ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เผยยังมีการฝ่าฝืน เคอร์ฟิวคืนแรก

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์5 เม.ย. 2563 05:20 น.
    SHARE

    ตร.ลุยพวกกักตุนเสนอลงโทษหนัก

    บรรยากาศเคอร์ฟิวคืนแรกถนนโล่ง แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนในจังหวัดต่างๆของประเทศ ด้านโฆษก ตร.ขอชาวบ้านอย่าตื่นตระหนก โดยเฉพาะเรื่องการกักตุนสินค้าขายเกินราคาซ้ำเติมประชาชน จับได้ให้เสนอศาลลงโทษสถานหนัก ขณะที่ตำรวจและกรมการค้าภายในออกจับกุมผู้ค้าและกักตุนหน้ากากอนามัยเกินราคาอย่างต่อเนื่อง ด้าน กมธ.ปราบโกงระบุ รอข้อมูลจาก พณ.หน่วยสุดท้าย เชื่อแก๊งตุนหน้ากากมีคนรัฐเกี่ยว ส่วนการขายแอลกอฮอล์ตามปั๊มน้ำมัน ปตท.ทั่วกรุงป่วน ของมีจำกัดแต่คนไม่รู้ต่อคิวซื้อไร้ระเบียบ ซ้ำไม่สนระยะห่างทางสังคม

    ภายหลังรัฐบาลประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-30 เม.ย.63 มีคำสั่งปิดสถานที่หลายแห่งเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้สินค้าอุปโภคและบริโภคขาดตลาดและมีราคาแพง อาทิ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ และไข่ไก่สด ส่วนหนึ่งมาจากการกักตุนเก็งกำไร รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีสั่งการแก้ไขพร้อมสืบสวนหาผู้อยู่เบื้องหลังการกักตุนและจับกุมมาดำเนินคดี พร้อมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบลงทะเบียน รับเงิน 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ใช้มาตรการรับมือโควิด-19 เข้มข้นขึ้น เพราะคนยังไม่หยุดเดินทางอีกทั้งมีการมั่วสุมจัดปาร์ตี้ในสถานที่ต่างๆ โดยการประกาศเคอร์ฟิว หรือห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานทั่วประเทศในช่วงเวลาประมาณ 22.00-04.00 น. มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.63

    ปล่อยแถวเคอร์ฟิวคืนแรก

    โดยบรรยากาศคืนแรกของการประกาศใช้เคอร์ฟิว โดยเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 3 เม.ย. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วงเวียนใหญ่) เขตธนบุรี พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า บก.น.8 และ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศกิจ และจิตอาสา รวม 160 นาย ร่วมปล่อยแถวออกปฏิบัติงานตามจุดเสี่ยงต่างๆ ในพื้นที่รองรับคำสั่งเคอร์ฟิวจากรัฐบาล โดยการระดมพลปล่อยแถวครั้งนี้เน้นการรวมตัวหารือกำชับข้อสั่งการภายใต้มาตรการเว้นระยะทางสังคมหรือ Social Distancing ก่อนเข้าร่วมพิธีจะตรวจวัดไข้ แจกจ่ายเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และให้กำลังพลทุกนายสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

    บิ๊กทหารตำรวจร่วมตรวจจุดสกัด

    ส่วนบรรยากาศและการตรวจเยี่ยมของผู้บังคับ บัญชาตามด่านตรวจค้นต่างๆในช่วงประกาศเคอร์ฟิววันแรก เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และป้องกันอาชญากรรม พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ได้ออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม บริเวณจุดตรวจค้นใต้สถานีบีทีเอส หมอชิต ถนนพหลโยธิน (ขาเข้า) ต่อจากนั้น พล.ต.ต.ปิยะเดินทางไปจุดตรวจค้นแยกประชาธรรม ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (ขาเข้า) และที่จุดตรวจค้นบริเวณแยกอมรพันธ์ ตลาดเสรีไทย ถนนเสรีไทย

