ข่าว
100 year

สธ.ยันไทยยังไม่เข้าโควิด-19 ระดับ 3 ยังไม่พบผู้ป่วยที่เป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์

ไทยรัฐออนไลน์26 ก.พ. 2563 18:17 น.
SHARE

อนุทิน จวกการไม่ยอมแจ้งประวัติเดินทางจากประเทศเสี่ยง ทำคนเดือดร้อนโดนกักตัว 14 วันหลายร้อย ปลัด สธ.ยันแม้พบป่วยโควิด-19 เพิ่ม 3 ราย ก็ยังไม่เข้าสู่ระดับ 3 และยังไม่มีผู้ป่วยซุปเปอร์สเปรดเดอร์

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ล่าสุดพบผู้ป่วยเพิ่ม 3 ราย อยู่ในครอบครัวเดียวกัน ว่า ยืนยันแม้มีเพิ่ม 3 ราย แต่ไทยยังอยู่ระดับ 2 ไม่ใช่ระดับ 3 เรายังไม่มีผู้ป่วยซุปเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) และขอย้ำว่าหากป่วยต้องแจ้งการเดินทางด้วยความเป็นจริง หากไม่แจ้งจะทำให้คนใกล้ชิด คนที่รักเสี่ยงเหมือนรายนี้ ซึ่งถ้าตามประกาศโรคอันตรายจะต้องแจ้งภายใน 3 ชั่วโมง และขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ ห้ามบุคลากรทุกคนไปกลุ่มประเทศเสี่ยงเด็ดขาด หากไม่มีความจำเป็น หากจำเป็นต้องติดตามเฝ้าระวัง 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และย้ำว่าในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์เราให้ใส่อุปกรณ์ป้องกันขณะปฏิบัติการเต็มที่

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติให้มีการประกาศให้ไวรัสโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 นั้น ไม่ใช่เพราะเราคุมโรคไม่อยู่ แต่ประกาศเพื่อให้บุคลากร ทำงานโดยมีกฎหมายรองรับสามารถปฏิบัติการหลายเรื่อง ซึ่งวันนี้ร่างประกาศนี้จะแล้วเสร็จและจะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาภายใน 2-3 วัน จากการออกประกาศนี้ ทำให้เมื่อไทยพบผู้โดยสารจากเรือไดมอนด์ปริ๊นเซสเข้ามาจากญี่ปุ่น จะเดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ เราก็ได้ขอให้ทั้ง 2 รายกลับประเทศได้ หากไม่มีกฎหมายนี้ก็เหนื่อย พิสูจน์ได้ว่าการคัดแยกคนไข้ของไทยมีประสิทธิภาพ

"กรณีผู้ป่วยที่ บี.แคร์ ต้องตำหนิ ลุงที่ไม่ยอมทำตามคำแนะนำ เพราะเดินทางในพื้นที่เสี่ยง มีไข้ ยังสัญจรไปมา และมาติดต่อคนในบ้าน ตรงนี้หากเราไม่เจอก่อนจะมีโอกาสเป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์ หรือคนที่มีความสามารถในการแพร่โรคได้จำนวนมาก และเราไม่อยากมีคุณลุงที่เหมือนคุณป้าที่ต่างประเทศ โชคดีที่จับตัวได้ก่อน แต่เพียงลุงคนเดียว ทำให้ต้องไปติดตามคนอื่นอีกมากอาจจะถึง 100 ราย ทั้งคนที่โรงพยาบาลและโรงเรียนของหลานลุง" รมว.สาธารณสุข กล่าว

เมื่อถามว่าการพบลุงป่วยและนำโรคมาติดหลาน ทำไมจึงไม่เรียกว่าเป็น ซุปเปอร์สเปรดเดอร์ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การที่ยังไม่ถึงขั้น ซุปเปอร์สเปรดเดอร์ เนื่องจากกรณีจะเป็นได้หมายถึงคนที่มีความสามารถในการแพร่โรคให้คนจำนวนมาก คือ คนหนึ่งคนจะแพร่เชื้อไปได้ 10-20 ราย หากเราไม่คุมโรคจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มเร็วมาก แต่จนถึงวันนี้จากการสอบสวนโรค ผู้ป่วยรายแรกที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น จนถึงวันนี้ทำให้คนอื่นติดเชื้อ 1 ราย คือ หลาน เพราะภรรยาติดจากญี่ปุ่นด้วยกัน ดังนั้นยังไปไม่ถึง แต่เคสนี้มีความยากลำบาก เพราะมีผู้สัมผัสใกล้ชิดจำนวนมาก แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าแต่ละคนสัมผัสมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราก็ต้องติดตามผู้สัมผัสทั้งหมด 14 วัน ว่าติดเชื้อหรือไม่ ทั้งนี้โดยเฉลี่ยของโรคคนหนึ่งคนแพร่ไปยังคนอื่นได้อีก 2 ราย

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีลูกชายของผู้ป่วยรายนี้ ทำงานที่ธนาคารธนชาตนั้น โดยหลักการสอบสวนโรคจะติดตามเฉพาะลูกชายที่ถือเป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยเท่านั้น ไม่มีการติดตามพนักงานธนาคารคนอื่นๆ ที่เป็นเพียงผู้สัมผัสของผู้สัมผัส เพราะโอกาสที่ผู้สัมผัสจะแพร่เชื้อไม่มี สำหรับพื้นที่ที่เป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงขณะนี้ ได้แก่ 1. ประเทศจีน รวมพื้นที่ปกครองพิเศษ 3 พื้นที่ คือ ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน 2. สิงคโปร์ 3. เกาหลีใต้ 4. ญี่ปุ่น 5. อิตาลี 6. อิหร่าน และมีประเทศที่จับตาใกล้ชิด เช่น สหรัฐอเมริกา เป็นต้น


เมื่อถามถึงมาตรการควบคุมโรคกรณีเด็กอายุ 8 ปี ป่วย ต้องมีการปิดโรงเรียนหรือไม่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า ในวันนี้ทีมสอบสวนโรคได้ลงไปในพื้นที่ และพบว่าเด็กได้อยู่ในห้องเรียน 1 ห้อง ดังนั้นทางโรงเรียนจึงตัดสินใจให้เด็กในห้องประมาณ 50 คน จนทางโรงเรียนประกาศปิดเรียนเป็นเวลา 14 วัน เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อ และขอให้นักเรียนอยู่กับบ้าน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ไวรัสโคโรนาไวรัสโคโรน่าไวรัสอู่ฮั่นซูเปอร์สเปรดเดอร์กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขข่าวทั่วไป

Most Viewed