บีทีเอสขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ที่ ใช้บริการ เพื่อความมั่นใจของ ผู้ร่วมเดินทาง ยืนยันไม่ลดความถี่ขบวนรถ แม้เชื่อว่าผู้โดยสารจะลด หลัง กทม.สั่งปิดห้างตลาดร้านค้า ส่วนโฆษก ปชป.จี้ “อัจฉริยะ” หยุดโจมตีพรรคประชาธิปัตย์และบุคคลในพรรค ท้าแน่จริงเปิดชื่อนามสกุลจริงคนกักตุนแมสก์ ด้าน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลตกใจหน้ากากอนามัยที่กระบี่ขายชิ้นละ 30 บาท
จากภาวะสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด ในประเทศ ปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย เจลล้างมือและแอลกอฮอล์ ยังคงแก้ไม่ตกแม้ว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนจะเร่งแก้ปัญหา ขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯ กทม.ได้ขอความร่วมมือให้รถไฟฟ้าขนส่งสาธารณะลดจำนวนผู้ใช้บริการทั้งระบบล้อ ราง เรือ เพื่อลดการแพร่เชื้อ อาจจะกระทบกับประชาชนที่จะรอรถนานขึ้น โดยจะเริ่มมาตรการในวันที่ 22 มี.ค. นั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 มี.ค. นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวยืนยันว่า บีทีเอสจะไม่ปรับลดความถี่ขบวนรถ จะให้บริการความถี่สูงสุดเช่นเดิม เพื่อให้ผู้โดยสารมีระยะห่างในการเดินทางมากขึ้น และจะขอความร่วมมือจากผู้โดยสารในการใช้ระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing บริเวณชานชาลาและในขบวนรถ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้โดยสาร แต่สิ่งสำคัญขณะนี้คือการขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยเมื่อใช้บริการรถไฟฟ้า เพื่อให้ผู้ร่วมใช้บริการเกิดความมั่นใจ และป้องกันการระบาดในระบบเดินรถทั้งในขบวนรถและในสถานี ส่วนจำนวนผู้โดยสารขณะนี้คาดว่าจะลดลงอีก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างประเมินตัวเลข เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนของนักเรียน นักศึกษา รวมถึงมีพนักงานบริษัทเอกชนที่ใช้มาตรการทำงานที่บ้าน และเชื่อว่าจะมีผู้โดยสารลดลงอีกจากการประกาศให้ปิดห้างสรรพสินค้าของ กทม.
วันเดียวกัน นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยถึงแนวทางในการกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ของผู้โดยสารที่เดินทางในระบบการขนส่งทางราง ว่า จากการประชุมร่วมกับผู้ให้บริการ รถไฟ และรถไฟฟ้า ทั้งของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTS) และเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันให้ ขร. ออกประกาศกรมการขนส่งทางราง เรื่อง ข้อแนะนำในการปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาด สำหรับผู้โดยสารและหน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งทางราง ซึ่งในประกาศดังกล่าวจะมีข้อกำหนดบังคับให้ผู้ที่จะมาใช้บริการรถไฟฟ้า หรือรถไฟ ทุกคนก่อนเข้ามาใช้บริการต้องสวมใส่หน้ากาก คาดว่าจะสามารถออกประกาศได้ต้นสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกันพบว่าผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสกว่า 99%, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ 99%, รถไฟฟ้าใต้ดิน mrt มากกว่า 95% สวมใส่หน้ากากก่อนเข้ามาใช้บริการรถไฟฟ้า มีเพียงผู้ใช้บริการของ รฟท.ที่ 70% เท่านั้นที่สวมใส่หน้ากาก ได้ประสานงานร่วมกันที่จะให้ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแต่ละประเภทหาหน้ากากผ้า ที่ประสานจากกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำลังผลิต มาจำหน่ายเสริมหน้าจุดคัดกรองผู้โดยสารก่อนที่จะเข้าระบบก่อนการบริการ หน้ากากจะเป็นราคาควบคุม เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ไม่มีหน้ากากใส่ รวมถึงจะขอความร่วมมือกับหน่วยงาน สมาคม หรือกลุ่มที่ผลิตหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้ามาอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารด้วย
