ที่ประชุม ก.ตร. แต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. และผู้ทรงคุณวุฒิ รวม 52 ตำแหน่ง ตอบแทน เกียรติประวัติ โค้งสุดท้ายอายุราชการ มี “บิ๊กตู่” เดินทางมาเป็นประธานด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เน้นย้ำดูแลความสงบ เรื่องการแสดงออกทางการเมืองของเยาวชนและให้ร่วมจัดการปัญหาไวรัสโควิด-19

ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 4 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลางโหมเดินทางมาเป็นประธานประชุม ก.ตร. บรรยากาศก่อนการประชุมผู้ที่จะเข้ามาภายในบริเวณประชุมทุกคนต้องล้างมือด้วยเจลล้างมือและตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในสีหน้าเคร่งขรึม ไม่ยิ้มแย้มพูดคุยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา การประชุมครั้งนี้ใช้เวลานานประมาณ 1 ชม.

หลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีหลายวาระด้วยกัน ทั้งเรื่องแจ้งเพื่อทราบและพิจารณา ในการประชุม ก.ตร.ทุกครั้งจะมีรายงานการลงโทษ ไล่ออก ปลดออกข้าราชการตำรวจ เพื่อให้เห็นว่ามีการดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ ในที่ประชุมยังได้เน้นย้ำว่าเรื่องอะไรก็ตามที่ประชาชนสงสัยการปฏิบัติงานของตำรวจ ต้องชี้แจงทำความเข้าใจ รวมทั้งให้แก้ปัญหาเรื่องด่านตรวจ จุดสกัดต่างๆ ที่ประชาชนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนวาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจกลางปี ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. และผู้ทรงคุณวุฒิ หลักการต่างๆเป็นไปตามกฎระเบียบ ก.ตร.

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องการทำงานดูแลความสงบเรียบร้อย เรื่องการแสดงออกต่างๆของประชาชน โดยเฉพาะน้องๆเยาวชน ส่วนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมพร้อมดูแลเข้มข้นเป็นกรณีพิเศษ มีการประสานกันตั้งแต่ต้นทางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ที่ประชุมมีความเห็นชอบกำหนดตำแหน่งให้กับวิทยาลัยแพทยศาสตร์ รพ.ตร.เพื่อร่วมกันผลิตแพทย์กับวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

...

พล.ต.ท.ปิยะกล่าวต่ออีกว่า ส่วนเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ แบ่งเป็นการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. 4 ตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. 18 ตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิ 30 ตำแหน่ง เป็นการแต่งตั้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกรายเรียงตามลำดับอาวุโส มีบางนายที่ต้องเสนอคุณสมบัติต่อคณะรัฐมนตรี อีกส่วนเป็นการแต่งตั้งทดแทนตำรวจลาออกก่อนเกษียณราชการ เป็นตำแหน่งรอง ผบช. 1 ตำแหน่ง ผบก. 6 ตำแหน่ง

สำหรับผู้ที่รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ประจำ ตร. (สบ 9) พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ รอง จตช. (สบ 9) และ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. 18 ตำแหน่ง อาทิ พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ รอง ผบช.ก พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.เกียรติพงษ์ ขาวสำอางค์ รอง จตร. พล.ต.ต.อนุศักดิ์ โกมลศาสตร์ รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมสง่า ชรินทร์ รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ชอบ คิสาลัง รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบช.สพฐ. พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ. พล.ต.ต.โชติ ชัยชมภู รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ธีรพล ทิพย์เจริญ รอง ผบช.ภ.8 ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ 30 ตำแหน่ง อาทิ พ.ต.อ.ชุมพร กาญจนรัตน์ รอง ผบก.อก.บช.น. พ.ต.อ.ธนสาร สุริวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.ภูบาล ทับจันทร์ รอง ผบก.ภ.จ.สุรินทร์ พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รอง ผบก.จร. พ.ต.อ.รังสิต โลไทยสงค์ รอง ผบก.ภ.จ.ลำปาง พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี