กองทัพอากาศ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจเรื่องโรคโควิด-19 ให้กับพี่น้องประชาชน ตามแนวคิด “เปลี่ยนความกลัว เป็นความรู้ที่ถูกต้อง” กับศูนย์กักตัวคนกลับจากประเทศเสี่ยง

วันพุธที่ 11 มีนาคม 2563 พลอากาศเอก สฤษฎ์พงศ์ วัฒนวรางกูร หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ พร้อมด้วย พลอากาศตรี ไวพจน์ เกิงฝาก ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน นายแพทย์สามารถ ถิระศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พลอากาศตรี ธนวิตต สกุลแสงประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล จันทรุเบกษา และนาวาอากาศโทหญิง สุธีรา บัวทอง หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์ป้องกัน โรงพยาบาลจันทรุเบกษา ร่วมชี้แจงและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ข้าราชการ และครอบครัวที่พักอาศัยโดยรอบ ตามแนวคิด “เปลี่ยนความกลัว เป็นความรู้ที่ถูกต้อง” รวมทั้งให้คำแนะนำการเฝ้าระวังและป้องกันโรคโควิด-19 COVID-19 พร้อมรับฟังความคิดเห็นพร้อมตอบข้อซักถาม เพื่อให้ผู้เข้ารับฟังได้รับทราบถึงสถานการณ์ และสามารถชี้แจงให้ผู้ใกล้ชิดเข้าใจได้

ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้กระทรวงกลาโหมเตรียมความพร้อมในการจัดเป็นพื้นที่ควบคุมโรคของรัฐบาล (State Quarantine) ไว้รองรับและเฝ้าระวังผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น กองทัพอากาศ ได้จัดเตรียมบ้านพักรับรอง 5 โรงเรียนการบิน เป็น “ศูนย์ประสานงานดูแลคนไทยในพื้นที่
เฝ้าระวังโรค COVID-19 โรงเรียนการบิน กองทัพอากาศ”

สำหรับรองรับคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งมีความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่ตั้งห่างจากชุมชน สามารถส่งกำลังบำรุงได้สะดวก รวมทั้งมีหน่วยด้านการแพทย์รองรับผู้ป่วยหนักได้ มีอาคารรับรอง 6 อาคาร สามารถรองรับผู้เข้าพักได้จำนวน 154 คน สำหรับการปฏิบัติของกองทัพอากาศในครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด มีมาตรการรักษาความปลอดภัย ติดตั้งรั้วรอบขอบชิด พร้อมติดตั้งระบบกล้อง CCTV ระบบเสียงทางสายและระบบโทรศัพท์ ทั้งนี้แบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนประกอบด้วย

- โซนสีแดง เป็นที่พักของผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อและที่พักแพทย์พยาบาล

- โซนสีเหลือง ใช้ถนนโดยรอบเป็นแนวกันชน

- โซนสีเขียว เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

โรงเรียนการบินดำเนินการปิดกั้นห้ามบุคคลและยานพาหนะผ่านรอบพื้นที่ควบคุมโรค

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ ได้ซักซ้อมการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามขั้นตอน และขณะนี้ยังคงเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล และสถานที่ รวมถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยสาธารณสุขจังหวัด และพร้อมปฏิบัติเมื่อได้รับการประสานจากรัฐบาลต่อไป.