ข่าว
100 year

ร้อง ร.ต.อ.ฉาวรีดเงินสาว คดียาเสพติดขู่โทษประหารแต่ความแตก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์22 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

งามไส้ สาวบุกร้องบิ๊กแป๊ะถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พี่สาวถูกตำรวจร่มเกล้าจับคดียาเสพติด แต่เจอ ร.ต.อ.ขู่มีโทษถึงประหาร ขอ 2 หมื่นบาทเพื่อช่วยไม่ให้ถูกดำเนินคดี และยังขอค่าเหล้าต่างหากอีก 2 พัน ค่าเอารถ จยย.คืนอีก 1,500 สุดท้ายถูกจับยัดเรือนจำ ความแตกเพราะตำรวจชุดจับกุม บอกผู้กองนักไถไม่เกี่ยวข้องในคดีนี้เลยต้องมาร้องเรียนขอเงินคืน เพราะต้องไปกู้เงินคนอื่นมาให้ เผยผู้กองฉาวเพิ่งถูก ย้ายไปเพชรบูรณ์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

เรื่องของตำรวจตบทรัพย์ยังมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย นำ น.ส.สุพรรณษา บำรุงพิทักษ์ อายุ 26 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป และนางชวนชม เขียวคล้าย อายุ 52 ปี ผู้เป็นแม่ เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กรณีถูกตำรวจ สน.ร่มเกล้า เรียกเงินกว่า 2 หมื่นบาท เพื่อไม่ต้องรับโทษในคดียาเสพติด โดยถือป้ายมีข้อความว่า “ตร.หลอก มีโทษประหาร รีดเงินแม่กินเหล้านอก” ก่อนยื่นหนังสือให้กับ พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบก.สสท. นายตำรวจเวรรับเรื่องร้องทุกข์รับไปนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาต่อไป

น.ส.สุพรรณษาเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2562 น.ส.หยาดทิพย์ บำรุงพิทักษ์ อายุ 29 ปี พี่สาวตนถูกจับกุมคดียาเสพติดภายในห้องบ้านเอื้ออาทร ตึก 10 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง โดยถูกจับพร้อมยาบ้า 12 เม็ด ยาไอซ์ 1.55 กรัม ในพื้นที่ สน.ร่มเกล้า ขณะที่ตนเดินทางมาถึงโรงพัก ได้มี ร.ต.อ.ศิริพงษ์ กิตติภิวัฒน์ เข้ามาพูดคุยกับตนว่า ยาเสพติดขนาดนี้มีโทษถึงประหาร ขอค่าดำเนินการ 20,000 บาท แล้วจะไม่ถูกดำเนินคดี ตนไม่มีความรู้ ไม่อยากให้พี่สาวถูกประหาร ต่อรองยอดเงินจนเหลือ 15,000 บาท ก่อนจะไปให้แม่ไปกู้ยืมมาให้นายตำรวจคนนี้ที่ชั้น 2 ของ สน.ร่มเกล้า แต่สุดท้ายพี่สาวตนถูกดำเนินคดี

น.ส.สุพรรณษากล่าวต่อว่า ไม่เท่านั้น นายตำรวจคนดังกล่าวยังได้ขอเงินค่าเหล้าอีก 2,000 บาท และค่าดำเนินการเอารถ จยย.คืนอีก 1,500 บาท โดยการโอนเข้าบัญชี ต่อมาได้พูดคุยกับตำรวจที่ สน.ร่มเกล้า ชุดที่จับกุมถึงทราบว่า ร.ต.อ.ศิริพงษ์ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคดีนี้เลย จึงมาร้องขอความเป็นธรรมเพื่อจะเรียกร้องขอเงินคืน เพราะขณะนี้เดือดร้อนมาก

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ร.ต.อ.ศิริพงษ์ กิตติภิวัฒน์ เคยดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนอยู่ที่ สน.ร่มเกล้าจริง แต่ขณะนี้ถูกย้ายไปเป็นรอง สว. (สอบสวน) สภ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ในคำสั่งโยกย้ายตำรวจระดับรอง สว.-ชั้นประทวนที่ผ่านมา

