ข่าว
100 year

สาวแฉ-อุ้มบาป ตั้งท้องถูกเบี้ยว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

ผู้การ ปคม.เผยสถานพยาบาล 9 แห่ง ที่คาดจะเกี่ยวพันแก๊งอุ้มบาป ที่ สบส.นำมาให้ตรวจสอบยังไม่ชัด เกี่ยวข้องหรือไม่ ขณะที่ทางการจีนเตรียมจัดคณะทำงานร่วมติดตามคดี ฝ่ายไทยขอตัวผู้ต้องหาที่อยู่ในความควบคุมของจีนกลับมาสอบสวนและดำเนินคดีในไทย เผยอีกยังไม่ชัดพัวพันขบวนการค้าเครื่องในมนุษย์หรือไม่ต้องรอทางการจีนตรวจสอบอย่างละเอียด โผล่อีกสาวเชียงใหม่เหยื่อแก๊งอุ้มบาปเผยทุกขั้นตอนรับจ้างตั้งท้อง แฉค่าจ้าง 4 แสนบาท แต่กลับได้เงินมาแค่ 1 แสนบาทเศษ ซ้ำยังปล่อยทิ้งไว้ที่สนามบินจีนหลังคลอดด้วย

กรณีตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบุกทลายเครือข่ายขบวนการอุ้มบาปข้ามชาติ 10 จุด จับกุมนายเจ้า หราน นางซู ยิง ถิง 2 ผัวเมียชาวจีน นางวิลาสินี ซู ชาวจีน และคนไทยร่วมแก๊งรวม 10 คน พร้อมช่วยทารก 2 คนจากบ้านเป้าหมายย่านนาคนิวาส ขณะที่แม่อุ้มบาปรับจ้างตั้งท้องทั้งหมด 29 คน อยู่ในการดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยพฤติกรรมกลุ่มผู้ต้องหาจะรับออเดอร์จากเศรษฐีจีนที่ต้องการรับเป็นพ่อแม่บุญธรรม รวมทั้งพัวพันการเปลี่ยนถ่าย อวัยวะภายใน ด้วยการชักชวนสาวไทยให้ตั้งท้องแทน ในราคา 4-5 แสนบาทต่อการคลอดลูก 1 คน ก่อนพาไปฉีดสเปิร์มที่ประเทศเพื่อนบ้านเลี่ยงกฎหมาย เมื่อตั้งท้องแล้วจะพากลับเมืองไทย ก่อนจะพาไปคลอดที่จีน ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลจับเพิ่มอีก 3 คน พบว่าเป็นคนละแก๊งกับผู้ต้องหากลุ่มแรก ขณะที่ ผอ.สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (สบส.) เผยข้อมูล พบแพทย์หลายคนที่ร่วมกระทำผิด อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่วนทารก 2 รายที่พบในบ้าน อยู่ในความดูแลของ (พม.) ยังไม่มีผู้แสดงตัวเป็นผู้ปกครอง

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อช่วงสายวันที่ 18 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. เผยว่า มอบหมายให้ พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม. รับผิดชอบด้านกฎหมาย ดูแลเรื่องการออกหมายจับเพิ่มผู้ต้องหา 4 คน เป็นคนไทย 3 คน ทำหน้าที่เป็นนายหน้า และชาวจีน 1 คน ที่ทำหน้าที่เป็นคนพาแม่ที่รับจ้างตั้งท้องไปคลอดที่เมืองจีน ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาคนละกลุ่มกับนายเจ้า หราน ที่ตำรวจจับกุมไปเมื่อวันที่ 13 ก.พ. กำลัง รวบรวมพยานหลักฐานขออนุญาตศาลออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหาเร็วๆนี้ ส่วนเรื่องการตรวจสอบสถานพยาบาล 9 แห่ง ที่กรมสนับสนุนและบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข นำข้อมูลมาให้ตรวจสอบ จากการพิจารณาเห็นว่าเป็นข้อมูลร้องเรียนเรื่องสถานพยาบาลไม่ได้มาตรฐาน ยังไม่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้อง กับคดี ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไปก่อน

