"บิ๊กโจ๊ก" ได้ฤกษ์ดีเข้าทำเนียบรัฐบาลรับงานเพิ่มจาก "ปลัดสำนักนายกฯ" หลังกลับจากบวชพระที่อินเดีย โดย"บิ๊กทำเนียบ"เตรียมออกคำสั่งมอบหมายงานเพิ่มพร้อมกำชับคำสั่งเดิม ให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด วินัย-จรรยาข้าราชการ
เมื่อวันที่ 18 ก.พ.63 เฟซบุ๊ก Wassana Nanaum นักข่าวสายทหารชื่อดัง ของ นสพ.บางกอกโพสต์ ได้โพสต์ข้อความถึง "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ได้ลาไปบวช และได้กลับมารายงานตัวยัง สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมเตรียมรับมอบหมายงานเพิ่มเติม
โดยมีข้อความว่า ทำเนียบฯ เตรียมออกคำสั่งมอบหมายงานเพิ่มให้ "บิ๊กโจ๊ก" พร้อมกำชับคำสั่งเดิม ให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด วินัย-จรรยาข้าราชการ
โดยนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้ลาสิกขาบท และกลับมารายงานตัว ทำงานตามปกติแล้ว โดยมีการมอบหมายให้รับผิดชอบเพิ่มเติมในการเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาหลังจากที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนแล้วโดยจะออกเป็นคำสั่งออกมา
นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ปฏิบัติตามคำสั่งนายกฯ ก่อนหน้านี้ ในเรื่องการรักษาวินัยและจรรยาบรรณของข้าราชการอย่างเคร่งครัดด้วย
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุกรณีรถของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ถูกยิงกลางดึก โดย 2 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กจ 351 กทม. ฝั่งประตูรถมุมล่างด้านซ้าย บริเวณลานจอดรถหน้าร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา
ต่อมา "บิ๊กโจ๊ก" ออกมาให้ข้อมูลดังกล่าวโดยเชื่อว่าเหตุยิงครั้งนี้น่าจะมาจากเกิดจากสมัยตนดำรงตำแหน่ง ผบช.สตม. และสั่งการให้มีการตรวจสอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลแบบลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า (ไบโอเมตริกซ์) พร้อมกับมีหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอให้ยกเลิกโครงการนี้ เนื่องจากเกิดความล่าช้าและส่งงานไม่ทัน
จากนั้นมีมีการพาดพิงถึงบิ๊กตำรวจใน สตช. และพาดพิงคนใกล้ชิดนายกฯ กระทั่งถูกคำสั่งห้ามให้ข่าวต่อสื่อมวลชน จน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นใบลาเพื่อไปอุปสมบทในวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 9 วัน.