    ยังมีหลุดวิ่ง ใช้วิธีเตือนก่อน

    ต่อมาเวลา 00.05 น. วันที่ 4 เม.ย. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ไปตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่บริเวณใต้สะพานข้ามแยกมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ขาเข้า และที่จุดตรวจแยกขนส่งพื้นที่ 4 ถนนสุวินทวงศ์ขาเข้า จุดตรวจแยกเจ้าคุณทหาร และจุดตรวจแยกเคหะร่มเกล้า ทุกจุดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทหารและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติหน้าที่ บรรยากาศบนท้องถนน นานๆจะมีวิ่งมาสักคันเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ 1-2 วันนี้จะใช้วิธีตักเตือนคนขับให้รีบกลับบ้าน เนื่องจากเป็นช่วงประกาศเคอร์ฟิว หลังจากผ่านพ้นไปแล้วจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    ถนนมีแต่รถวับวาบตำรวจทหาร

    ส่วนบรรยากาศที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานที่หลักสำหรับประชาชนที่จะขึ้นรถโดยสารสาธารณะ เพื่อกลับบ้านในแต่ละวัน เมื่อรัฐบาลมีประกาศห้ามประชาชนออกจากเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00- 04.00 น. ทำให้ประชาชนรีบกลับบ้าน จนพื้นที่รอบๆอนุสาวรีย์ชัยโล่งอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับสภาพการจราจรช่วงถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า ช่วงหน้าสนามบินดอนเมืองจนถึงห้าแยกลาดพร้าว ต่อด้วยถนนพหลโยธินขาเข้าถึงแยกกำแพงเพชร มีรถวิ่งบนถนนน้อย ส่วนมากจะเป็นรถส่งสินค้า บริเวณแยกเกษตรมีทหารออกตรวจต่อเนื่องถนนประเสริฐมนูกิจ (ถนนเกษตรนวมินทร์ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม) ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ถนนโล่ง ตามแยกต่างๆ มีทหารตรวจประชาสัมพันธ์ผู้ใช้เส้นทาง

    เชียงใหม่จับ 21 คนไม่ให้ประกันตัว

    ส่วนการจับกุมผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวในคืนแรก พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เผยว่า หลังปล่อยแถวตั้งจุดตรวจจุดสกัดทั่วเมืองและทุกอำเภอของ จ.เชียงใหม่ ตามมาตรการ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยบังคับใช้กฎหมายเคอร์ฟิวเวลา 22.00 น.ถึงเวลา 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ทั่วจังหวัดเชียงใหม่ตามท้องที่ที่ตั้งด่านตรวจจับผู้ฝ่าฝืนในคืนแรกได้รวม 21 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนขี่รถ จยย.อ้างว่าออกมาหาเพื่อน บางคนชักชวนไปนั่งดื่มสุรา สั่งการให้พนักงานสอบสวนทุกโรงพักนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องต่อศาลโดยไม่ให้ประกันตัว

    2 หนุ่มเมาทุบร้านเซเว่นฯ

    ส่วนที่ จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 3 เม.ย. นายชุ้น ณัฐเดช กังสุกุล นอภ.บางใหญ่ นำกำลังตรวจความสงบเรียบร้อยตามมาตรการคำสั่งเคอร์ฟิว ถึงบริเวณข้างสำนักงานเทศบาลตำบลบางใหญ่ พบชาย 2 คนนุ่งกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ ไม่คาดหน้ากากอนามัย อยู่ในอาการมึนเมายืนทุบประตูหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เจ้าหน้าที่จับกุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อนายอนุชา ยอดสีดา อายุ 33 ปี และนายอำนาจ บัวศักดิ์ อายุ 32 ปี นำตัวส่ง สภ.บางใหญ่ ดำเนินคดีตามข้อหาฝ่าฝืนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ส่วนภาพรวมทั้งจังหวัดนนทบุรีจับกุมผู้ฝ่าฝืนคำสั่งทั้งหมด 7 รายได้ผู้ต้องหา 8 คน ส่วนที่ จ.ปทุมธานี ตำรวจจับกุมผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวได้ทั้งหมด 9 ราย นำตัวส่งดำเนินคดีพร้อมคัดค้านการประกันตัวทั้งหมด