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ ผกก.สภ.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ร.ต.อ.ศิริพงษ์เพิ่งถูกย้ายมาจาก สน.ร่มเกล้า เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนไม่ทราบเรื่องขณะที่เจ้าตัวปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ สน.ร่มเกล้า แต่เพิ่งทราบข่าวจากช่องสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งแล้ว ส่วนผลสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นขณะที่ ร.ต.อ.ศิริพงษ์อยู่ที่ สน.ร่มเกล้านั้นยังไม่ทราบ เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดในพื้นที่ สภ.วังโป่ง จึงไม่มีข้อมูลรายละเอียดใดๆ ส่วนคำสั่งจากผู้บังคับบัญชานั้นยังไม่ทราบว่ามีการออกคำสั่งใดๆ อย่างไรหรือไม่ หากมีคำสั่งใดๆออกมาจะต้องส่งเป็นหนังสือตามลำดับชั้นให้ทราบเพื่อปฏิบัติตามต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.นันทภูมิ เรืองรุ่ง ผกก.สน.ร่มเกล้า เปิดเผยถึงคดีดังกล่าวว่า เพิ่งทราบเรื่องฉาวที่เกิดขึ้นเหมือนกัน ภายหลังแม่และน้องสาวผู้ต้องหาไปร้องทุกข์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนวนคดีดังกล่าวส่งฟ้องไปให้อัยการตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. เรื่องการเรียกรับเงินจากผู้ต้องหาความเลยแตกว่า ร.ต.อ.ศิริพงษ์ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ทั้งนี้ ร.ต.อ.ศิริพงษ์ ไม่ได้เป็นเจ้าของคดีหรือมีความเกี่ยวข้องกับคดีแต่อย่างใด ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศิริพงษ์ มีพฤติกรรมที่กระทำผิดวินัยร้ายแรงถูกร้องเรียนอยู่หลายเรื่อง ในลักษณะเรียกรับเงินแลกกลับการไม่ดำเนินคดี ได้ทำหนังสือรายงานไปยัง บก.น. 3 แล้ว คาดน่าจะถูกให้ออกจากราชการประกอบกับมีเรื่องฉาวนี้อีก สำหรับคดีของ น.ส.หยาดทิพย์ ที่ถูก ร.ต.อ.ศิริวัฒน์เรียกรับเงินไม่ดำเนินคดี หลังจากทราบเรื่องได้ติดต่อไปหาแม น.ส.หยาดทิพย์แล้วให้เข้ามาดำเนินคดีแจ้งความเอาผิดกับ ร.ต.อ.ศิริวัฒน์ คาดว่าจะเข้าแจ้งความช่วงสายวันที่ 22 ก.พ.

เย็นวันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ว่า พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. สั่งการให้ บก.น.3 ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยด่วน พ.ต.อ.นันทภูมิ เรืองรุ่ง ผกก.สน.ร่มเกล้า ได้รายงานว่า ร.ต.อ.ศิริพงษ์ ได้รับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่ง รอง สว. (สอบสวน) สภ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ตามคำสั่ง ภ.6 ที่ 39/2563 ลง 31 ม.ค.63 ในส่วนของ สน.ร่มเกล้า จะได้เชิญผู้ร้องมาสอบปากคำ ในวันที่ 22 ก.พ.63 เวลา 14.00 น. ที่ สน.ร่มเกล้า ทั้งนี้ หากพบว่ามีมูลการกระทำความผิดอาญาก็จะได้ดำเนินคดีตาม กฎหมายต่อไป ในส่วนของคดีวินัย สน.ร่มเกล้า จะได้ รวบรวมคำให้การพยานและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเรื่องให้กับ สภ.วังโป่ง หน่วยงานต้นสังกัดของ ร.ต.อ. ศิริพงษ์ ดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ หน.หน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้ควบคุมดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการกวดขันกำกับดูแลสอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความประพฤตินอกรีตเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด อีกทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำในลักษณะนี้บ่อยครั้ง ทั้ง ให้ออก ไล่ออก ปลดออก ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจตบทรัพย์ข่าวหน้า1สน.ร่มเกล้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติคดียาเสพติดร.ต.อ.ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed