เชื้อไวรัสโควิด-19 อาจระบาดถึงสิ้นปี หวั่นกักตัว “ผีน้อย” อยู่บ้าน เอาไม่อยู่

ข่าว

    เชื้อไวรัสโควิด-19 อาจระบาดถึงสิ้นปี หวั่นกักตัว “ผีน้อย” อยู่บ้าน เอาไม่อยู่

    ไทยรัฐออนไลน์

    3 มี.ค. 2563 18:18 น.

    ทำคนไทยตกตะลึงสุดสะพรึง เมื่อ “ผีน้อย” แรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีกว่า 5 พันคน ต้องการเดินทางกลับไทย ช่วงการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเกาหลี ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากสุดในโลกรองจากจีน จนเกิดคำถามจะมีคนติดเชื้อจากเกาหลีมากน้อยเพียงใด มีความเสี่ยงอย่างมากในการแพร่เชื้อไปยังคนไทยด้วยกัน หรือกรณีให้กักตัวดูอาการที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน จะมั่นใจอย่างไรว่าคนเหล่านั้นจะไม่ออกจากบ้าน

    • จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกรมควบคุมโรค คาดว่าอีกไม่นานไทยจะเข้าสู่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระยะที่ 3 ขอให้บุคลากรทางการแพทย์มีความตื่นตัวในการรับมือ และหน่วยงานต่างๆ ต้องให้ความรู้กับประชาชนในการล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย

    • ระยะการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แบ่งเป็น 3 เฟส ระยะที่ 1 ชาวต่างชาติติดเชื้อเดินทางเข้าไทย ระยะที่ 2 เริ่มมีคนไทยติดเชื้อในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือติดเชื้อหลังกลับจากกลุ่มประเทศเสี่ยง และระยะที่ 3 แพร่ระบาดติดเชื้อระหว่างคนไทยด้วยกันเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ขยายเป็นวงกว้าง

    • โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลจะทำอย่างไร เพื่อรับมือกับ “ผีน้อย” มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 มาจากเกาหลี เพราะล่าสุดมีจำนวน 7 คน เดินทางเข้าไทย โดยเข้าข่ายต้องสงสัย 2 คน อยู่ระหว่างการตรวจมีเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ส่วนอีก 5 คน กักตัวดูอาการที่บ้าน 14 วัน ต้องมีจิตสำนึกและรับผิดชอบต่อสังคม

    • เหตุใดรัฐบาลไทยไม่กักตัวเหล่า “ผีน้อย” ในสถานที่ใดที่หนึ่ง เหมือนกรณีคนไทยอพยพจากเมืองอู่ฮั่น ได้คำตอบจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่ระบุว่า ไทยไม่มีกฎหมายควบคุม และประเทศเกาหลีไม่ได้ถูกปิดเมืองอย่างเมืองอู่ฮั่น จึงทำได้เพียงให้กักตัวที่บ้าน 14 วัน

    • ผีน้อย” ทยอยกลับไทยอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ ตม.ขณะนี้พบว่าสายการบินจากประเทศเกาหลีใต้ จะมาไทย รวม 18 ไฟลท์ ลงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 14 ไฟลท์ และท่าอากาศยานดอนเมือง อีก 4 ไฟลท์ ซึ่งระหว่างอยู่บนเครื่องและลงจากเครื่อง ต้องมีมาตรการเข้มข้น ป้องกันการแพร่เชื้อ

    • ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศสำหรับประชาชนที่เดินทางมาจาก 9 ประเทศกลุ่มเสี่ยง หนึ่งในนั้นมีเกาหลี เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทย ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 ต้องกักตัวในที่พักอาศัย 14 วัน และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

    เมื่อสถานการณ์ล่าสุดเป็นเช่นนี้ และเพื่อให้คนไทยเตรียมรับมือ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ได้พูดคุยอีกครั้งกับ “ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา” หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และกรรมการให้คำปรึกษา "เชื้อไวรัสโควิด-19" ระบุว่า รู้สึกเป็นกังวลเกรงว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีการแพร่ระบาดในไทย ขยายเป็นวงกว้างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี นั่นหมายถึงไทยเข้าสู่การแพร่ระบาดในเฟส 3 ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างเต็มที่ในการรับมือ ไม่ให้มีการแพร่ระบาดรุนแรงไปมากกว่านี้ และในขณะนี้ไทยพยายามประสานสั่งซื้อยาต้านไวรัสจากประเทศจีน แม้จะเป็นเรื่องยากก็ตาม เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นไม่ยอมขายให้อีก ภายหลังไทยซื้อเข้ามาจำนวน 100 ชุด ใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน รพ.บำราศนราดูร และส่วนใหญ่หายดี

