การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด ตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุด เมื่อเวลา 10.48 น. วันที่ 12 เม.ย. มีจำนวน 1,777,666 ราย เสียชีวิตทะลุหลักแสน 108,867 ศพ รักษาหาย 404,372 ราย

  • ยอดผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ ยังน่าเป็นห่วง ภายใน 24 ชั่วโมง เสียชีวิตกว่า 2,000 ศพ ในช่วงบ่ายวันเสาร์ โดยเฉพาะในรัฐนิวยอร์ก ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก รวมทั้งสิ้น 20,608 ศพ แซงหน้าอิตาลีไปแล้ว จากจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก 529,951 ราย 



  • สเปน มีผู้ติดเชื้ออันดับ 2 ของโลก จำนวน 163,027 ราย เสียชีวิต 16,606 ศพ อันดับ 3 ของโลก ส่วนอิตาลี มีผู้ติดเชื้อ 152,271 ราย เสียชีวิต 19,468 ศพ รองจากสหรัฐฯ ตามมาด้วยฝรั่งเศส มีผู้ติดเชื้อ 130,730 ราย เสียชีวิต 13,832 ศพ และเยอรมนี มีผู้ติดเชื้อ 125,452 ราย เสียชีวิต 2,871 ศพ

  • องค์การอนามัยโลกเปิดเผยในรายงานสถานการณ์รายวัน พบว่า ณ วันที่ 8 เม.ย. มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด จำนวน 22,073 ราย และตัวเลขอาจจะมากกว่านั้น โดยติดเชื้อจากที่ทำงานและชุมชนผ่านทางสมาชิกในครอบครัว



  • สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในไทยน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่มขึ้นไม่ถึง 100 ราย ในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดวันที่ 12 เม.ย. เพิ่มขึ้น 33 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 2,551 ราย ใน 68 จังหวัด เสียชีวิตเพิ่ม 3 ศพ รวม 38 ศพ 

  • ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 33 ราย แยกเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 14 ราย, ยะลา 5 ราย, ภูเก็ต 4 ราย, ปัตตานี 3 ราย, นราธิวาส และสมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย, เลย ชลบุรี และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 1 ราย

  • ที่มาการติดเชื้อของผู้ป่วยทั้ง 33 ราย พบว่า กลุ่มที่ 1 สัมผัสกับผู้ป่วยเดิม 15 ราย สถานบันเทิง 2 ราย กลุ่มที่ 2 คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 1 ราย สถานที่ชุมชน 1 ราย อาชีพเสี่ยงทำงานสถานที่แออัด 1 ราย และบุคลากรทางการแพทย์ 7 ราย ส่วนอีกกลุ่มรอสอบสวนโรค 4 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ติดเชื้อ 2 ราย เดินทางมาจากอินโดนีเซีย 

  • ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย โดยรายที่ 1 เป็นชายไทย อายุ 74 ปี ป่วยเบาหวานและไขมันในเลือดสูง รับเชื้อมาจากตลาดนัด รายที่ 2 หญิงไทย อายุ 65 ปี เดินทางไปเยี่ยมญาติใน จ.ชุมพร และรายที่ 3 ชายไทย อายุ 44 ปี อวัยวะภายในล้มเหลว ต้องล้างไตหลายครั้ง และเสียชีวิตเมื่อเช้าวันที่ 12 เม.ย.

...