ข่าว
100 year

"DSI COVID-19" ศูนย์รับร้องเรียนปัญหา เตือนคนทำผิด หยุดก่อนเจอดี

ไทยรัฐออนไลน์5 เม.ย. 2563 00:29 น.
SHARE

"ดีเอสไอ" ตั้งศูนย์ "DSI COVID-19" รับร้องเรียนปัญหา "ไตรยฤทธิ์" เผยได้รับเรื่องแล้วกว่า 300 เรื่อง เตือนคนทำผิดหยุดก่อนเจอดี แย้มมีข้อมูลเพียบ ยันมีมาตรการเข้มคุมโรคตามนโยบายรัฐ

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.63 นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพิเศษในสถานการณ์การแพร่เชื้อระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศูนย์ DSI COVID-19) ล่าสุดเราได้รับแจ้งข้อมูลจากประชาชนที่เดือดร้อนเข้ามากว่า 300 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาหน้ากากอนามัย อาทิ การขายเกินราคา สินค้าไม่ได้มาตรฐาน และบางรายโดนหลอกให้โอนเงินแล้วไม่ได้รับสินค้า โดยส่วนใหญ่เป็นการโฆษณาและขายสินค้าในระบบออนไลน์ แต่เนื่องจากบางเรื่องที่แจ้งเข้ามาไม่เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ ทางดีเอสไอจึงไม่มีอำนาจโดยตรงในการไปจัดการ เราจึงได้แจ้งเตือนไปยังผู้ถูกร้องเรียน ให้คำแนะนำกับผู้ร้องเรียน และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงไปดำเนินการแทน 

"ตอนนี้มีหลายข้อร้องเรียนที่แจ้งเราเข้ามา ทางดีเอสไอได้ดำเนินการให้เรียบร้อย หลายคนที่ร้องเรียนเข้ามาได้รับเงินคืน ส่วนเรื่องการขายหน้ากากเกินราคานั้น เราได้ประสานเจ้าหน้าที่ในจังหวัดนั้นๆไปปราบปราม และดำเนินคดีในหลายๆที่แล้วเช่นกัน นอกจากนี้เรากำลังจะสนธิกำลังกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการลงพื้นที่ตรวจค้นดำเนินคดีตามข้อมูลของผู้ที่แจ้งเบาะแสเข้ามา ซึ่งตนขอเตือนผู้ที่กำลังทำผิดกฎหมาย และหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอให้หยุดการกระทำเสีย ขณะนี้เรามีข้อมูลที่ประชาชนทยอยส่งเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งเราเอาจริงเอาจังในการดำเนินคดีตามกฎหมาย" นพ.ไตรยฤทธิ์ กล่าว

นพ.ไตรยฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนช่องทางการร้องเรียน เนื่องจากสถานการณ์ของโควิดที่รัฐบาลออกมาตรการควบคุมการเดินทางและให้อยู่บ้านหยุดเชื้อ DSI Call Center 1202 คู่สายอาจจะเต็ม เราจึงได้จัดทำช่องทางเพิ่มคือ QR Code โดยประชาชนสามารถเข้าสู่เวปไซต์ของดีเอสไอ และจะมี QR Code ให้สแกนเพื่อเข้าไปกรอกข้อมูลร้องเรียน ซึ่งจะสามารถกรอกรายละเอียดต่างๆได้อย่างละเอียด เช่น การร้องเรียนหน้ากากอนามัยเกินราคา ขายในพื้นที่ใดหรือเว็บไซด์หรือเฟซบุ๊กใด ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้กรองข้อมูลเรียบร้อย จะติดต่อกลับไปยังผู้แจ้งข้อมูล เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง ทั้งนี้ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะเป็นความลับ และหากผู้ใดแจ้งเบาะแสเท็จก็จะมีโทษตามกฎหมายด้วย นอกจากนี้ในเว็บไซด์ของดีเอสไอยังได้นำข้อมูลที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากช่องทางต่างๆ ไปแสดงผลบนระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อให้สามารถเห็นถึงแนวโน้มและทิศทางของอาชญากรรมแต่ละประเภท ที่มีความสัมพันธ์ในเชิงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสามารถบูรณาการในการป้องกันปราบปรามกับหน่วยงานภูมิภาค หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพตรงตามวัตถุประสงค์

นอกจากนี้ นพ.ไตรยฤทธิ์ ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกับไวรัสโควิด-19 หลังเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอติดเชื้อว่า มาตรการการป้องกันทางดีเอสไอได้เริ่มมานานแล้ว เช่น การเข้าออกประตูทางเดียว การวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าอาคาร การขึ้นลิฟท์เรามีทิชชู่ให้กดแล้วทิ้ง การยืนในลิฟท์มีการยืนแยกและได้ทำรางการยืนแบบหันหลังชนกันไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อนั้น เราคิดว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งเราได้ปิดพื้นที่ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในชั้นที่เจ้าหน้าที่คนนั้นทำงาน และชั้นอื่นๆใกล้เคียงเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังได้ด้สั่งกักตัวผู้ที่เกี่ยวข้องและอยู่ในกลุ่มเสี่ยงประมาณ 100 คน และกำชับว่าหากใครมีไข้หรืออาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที และตามนโยบายของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ออกมาเน้นการลดเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาทำงานในอาคาร เน้น Work form Home ซึ่งทางดีเอสไอเรามีระบบการทำงานนอกสถานที่รองรับการทำงานได้ทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ทั้งนี้จากการตรวจสอบอย่างละเอียดขณะนี้ ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยกระทรวงยุติธรรมยังมีช่องทางการร้องเรียนหลัก คือ ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข โทร 1111 ต่อ 77 อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ไวรัสโคโรนาไวรัสโคโรน่าไวรัสอู่ฮั่นดีเอสไอศูนยัรับเรื่องรองเรียนDSI COVID-19ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้