    ฝรั่งหัวหินแอบเปิดร้านอาหาร

    นายธนนท์ พรรพีภาส นอภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.หัวหิน ร่วมกันจับกุมนายสเตเกอร์ ตอนิเลียส ริชาร์ด อายุ 68 ปี ชาวสวิตเซอร์แลนด์ เจ้าของร้านอาหารศาลาบัว ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน ลอบเปิดร้านให้ชาวต่างชาติกว่า 10 คนเข้ามานั่งทานอาหารในร้าน แจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งข้อ 1.4 ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ประจวบคีรีขันธ์ที่ 3/2563 ลง 25 มี.ค.63 นำตัวส่ง สภ.หัวหิน ดำเนินคดี

    โฆษก ตร.ขออย่าตื่นตระหนก

    วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร.กล่าวว่า การออกข้อกำหนดห้ามมิให้มีการออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. ทั่วราชอาณาจักร เว้นผู้ที่มีเหตุจำเป็น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง มีข้อกำหนดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาด และลดการสัญจรของพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกแนวทางปฏิบัติของตำรวจคือเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ยังกระทำความผิดตามข้อกำหนดใน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

    เข้มกลุ่มบิดเบือน–ฉวยโอกาส

    โฆษก ตร.กล่าวต่อว่า ได้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบิดเบือนข้อมูล การหลอกลวง การกักตุนสินค้า และการขายสินค้าเกินราคา เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมประชาชน และยกระดับจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดระหว่างจังหวัดหรือกรุงเทพมหานครกว่า 400 แห่ง ทั่วประเทศ เป็นจุดตรวจเข้มแข็ง จุดตรวจเคลื่อนที่ สายตรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว กระจายไปในทุกหมู่บ้าน ตำบล เพื่อควบคุมการเดินทางเฉพาะเท่าที่จำเป็น และร่วมปฏิบัติจากทุกฝ่ายทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง สารวัตรทหารและ กอ.รมน.จังหวัด เสริมการทำงานของหน่วยงานด้านสาธารณสุขในการคัดกรองคนในพื้นที่กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ

    จับได้ให้เสนอศาลลงโทษหนัก

    พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการไปยังทุกสถานีตำรวจ ดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนด้วยความรวดเร็ว และให้รีบเสนอสำนวนมีความเห็นเสนอพนักงานอัยการสั่งฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลลงโทษในสถานหนักและไม่รอการลงโทษ ในส่วนของกลางขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินตามกฎหมายและผู้กระทำความผิดที่มีประวัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมาก่อน ขอให้ลงโทษสถานหนัก ขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือ ห้ามออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. เว้นมีเหตุจำเป็น

    ฝ่าเคอร์ฟิวมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

    พล.ต.ท.ปิยะกล่าวอีกว่า ในกรณีจังหวัดที่มีการออกประกาศ สั่ง ห้าม เตือน หรือแนะนำอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่เข้มงวดหรือเคร่งครัดกว่านี้ให้ปฏิบัติตามประกาศ หรือคำสั่งนั้นมีข้อยกเว้นให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานด้านการธนาคาร การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตการเกษตร การขนส่ง ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ การขนส่งหนังสือพิมพ์ การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่งพัสดุภัณฑ์ การขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก การขนย้ายประชาชนไปสู่ที่เอกเทศ การเข้าออกเวรทำงานผลัดกลางคืนตามปกติ การเดินทางมาหรือไปท่าอากาศยาน เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของทางราชการหรือผู้ที่มีเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

