ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ศรรามโต้โกงแมสก์ เมียโดนแจ้งจับ (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์31 มี.ค. 2563 05:28 น.
    SHARE

    ขอคืนเงิน 9 แสน ให้เจ้าของคลินิก ที่ไม่ได้รับสินค้า! ยํ้าเลิกธุรกิจแล้ว

    “หนุ่ม-ศรราม” งานเข้าอีก หลังสาวเจ้าของสหคลินิก ย่าน มีนบุรี หอบหลักฐานแจ้งความกับตำรวจ สน.หัวหมาก สั่งซื้อหน้ากากอนามัย 2 แสนชิ้น ราคา 1.9 ล้านบาทกับ “ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์” ผู้เป็นภรรยา ผลเมื่อครบกำหนด กลับไม่ได้ของ แถมโดนยึดเงินมัดจำ 9 แสนบาท แต่คล้อยหลังไม่นาน “หนุ่ม-ศรราม” ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก แจงเตรียมทำธุรกิจขายหน้ากากอนามัย พอรัฐประกาศเป็นสินค้าควบคุมเลยเลิกทำ พยายามติดต่อคืนเงินมัดจำแล้วแต่ติดต่อไม่ได้

    ที่ สน.หัวหมาก เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 มี.ค. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำ น.ส.พร (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เจ้าของสหคลินิกแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.หัวหมาก เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐานฉ้อโกง กับ น.ส.กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ หรือติ๊กบิ๊ก บราเธอร์ อายุ 36 ปี ภรรยา หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ นักแสดงคนดัง หลังสั่งซื้อหน้ากากอนามัยกว่า 2 แสนชิ้นทางออนไลน์ แต่ไม่ได้รับของตามที่ตกลงทำให้สูญเงินมัดจำกว่า 9 แสนบาท พร้อมนำหลักฐานการสนทนาทางไลน์ สลิปการโอนเงิน คลิปเสียงการสนทนา มามอบให้เป็นหลักฐาน

    น.ส.พรกล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของคลินิกตรวจสุขภาพย่านมีนบุรี มีความต้องการหน้ากากอนามัยมาใช้ส่วนตัว ในสถานพยาบาลของตนเอง รวมถึงเพื่อนร่วมวิชาชีพทั้งแพทย์ พยาบาล ที่ต้องการใช้ในการตรวจผู้ป่วย ด้วยสภาวะการขาดแคลนหน้ากาก อนามัย พยายามหาซื้อตามที่ต่างๆจนรู้จักกับภรรยาของนักแสดงคนดังกล่าวผ่านทางไลน์ ที่มีเพื่อนแนะนำว่าสามารถนำเข้าหน้ากากอนามัยจากต่างประเทศได้ กระทั่งเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ติดต่อสั่งซื้อหน้ากากอนามัย ยี่ห้อ 3 เอ็ม ที่นำเข้าจากประเทศเวียดนามราคาชิ้นละ 9.50 บาท จำนวน 2 แสนชิ้น รวมเป็นเงิน 1,900,000 บาท และต้องจ่ายค่ามัดจำ 900,000 บาท ซึ่งคู่สัญญาระบุว่าจะได้รับของภายในวันที่ 13 มี.ค. จึงโอนเงินมัดจำก้อนแรก 400,000 บาท จากนั้นทยอยโอนเงินให้อีก 6 ครั้งจนครบ 900,000 บาท สาเหตุที่ตัดสินใจสั่งซื้อหน้ากากอนามัยกับ น.ส.กนิษฐรินทร์ หรือติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ เนื่องจากเป็นคนมีชื่อเสียงน่าเชื่อถือ มีการกำหนดวันเวลารับสินค้าที่แน่นอน อีกทั้งมีการระบุให้รับของได้ที่บ้านของ หนุ่ม-ศรราม ยิ่งทำให้เกิดความเชื่อมั่นยิ่งขึ้นว่าไม่น่าจะถูกหลอก

    “พอถึงวันที่ 13 มี.ค. ปรากฏว่าดิฉันไม่ได้รับของตามนัดหมาย พยายามติดต่อทางไลน์ แต่อีกฝ่ายบ่ายเบี่ยงอ้างเหตุผลต่างๆ หลังจากนั้นดิฉันพยายามรอมาอีกกว่าสิบวัน แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่อยากได้ของแล้ว ขอเงินส่วนที่ดิฉันเสียไปคืนมาเท่านั้น แต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้ จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความ” น.ส.พรกล่าว

    ขณะที่ พ.ต.ท.นพพรกล่าวว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของหลักฐานทั้งหมดว่าเข้าข่ายฉ้อโกงหรือไม่ หากมีหลักฐานการสั่งซื้อแต่เกิดขัดข้องส่งสินค้าล่าช้า ส่วนนี้จะเป็นความผิดทางแพ่ง แต่ถ้าไม่มีหลักฐานการติดต่อซื้อหน้ากากจริงก็จะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง เบื้องต้นพบการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้เสียหายทำในเขตพื้นที่ สน.ลาดกระบัง หลังจากนี้ต้องประสานไปยังพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ดำเนินการ เนื่องจากเป็นพื้นที่จุดเริ่มเหตุ

    เย็นวันเดียวกัน “หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์” ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงว่า ตนและภรรยาเตรียมจะทำธุรกิจจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งวันที่ 5 มี.ค. คู่กรณีรายนี้ได้ตกลงสั่งซื้อสินค้าหน้ากากอนามัย 2 แสนชิ้นในราคา 1,900,000 บาท กำหนดส่งมอบวันที่ 13 มี.ค.จริง แต่หลังจากที่ทางการประกาศว่าหน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม ในวันที่ 6 มี.ค. จึงตัดสินใจจะไม่ทำธุรกิจผิดกฎหมายและยอมเสียเงินที่สั่งของไปแล้วล่วงหน้า กระทั่งมีหนังสือจากสำนักงานทนายความระบุเรื่องขอบอกเลิกสัญญาซื้อ-ขายและขอให้คืนเงินค่าสินค้า ภายใน 7 วันหากครบกำหนดจะถูกดำเนินคดี ซึ่งก็ตรงกับวันนี้พอดี ที่ผ่านมาภรรยาพยายามติดต่อผู้เสียหายมาโดยตลอดเพื่อคืนเงินมัดจำ 9 แสนบาทแต่เจ้าตัวไม่รับโทรศัพท์ และให้ประสานไปยังสำนักงานทนายความเท่านั้น ซึ่งตนยังประสานตำรวจ สน.หัวหมาก ให้ช่วยติดต่อมารับเช็คดังกล่าวกลับไปด้วย แต่กลับมีทนายอีกคนมาไลฟ์แจ้งความจับออกชื่อตนในสื่อชัดเจน ยืนยันจะไม่ทำธุรกิจหรือส่งของผิดกฎหมายให้เด็ดขาด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1หนุ่ม ศรรามติ๊ก กนิษฐรินทร์หน้ากากอนามัยสน.หัวหมากอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้