    “ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาต้านไวรัส ผมเคยทดลองกับหนูติดเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว และใช้ได้ผลจากเดิมหนูตายในทันที กลับเป็นว่ามีชีวิตยาวไปอีก 48 ชั่วโมง จึงแนะนำให้มีการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโควิด เมื่อ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา และปรากฏว่าทำให้เชื้อนี้หาย ยกเว้นหนุ่มวัย 35 แม้รักษาเชื้อโควิดจนหาย แต่เนื่องจากปอดเสียหายทั้งหมดจึงเสียชีวิต แต่ยานี้ถือเป็นยาต้านไวรัสแบบครอบจักรวาล ต้องรอดูว่าจีนจะขายให้หรือไม่ เพราะไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะซื้อได้ง่ายๆ”

    ส่วนแผนรับมือ “ผีน้อย” ขึ้นอยู่กับคนออกคำสั่ง และโดยส่วนตัวมองว่าไทยมีนักท่องเที่ยวเข้าออกประเทศอยู่แล้ว ซึ่งไม่มีการกักตัวนักท่องเที่ยวด้วยซ้ำ ดังนั้นในกรณี “ผีน้อย” เราทำดีที่สุดเพราะเป็นคนไทย จะต้องตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่เมื่อกลับเข้ามา เพื่อปกป้องชีวิตของคนกลุ่มนี้และเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อคนอื่น ซึ่งการกลับมาไทยไม่ได้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย อยากให้คนไทยทุกคนควรตั้งต้นด้วยความเห็นใจพวกเขาจะดีกว่า เพราะการตัดสินใจไปเกาหลีก็เพื่อต้องการมีชีวิตที่ดีกว่า เพราะอยู่เมืองไทยไม่มีเงิน ไม่มีงานทำ

    สำหรับข้อเสนออยากให้รัฐบาลหาสถานที่ในการกักตัวกลุ่ม “ผีน้อย” ในการเฝ้าระวัง 14 วัน หากไม่มีอะไรก็ให้กลับบ้าน หรือตรวจหาเชื้อในวันที่ 13 จะดีกว่า เนื่องจากการตรวจเลือดใช้เวลาเพียง 1 วันจะรู้ผล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับไทยในเรื่องศักยภาพในการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้หากไม่สามารถรับมือได้ทั้ง 5 พันคน อาจให้เข้าไทยเป็นระลอก และเตรียมเต้นท์สนาม กั้นระยะห่างต่อคนประมาณ 2 เมตร ไม่ให้อยู่รวมกัน หรือกักอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ดีกว่าให้กักตัวอยู่ที่บ้าน เพราะไม่มั่นใจว่าคนเหล่านั้นจะออกนอกบ้านหรือไม่ เพื่อไปหาเงิน หางานใหม่ทำ

    “หากให้ผีน้อย กักตัวอยู่ที่บ้าน ผมว่าพังแน่ ไม่อยากให้ไทยเข้าสู่เฟส 3 และไม่อยากให้ซ้ำเติมพวกผีน้อย เพราะตอนนี้พวกเขาอาจลำบาก แตกต่างกับนักท่องเที่ยวจากประเทศเสี่ยง สามารถดูแลสุขอนามัยได้ดีกว่าผีน้อย อย่าใจดำเกินไป ต้องดูตามสภาพความเป็นจริง ส่วนโอกาสที่ไทยจะหลุด คุมไม่ได้ ก็หวังว่าจะไม่แพร่ระบาดมากนัก ถือว่าการดูแลผีน้อยทำดีที่สุดแล้ว แม้การตรวจหาเชื้อโควิด-19 จะยาก เป็นธรรมชาติของไวรัสตัวนี้ อาจวินิจฉัยเป็นโรคอื่นได้ จนที่ผ่านมาเราถูกโรคหลอกเรา อย่างกรณีหนุ่มวัย 35 ที่เสียชีวิต ตอนแรกตรวจเป็นไข้หวัด พอมาตอนหลังเป็นไข้เลือดออก จนมาพบว่าติดเชื้อโควิด-19 รักษาไม่ทันการณ์ ปอดไปหมด และสิ่งที่ทำได้ตอนนี้ต้องแก้ทั้งระบบ เพื่อคุมการระบาดให้ได้”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ไวรัสโคโรนาไวรัสโคโรน่าผีน้อยเกาหลีใต้ข่าวร้อนไฮไลต์ไวรัสโคโรนาการศึกษา

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 02:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์