ข่าว
100 year

เช็กความพร้อมบุคลากรทางการแพทย์ไทย รพ.สนาม เมื่อโควิดระบาด เข้าเฟส 3

ไทยรัฐออนไลน์31 มี.ค. 2563 19:37 น.
SHARE

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ตัวเลขเข้าใกล้ กทม. จนหลายฝ่ายกังวลโรงพยาบาลที่มีอยู่ทั้งรัฐและเอกชน จะเพียงพอรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่?

  • ข้อมูลในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมาในด้านความพร้อมด้านสาธารณสุข พบว่าปัจจุบันไทยมีแพทย์ ทั้งโรงพยาบลเอกชนและรัฐ จำนวน 37,160 คน และพยาบาล จำนวน 151,571 คน ซึ่งน่าจะเพียงพอ โดยจำนวนเตียงผู้ป่วยใน กทม. ในส่วนห้องแยกผู้ป่วยเดี่ยว มีจำนวน 237 เตียง ห้องความดันลบ 136 เตียง ห้องแยกผู้ป่วยรวม 143 เตียง ส่วนต่างจังหวัด ห้องแยกผู้ป่วยเดี่ยว มีจำนวน 2,444 เตียง ห้องความดันลบ 1,042 เตียง และห้องแยกผู้ป่วยรวม 3,061 เตียง

  • กรณีเมืองอู่ฮั่น มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากที่สุด โดยทางการจีน ทยอยกักกันผู้ติดเชื้ออาการเล็กๆ น้อยๆ ให้ไปอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ที่ดัดแปลงเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.พ. จนสามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อ และควบคุมการแพร่ระบาดได้สำเร็จ ทำให้หลายประเทศถอดบทเรียนเตรียมพร้อมสถานที่ เพื่อปรับให้เป็นโรงพยาบาลสนาม หรือโรงพยาบาลชั่วคราว เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

  • รวมทั้งไทย จะต้องเตรียมโรงพยาบาลสนามให้พร้อม ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รองรับสถานการณ์หากเข้าสู่เฟส 3 ในไม่ช้านี้ โดยห้องแยกผู้ป่วยแบบรวมหลายเตียง หรือ โรงพยาบาลสนาม ใน กทม.มี 143 เตียง ส่วนต่างจังหวัด มี 3,061 เตียง พร้อมการสนับสนุนของโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพ พบว่ามีเตียงผู้ป่วยหนัก 98 เตียง และสำหรับผู้ป่วยไม่หนัก 471 เตียง รวมถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ของหน่วยเสนารักษ์ และสถานที่ต่างๆ เช่น โรงนอน อาคารรับรองในค่ายทหาร คาดว่าประมาณ 3,000 เตียง

  • เช่นเดียวกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ไม่รอช้าได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งแรกของไทย และเปิดให้บริการแล้ว โดยใช้อาคารดีลักซ์ สูง 14 ชั้น ซึ่งเคยเป็นหอพักเอเชียนเกมส์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สามารถรองรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลเครือข่าย ที่อาการดีขึ้นแล้ว และอยู่ในระหว่างการกักตัว จำนวน 308 เตียง 

อีกหนึ่งโรงพยาบาลสนามในต่างจังหวัด เช่น อุบลราชธานี ได้เปิดใช้อาคาร 4 ชั้น ห่างจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ประมาณ 6 กิโลเมตร บนถนนแจ้งสนิท ต.แจระแม อ.เมือง ข้างศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี รองรับผู้ป่วย 75 เตียง ที่มีอาการเป็นไข้ หรือเข้ามาตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อแยกออกมาไม่ให้แพร่เชื้อ

หรือ จ.อุดรธานี ตั้งโรงพยาบาลสนามด้วยตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 12 เมตร จำนวน 2 ตู้ ที่ได้รับบริจาคจากเอกชน บริเวณลานจอดรถด้านข้างโรงพยาบาลอุดรธานี ส่วนภูเก็ต ได้เลือกศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ ปรับเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาล เนื่องจากห่างไกลชุมชน อากาศถ่ายเทได้ดี โดยแยกผู้ป่วยชายและหญิง โดยโซนคนไข้ เรียกว่าโซนติดเชื้อ ไม่อนุญาตให้ญาติเข้าไปเยี่ยม เช่นเดียวกับ จ.นราธิวาส มีการเปิดโรงพยาบาลสนาม บริเวณโรงพยาบาลกัลยานิวัฒนาการุณย์ รองรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง จำนวน 34 เตียง

ไม่เท่านั้นทางภาคเอกชน ได้เสนอตัวให้ใช้สถานที่ในโรงแรมและอาคารต่างๆ เพื่อปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลสนาม อย่างกรณีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้มอบโรงแรมส่วนตัว Bric Box Hotel Buriram ให้เป็นโรงพยาบาลสนาม หรือสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เตรียมเสนอกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาเปิดโรงพยาบาลสนาม โดยใช้พื้นที่หอพักนักศึกษา 3 อาคาร บนเนื้อที่ 21.5 ไร่

ขณะที่ จ.พังงา ใช้พื้นที่โรงแรมพังงา เบย์ รีสอร์ท ซึ่งปิดกิจการไปแล้ว เป็นโรงพยาบาลสนามรองรับผู้เฝ้าสังเกตอาการที่ต้องคัดกรอง ส่วนเชียงใหม่ ได้เตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนาม ในส่วนของโรงพยาบาลสันกำแพง รวม 351 ห้อง จัดสรรออกเป็นห้องสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 75 ห้อง ห้องสำหรับเตรียมอาหาร ห้องซักรีด ห้องเก็บอุปกรณ์ต่างๆ และห้องสำหรับผู้ป่วย จำนวน 276 ห้อง เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกคัดกรองมาจากโรงพยาบาลต่างๆ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ไวรัสโคโรน่าไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าโรงพยาบาลสนามความพร้อมรับมือโควิดเช็กความพร้อมรับมือโควิดรับมือโควิดเฟส 3การศึกษา

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้