ไม่รอลงอาญาเป็นคดีตัวอย่าง

ศาลพิพากษาลงโทษไม่ให้เอาเยี่ยงอย่าง สาวออฟฟิศอาศัยช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 อ้างตัวเองติดเชื้อหลังไปประชุมที่ประเทศสิงคโปร์ ต้องกักตัว 14 วัน แต่พอศาลเช็กข้อมูลกลับเป็นความเท็จ สั่งออกหมายจับทันทีถือมีพฤติการณ์หลบหนี ตำรวจศาลจับตัวตอนเช้าส่งศาลช่วงบ่ายวันเดียวกัน พิพากษาจำคุก 3 เดือนไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล ไม่มีญาติมายื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ส่งขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 มี.ค. ศาลไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล กรณี น.ส.ปารณีย์ แท่นนาค พนักงานบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ตำแหน่งปฏิบัติการด้านการให้ข้อมูล เป็นจำเลยในคดีปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม กรณีเมื่อวันที่ 13 มี.ค. น.ส.ปารณีย์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ต่อมาศาลอาญาประสานขอข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอคำปรึกษาและมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ 3 คน และ รปภ. 2 คน ที่สัมผัสกับ น.ส.ปารณีย์ กลับไปกักตัวที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ตามคำแนะนำของแพทย์ พร้อมทั้งทำความสะอาดและฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสที่ศาลอาญา แต่เมื่อศาลสอบถามไปยังบริษัทที่ น.ส.ปารณีย์อ้างว่าได้เข้าร่วมประชุมกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประเทศสิงคโปร์ ทราบความจริงว่า น.ส.ปารณีย์ไม่ได้เข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด กระทั่งถึงวันนัดพิจารณาคดีวันที่ 16 มี.ค. น.ส.ปารณีย์ไม่มาศาลตามนัด มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าจะหลบหนี ศาลจึงออกหมายจับ กระทั่งตำรวจศาลจับกุม น.ส.ปารณีย์ไว้ได้ในช่วงเช้าวันที่ 17 มี.ค.

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่ น.ส.ปารณีย์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จเพื่อหวังผลในการดำเนินคดีของตน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมนอกจากจะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาล่าช้า แล้ว ยังก่อให้เกิดความหวาดกลัวและตื่นตระหนกต่อประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาล ถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นการกระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลไต่สวนแล้วพบว่า น.ส.ปารณีย์กระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 31 (1) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 พิพากษาให้จำคุก 3 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว ไม่มีญาติเดินทางมายื่นคำร้องและหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.ปารณีย์ เมื่อถึงกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวไปขังยังทัณฑสถานหญิงกลางตามขั้นตอนภายหลังขั้นตอนเสร็จสิ้น นายชนุดม ปิติฤกษ์ เลขานุการศาลอาญา กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่างกับประชาชนคู่ความที่มาติดต่อศาล ต้องตระหนักว่าไม่ควรใช้สถานการณ์ช่วงนี้มาเป็นเหตุก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อสังคมเพื่อหวังผลทางคดีของตนเอง ทำให้ผู้กระทำต้องไปรับโทษฐานละเมิดอำนาจศาลตามกฎหมาย