ด้าน พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. เผยว่า มีการประสานข้อมูลตอบกลับจากทางการจีนแล้วว่า จะจัดส่งคณะทำงานมาร่วมประสานงานติดตามความคืบหน้าคดีนี้อย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่แน่ชัดเรื่องวันและเวลา สำหรับข้อมูลที่ได้ขอให้ทางการจีนช่วยติดตามตรวจสอบ เช่น สภาพความเป็นอยู่ของเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ 14 คน บริษัทเอกชนที่ต้องสงสัยเป็นนายทุนว่าจ้างให้ตั้งท้อง รวมไปถึงการประสานขอตัว น.ส.ณัฐกมล จิตรวิชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับรายที่ 10 ในกลุ่มนายเจ้า หราน ที่ถูกจับกุมที่ประเทศจีน ข้อหาลักลอบนำบุคคลต่างด้าวเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย เมื่อเดือน เม.ย.62 กลับมาสอบสวนและดำเนินคดีในไทย ยอมรับว่าจากข้อมูลพยานหลักฐานที่มียังไม่ชัดเจนว่า เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอวัยวะของมนุษย์ ต้องรอทางการจีนตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า จากการสอบ ปากคำแม่อุ้มบุญ 29 ราย ทำให้เจ้าหน้าที่ บก.ปคม. ทราบว่าขณะนี้มีกลุ่มนายหน้า หรือเอเย่นต์แม่อุ้มบาป 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มนายเจ้า หราน ชาวจีน 2.กลุ่ม น.ส.กุลิสรา ป้อมเด็ด และนายจักรัตน์ กิตติวนิชย์กุล อายุ 53 ปี สองผัวเมียอดีตนายหน้าและเป็นคนดูแลแม่อุ้มบาปในประเทศไทย ก่อนส่งไปคลอดที่เมืองเซี่ยเหมิน ในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน และกลุ่ม 3 เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสานทางการจีน เพื่อตรวจสอบบริษัทในประเทศจีนว่ามีบริษัทใดบ้างที่เกี่ยวข้องนายเจ้า หราน และขบวนการแม่อุ้มบุญคดีนี้บ้าง

ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ น.ส.เอ๋ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี เหยื่อแก๊งอุ้มบาปที่รับจ้างตั้งท้องจากเครือข่ายชาวจีนที่ถูกจับกุมแต่ไม่ได้รับเงินตามสัญญาโดยเปิดเผยข้อมูลว่า มีหญิงไทยจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้ ในประเทศไทยมี 3 ขบวนการเป็นเครือข่ายเดียวกันหมด เห็นข่าวหัวหน้าแก๊งคนจีนที่ถูกจับจำได้ว่าเป็นเพื่อนนายหย่าง หัวโจกชาวจีนอีกแก๊ง แต่ตอนนี้นายหย่างยังไม่ถูกจับ ส่วนสาเหตุที่ต้องมาเปิดเผยและพร้อมจะไปเป็นพยานให้ตำรวจ เพราะแค้นใจที่ถูกหลอกไปตั้งท้อง ตกลงค่าจ้าง 4 แสนบาท แต่กลับถูกเบี้ยวได้เงินมาเพียง 1 แสนบาทเศษ และยังพาไปทิ้งที่สนามบินประเทศจีนด้วย