ส่วนกรณีที่ว่า ขร. มีอำนาจที่จะออกประกาศหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเป็นผู้กำกับผู้ให้บริการระบบทางราง ขณะเดียวกันมีกฎหมายที่จะรองรับที่จะประกาศออกมา ถ้ากรณีที่ผู้โดยสารไม่ให้ความร่วมมือ ทางผู้ให้บริการสามารถสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ให้ใช้บริการได้ นอกจากนั้นทางผู้ประกอบการจะเพิ่มจุดคัดกรองมากขึ้น เช่น รฟม.จะเพิ่มจุดคัดกรองก่อนเข้าระบบจากเดิมมีจุดคัดกรอง 13 สถานี ในวันจันทร์ที่ 23 มี.ค.ที่จะถึงนี้จะเพิ่มจุดคัดกรองเป็น 26 สถานี และจะเพิ่มเป็น 53 สถานี ในเดือน เม.ย. นอกจากนั้นในส่วนของรถไฟฟ้าบีทีเอส จากการสอบถามพบว่าทางผู้ให้บริการจะมีการเพิ่มเทอร์โมสแกนในการคัดกรองผู้โดยสารเข้าระบบมากขึ้นจากเดิมมีเทอร์โมสแกนเพียง 5 สถานีจากทั้งหมด 43 สถานี จะเพิ่มเทอร์โมสแกนเป็น 23 สถานี ในเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้
ส่วนปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย และขายแพงเกินจริง รัฐบาลยังคงแก้ปัญหาไม่ตก โดยวันเดียวกัน ที่ร้านขายยาชั้น 2 ห้างเทสโก้โลตัส สาขากระบี่ เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน สำนักงานพาณิชย์ จ.กระบี่ ได้เปิดจุดจำหน่ายหน้ากากอนามัย 250 แพ็ก บรรจุแพ็กละ 4 ชิ้น ในราคาแพ็กละ 10 บาท มาจำหน่ายให้ประชาชนใช้สวมใส่ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีประชาชนมาต่อคิวรอซื้อกันจำนวนมาก แต่เปิดขายเพียงแค่ 10 นาที สินค้าหมดเกลี้ยงไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องผิดหวัง และต้องรอประกาศเปิดจุดจำหน่ายครั้งต่อไป
นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “หน้ากากอนามัยวางขายที่สี่แยกไฟแดง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ราคาแผ่นละ 30 บาท แพงเกินจริง พาณิชย์ จ.กระบี่ ว่าอย่างไรครับ” มีชาวบ้านมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งนี้นายประเสริฐพงษ์เผยว่า ให้น้องสาวไปซื้อหน้ากากบริเวณย่านการค้า อ.เหนือคลอง คนขายแจ้งว่าขายราคาแผ่นละ 30 บาท ตกใจมากเพราะหน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างมาก ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ไม่อยากให้มีการเอาเปรียบผู้คนในช่วงวิกฤติแบบนี้
ส่วนกรณีการพยายามเปิดโปงผู้อยู่เบื้องหลังกับการกักตุนหน้ากากอนามัย วันเดียวกัน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมเหยื่ออาชญากรรม ในชื่อตอน “เด็ดปีกแมลงสาบ” นั้น ขอให้หยุดการกระทำใส่ร้ายโจมตีพรรคประชาธิปัตย์และบุคคลในพรรคให้เกิดความเสียหาย สิ่งที่นายอัจฉริยะออกมาพูดเป็นข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน แค่พยายามเชื่อมโยงเรียงร้อยถ้อยคำโน้มน้าวให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในข้อ เท็จจริง หากมีหลักฐานที่อ้างว่าเด็ดจริง ควรตรวจสอบแบบตรงไปตรงมา แน่จริงให้เอ่ยชื่อจริงนามสกุลจริงออกมาเลย ทั้งนี้นายอัจฉริยะเคยอยู่ในพรรคชาติไทยพัฒนามาก่อน ย่อมทราบดีว่าคนในพรรคย่อมมีความรักและผูกพันในพรรคตัวเอง หากมีใครมาพูดจาในลักษณะที่ทำให้พรรคเกิดความเสียหาย ย่อมไม่มีพรรคไหนยอม
“ผมไม่เคยปกป้องใคร หากผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกว่ากันไปตามถูก แต่ที่พยายามเรียกร้องให้ปฏิบัติคือการตรวจสอบที่ตรงไปตรงมา ให้ตรงประเด็น ไม่ใช่การใช้วาทกรรมให้คนอื่นเกิดความเสียหาย พูดไม่หมดกำกวม ทำให้สังคมไขว้เขวเข้าใจผิดได้” นายราเมศกล่าว