    “นิพนธ์” สั่งเข้มเข้า–ออกมาเลย์

    นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การเข้า-ออกช่องทางพรมแดนติดต่อประเทศมาเลเซียในพื้นที่ภาคใต้ 5 จังหวัด คือ จ.สงขลา นราธิวาส สตูล ปัตตานี และยะลา กำชับเรื่องการตรวจตราการเข้า-ออกชายแดนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการลักลอบเข้ามาใช้ช่องทางธรรมชาติ หากพบเห็นให้ดำเนินการตามกฎหมาย และข้อสั่งการตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ได้ทันที สำหรับด่านถาวรให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบระมัดระวังและดูแลตนเองขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ต้องขอบคุณผู้ว่าฯทุกจังหวัด รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นลำดับแรก เพราะไม่อยากให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น

    เปิดด่านมาเลเซีย 6 เม.ย.

    นายขจรจักษณ์ นวลพรมสกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤติจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ประเทศมาเลเซียได้ปิดด่านชายแดนปาดังเบซาร์ ด่านสะเดา จ.สงขลา และด่านเบตง จ.ยะลา ส่งผลกระทบในเรื่องราคายาง และตลาดการส่งออกยาง กยท.ได้หาทางประสานร่วมกับนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาผู้แทนราษฎร จ.สงขลา สถานกงสุลมาเลเซีย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงความมั่นคงของมาเลเซีย ล่าสุด มาเลเซียได้ตอบตกลงให้เปิดด่านปาดังเบซาร์ ด่านขนส่งทางรถไฟเพิ่มเริ่มเปิดด่านวันที่ 6 เม.ย.โดยแต่ละเที่ยวจากประเทศไทยจะต้องส่งเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟ 19 คน ดูแลตู้คอนเทนเนอร์สินค้าที่จะนำเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย และต้องผ่านการตรวจคัดกรองของประเทศมาเลเซียทุกครั้ง

    แจ้งกำนัน–ผญบ.ก่อนกรีดยาง

    ขณะเดียวกัน หลังมีประกาศจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ตั้งแต่ 3 เม.ย. เป็นต้นไป ส่งผลกระทบถึงชาวสวนยางในการประกอบอาชีพ เพราะเป็นเวลาออกกรีดยาง ทำให้ขาดรายได้ กยท.ได้นำข้อพิจารณาปรึกษานายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานบอร์ด กยท. และได้ออกหนังสือขอผ่อนปรนไปยัง (ศบค.) และได้รับการผ่อนปรน ชาวสวนยางสามารถออกกรีดยางได้ตามปกติ แต่ให้แจ้งกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้รับทราบด้วย ขอความร่วมมือชาวสวนยางปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล รักษาสุขอนามัย เพื่อยุติการแพร่เชื้อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

    พักหนี้ 7 ด.ช่วยชาวสวนยาง

    สำหรับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางที่กู้ยืมเงินกับ กยท.ผ่านกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49 (3) เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ทำสวนยาง ปรับปรุงคุณภาพการผลิต การแปรรูป การตลาด กยท.ได้ขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป 7 เดือน ตั้งแต่ มี.ค.-ก.ย.63 และผู้ที่กู้ยืมเงินผ่านกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49 (5) เงินกู้ยืมเพื่อสวัสดิการ ขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป 60 วัน ถึง พ.ค.63 และขยายต่อไปได้อีก หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ผู้ที่เข้าข่ายการช่วยเหลือ เป็นชาวสวนยาง 30,000 ราย สถาบันเกษตรกร 848 ราย คิดเป็นเงินกู้จากมาตรา 49 (3) 505 ล้านบาท และเงินกู้จากมาตรา 49 (5) 211 ล้านบาท รวมเป็นเงินมูลหนี้ 716 ล้านบาท โดยพักชำระเงินต้นและงดเก็บดอกเบี้ย ทั้งนี้กยท.เปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ยางพารา ไม่เว้นวันหยุดราชการ ติดต่อโทรศัพท์ ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. ผ่านหมายเลข 0-2433-5772, 0-2435-3469

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1เคอร์ฟิวกักตุนอาหารหน้ากากอนามัยเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกักตุนสินค้าข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้