น.ส.เอ๋ เหยื่อแก๊งอุ้มบาป กล่าวไล่เรียงเรื่องราวว่ามีอาชีพเป็นแม่ค้าขายของ เมื่อกลางปี 61 ตอนอายุ 35 ปี มีปัญหาเรื่องเงิน เนื่องจากต้องเลี้ยงลูก 3 คน แม่พิการ 1 คน และหลานสาวอีก 1 คน มีคนแนะนำให้ไปรับจ้างตั้งท้อง เพราะมีค่าจ้างดี ได้ค้นหาข้อมูลในเน็ตกระทั่งได้เบอร์โทรศัพท์นายหน้าแก๊งอุ้มบาป ชื่อ น.ส.ติ๊ก ไม่ทราบนามสกุล ชาว จ.ลำปาง จะให้ค่าจ้าง 4 แสนบาท เมื่อตกลงรับงาน น.ส.ติ๊กนัดไปพบนายหย่าง ชาวจีน พูดไทยไม่ได้ ที่บ้านหลังหนึ่งย่านพญาไท กทม. จากนั้นพาตนพร้อมหญิงไทยอีกหลายคนที่มารับจ้าง ไปตรวจมดลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แล้วขึ้นเครื่องบินไปใส่ตัวอ่อนที่ประเทศกัมพูชาเมื่อวันที่ 11 พ.ย.61 ได้ค่าจ้างครั้งแรก 5 พันบาท

สาวเชียงใหม่เหยื่อแก๊งอุ้มบาปเผยต่อไปว่า หลังใส่ตัวอ่อนแล้วบินกลับเมืองไทย หากใครตรวจพบว่าตั้งครรภ์จะได้ค่าจ้างอีก 5 พันบาท ต่อมาวันที่ 22 ธ.ค.61 ตรวจพบว่าตั้งครรภ์ น.ส.ติ๊กได้พาไปพักอยู่บ้านย่านลาดพร้าว ต่อมาตนขอบินกลับเชียงใหม่เพื่อไปดูแลลูกๆ น.ส.ติ๊กทยอยโอนเงินให้ใช้ไม่กี่พันบาท กระทั่งตั้งท้องได้ 7 เดือนเศษ น.ส.ติ๊กพาไปรู้จักกับแฟนของนายหย่าง แล้วพาขึ้นเครื่องบินไปลงที่เมืองเฉินตู ประเทศจีน เพื่อไปผ่าตัดทำคลอดที่โรงพยาบาลนอกเมืองเฉินตู เนื่องจากพ่อแม่ชาวจีนที่ต้องการลูกในท้อง ต้องดูฤกษ์ยามเวลาคลอด ไม่ยอมให้คลอดตามธรรมชาติ หลังคลอดได้ 4 วัน น.ส.ติ๊กให้เงินมา 1 แสนกว่าบาท และพามาปล่อยทิ้งไว้ที่สนามบินเฉินตู วีซ่าตนหมดอายุได้ขอความช่วยเหลือจากชาวต่างชาติคนหนึ่งประสาน ตม.จีนช่วยส่งกลับประเทศไทย

“เสียใจและโกรธมากที่ถูกหลอกมาทำอุ้มบาป หนำซ้ำยังถูก น.ส.ติ๊กโทร.มาข่มขู่ตลอดว่ากฎหมายทำอะไรไม่ได้ เขามีพวกเป็นตำรวจและมีเงิน หากไม่อยากเดือดร้อนให้เงียบๆไว้ ถ้าไปแจ้งตำรวจจะถูกจับไปด้วยกัน พวกเขามีเงินเสียค่าปรับออกมา ส่วนหนูจะต้องติดคุกไม่กล้าไปแจ้งความ มาทราบภายหลังว่า เพื่อนร่วมแก๊งนายหย่างถูกจับที่กรุงเทพฯ ตัดสินใจออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อตีแผ่เรื่องนี้และเพื่อช่วยหญิงไทยที่ถูก น.ส.ติ๊ก นายหน้าคนไทยหลอกลวงหลายสิบคน ส่วนมากเป็นคนไม่มีความรู้ ไม่คิดว่าจะมาหลอกคนไทยด้วยกันเอง อยากให้ตำรวจติดตามจับกุมแก๊งนี้มาดำเนินคดีให้ได้ พร้อมเป็นพยานให้ความร่วมมือกับตำรวจทุกอย่าง” น.ส.เอ๋กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุ้มบุญแก๊งอุ้มบุญรับจ้างท้องขายอวัยวะแก๊งค้ามนุษย์ข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้