 บาท และขอใช้งบประมาณเหลือจ่ายปี 2563 อีกประมาณ 16,092,000 บาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ปี 2563 (เพิ่มเติม) อีกจำนวน 4,900 บ่อ เพื่อเกษตรกรในพื้นที่นอกเขตชลประทานได้มีแหล่งน้ำที่เหมาะสมกับการเกษตร เป็นการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรผสมผสาน ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงปลาในบ่อ สร้างรายได้เสริมแก่เกษตรกร และน้ำจากบ่อยังเป็นแหล่งน้ำสำหรับเลี้ยงวัวที่เกษตรกรเลี้ยงไว้บริโภคอีกด้วย"น.ส.เบญจพรกล่าว
อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวด้วยว่า กรมพัฒนาที่ดิน ได้ให้สถานีพัฒนาที่ดินในสังกัดทั่วประเทศ ร่วมกับหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน รณรงค์ประชาสัมพันธ์ขยายผลการปฏิบัติสู่เกษตรกรและประชาชน ในการร่วมกันรักษาและพัฒนาแหล่งน้ำชุมชน แหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้เกษตรกรและประชนทั่วไป ได้ใช้ทรัพยากรดินและทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่ามากขึ้น เพื่อช่วยกันบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ หลังจากดำเนินการแล้วเสร็จ เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้เป็นส่วนมาก เนื่องจากมีความรู้ความเข้าใจในการคัดเลือกพื้นที่ และเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินประชุมชี้แจงเกษตรกรก่อนดำเนินการ ทำให้พื้นที่เกษตรกรมีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและใช้น้ำเต็มประสิทธิภาพ.