กรมส่งเสริมการเกษตรรณรงค์หยุดเผาพื้นที่เกษตร ดึงชุมชนมีส่วนร่วม สร้างจิตสำนึก และนำวัสดุเหลือใช้ไปทำประโยชน์ หวังลดฝุ่นพิษ PM 2.5 เข้าชุมชนเมือง พร้อมขยายผลทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 15 เม.ย.63 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การเผาในพื้นที่เกษตรถือเป็นปัญหาสำคัญที่เรียกว่าเป็นอีกวิกฤติหนึ่งของประเทศก็ว่าได้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว จึงได้กำชับหน่วยงานในสังกัดช่วยกันดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากการเผาทำให้เกิดฝุ่นละออง โดยเฉพาะ PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อตัวบุคคลเป็นหลัก และตัวสิ่งแวดล้อมเป็นตัวควบคุมอีกครั้งหนึ่ง แต่ท่านเป็นห่วงเป็นใยกับชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ หากได้รับผลกระทบจาก PM 2.5 เข้าไปจะมีปัญหาต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ท่านจึงมอบนโยบายให้กับกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมต่าง ๆ ช่วยกันดูแล โดยเฉพาะเรื่องการให้ความรู้กับพี่น้องเกษตรกรก็ดีหรือประชาชนโดยทั่วไปก็ดี สิ่งเหล่านี้ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนอีกภารกิจหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายเข้มแข็ง กล่าวอีกว่า ได้เริ่มปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานของคณะทำงานป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืชและเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร ซึ่งมีนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน โดยได้เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรว่า การเผาในที่โล่งทั้งพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ป่าก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนและเศรษฐกิจอย่างมาก
นอกจากนี้การไถกลบตอซังและฟางข้าวจะช่วยคลุกเคล้าปรับปรุงบำรุงดิน ช่วยย่อยสลายและเพิ่มอินทรียวัตถุ เพิ่มธาตุอาหารให้พืช ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพราะไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมีมาก การอัดฟางก้อนสามารถสร้างรายได้จากการขายฟ่อนฟางเพื่อนำไปใช้เพาะเห็ดหรือเป็นอาหารสัตว์
"การเผานั้นนอกจากทำให้เกิดมลพิษแล้ว ยังมีโทษตามกฎหมายด้วย จากนี้จะเร่งรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่เกษตรโดยใช้เครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ ศพก. ซึ่งเป็นต้นแบบก่อนขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่น ๆ ในชุมชน ให้สามารถลดปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรด้วยการใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน" อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว.