ข่าว
100 year

อภิรัชต์เซ็นมอบกรมธนารักษ์ บริหารสวัสดิการ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์18 ก.พ. 2563 05:20 น.
SHARE

จ่ายเพิ่มเหยื่อจ่าฯ ให้อีกศพละ 1 ล้าน

“บิ๊กแดง” เอาจริงเซ็นเอ็มโอยูกับอธิบดีกรมธนารักษ์ ให้เข้ามาบริหารจัดการสวัสดิการเชิงธุรกิจของกองทัพบก ทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า สโมสร ปั๊มน้ำมัน สนามกอล์ฟ โรงแรมที่มีอยู่กว่า 40 แห่ง โดยให้มือ อาชีพมาบริหารจัดการ นำเงินรายได้ส่งเป็นรายได้แผ่นดิน รายได้บางส่วนส่งเข้าเป็นสวัสดิการกองกลางของกองทัพ ต้องส่งคืนที่ดินร่วม 1 ล้านไร่คืนหลวง ส.ส.เพื่อไทยเย้ยแค่เล่นปาหี่ ขณะที่เงินบริจาคเยียวยาเหยื่อจ่าคลั่ง ทางจังหวัดจะเพิ่มให้ผู้เสียชีวิต และผู้พิการอีกรายละ 1 ล้านบาท ด้านการสอบสวนคดีสอบพยานไปแล้ว 300 ปาก

จากเหตุการณ์ฆ่าคลั่งกลางเมืองนครราชสีมา จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังกัดกรมสรรพาวุธกระสุนที่ 22 บชร.2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ลั่นไกฆ่าผู้บังคับบัญชากับแม่ยาย แล้วบุกเดี่ยวปล้นคลังอาวุธก่อนขับรถฮัมวีไล่ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์บนท้องถนน ก่อนบุกยึดศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช อ.เมืองนครราชสีมา จนถูกจับตายคาห้องเย็นชั้นใต้ดินเหตุเกิดวันที่ 8-9 ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 30 คน รวมทั้งจ่าทมิฬ บาดเจ็บ 58 คน คาดสาเหตุมาจากจ่าปืนโหดถูกผู้บังคับบัญชาโกงเงินสวัสดิการ จน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่ง “กวาดบ้าน” ตรวจสอบจัดระเบียบเงินสวัสดิการและเบี้ยเลี้ยงของกองทัพ เริ่มปรากฏผลทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยกรมธนารักษ์ จะเข้าบริหารจัดการที่ราชพัสดุของกองทัพ

“บิ๊กแดง” เซ็นเอ็มโอยูกับกรมธนารักษ์

ความคืบหน้าการสังคายนาธุรกิจกองทัพเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.พ. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นตัวแทนกองทัพบกลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์ โดยมีนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นตัวแทนกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อให้การใช้ที่ราชพัสดุของกองทัพบก ทั้งที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ในการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบกเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง การจัดสวัสดิการภายในของกองทัพบกแบ่งเป็น 2 ลักษณะ 1.การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ กรณีปกติทั่วไป เช่น สถานีบริการน้ำมัน ร้านค้าตลาดนัด 2.การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจกรณีพิเศษ ได้แก่ สนามมวย สนามกอล์ฟ สนามม้า และสถานพักฟื้นพักผ่อน

ให้บริหารจัดการ “สวัสดิการเชิงธุรกิจ”

จากนั้นนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก ร่วมกันแถลงถึงการลงนามบันทึกข้อตกลง โดยนายประสงค์กล่าวว่า ตั้งแต่ พล.อ.อภิรัชต์ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ได้หารือกับกรมธนารักษ์ จัดการร้านค้าสวัสดิการ 7-11 ในกองทัพภาคที่ 1 เมื่อขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ก็ได้จัดการร้าน 7-11 ในกองทัพบกอยู่ในระบบการเช่า และได้คุยกันต่อว่าจะทำอย่างไรให้การทำสวัสดิการเชิงธุรกิจเกิดขึ้น เช่น โรงแรมที่สวนสนประดิพัทธ์ เดิมเริ่มจากสวัสดิการที่ดูแลทหารที่เจ็บป่วยและกำลังพลที่ไปพักผ่อน ต่อมาญาติและคนรู้จักของทหารเข้ามาพักกลายเป็นเชิงธุรกิจ รวมทั้งส่วนอื่นเช่นปั๊มน้ำมัน สนามมวย สนามกอล์ฟ พล.อ.อภิรัชต์ได้หารือกับอธิบดีกรมธนารักษ์คนที่แล้วประมาณเดือน พ.ย.2561 วันนี้ถือเป็นวันที่ประสบความสำเร็จที่ดินในการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจต้องส่งคืนให้กรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์จะเข้าไปบริหารจัดการ รายได้จะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

กำลังพลยังได้รับบริการราคาต่ำ

พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า กองทัพบกตระหนักและทราบว่าเป็นพื้นที่ของแผ่นดิน การดำเนินการใดๆต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ และตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการที่เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ หลังจากนี้กองทัพบกจะยื่นโครงการให้กรมธนารักษ์พิจารณาว่าแต่ละโครงการจะดำเนินการอย่างไร ที่ยืนยันคือสวัสดิการภายในหน่วยหรือสวัสดิการเชิงธุรกิจ กำลังพลและครอบครัวยังคงได้รับสิทธิหรือใช้บริการในราคาต่ำ เช่นเดียวกับกองทัพบกต่างประเทศ เช่นกองทัพบกสหรัฐฯ มีโรงแรม และสนามกอล์ฟ 160 แห่ง สิ่งที่กองทัพบกทำวันนี้คือทำให้เกิดความถูกต้อง ตรวจสอบได้ โปร่งใส รายได้หลังจ่ายกับกรมธนารักษ์แล้ว ก็นำเงินเข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก ใช้ดูแลกำลังพล เช่น ทุนการศึกษาบุตร ดูแลสวัสดิการให้กับกำลังพลชั้นผู้น้อย

แจงรายได้แต่ละปีไม่ถึงพันล้าน

เสนาธิการทหารบกกล่าวว่า สวัสดิการของกองทัพบก แบ่งเป็น 2 อย่างคือ สวัสดิการภายในหน่วย และสวัสดิการเชิงธุรกิจ หากมีประชาชนใช้บริการเกินร้อยละ 50 จะเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจ มีบางธุรกิจที่ไม่ได้คืนรายได้ให้กองทัพบก เนื่องจากเป็นการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ เช่น ร้าน 7-11 ผู้ประกอบการไปเช่าพื้นที่กับกรมธนารักษ์โดยตรง กองทัพบกจะได้รับประโยชน์คือการลดราคาสินค้าให้กำลังพลร้อยละ 5 มีสวัสดิการเชิงธุรกิจ 40 กว่าแห่ง จะทำเรื่องเสนอไปยังอธิบดีกรมธนารักษ์พิจารณาเป็นกรณีไป เช่นสถานีบริการน้ำมัน ร้านค้า ตลาดนัด สโมสร สนามมวยลุมพินี (รามอินทรา) สนามกอล์ฟกองทัพบก สนามกอล์ฟล้านนา สนามกอล์ฟสวนสนฯ สนามม้า และสถานพักฟื้นกองทัพบก รายได้จากกิจการทั้งหมดแต่ละปีไม่ถึงพันล้านบาท เพราะดำเนินการในเชิงสวัสดิการภายใน แต่หากเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจเราต้องไปปรับปรุงพื้นที่ อีกทั้งเราไม่ใช่มืออาชีพ ทำให้รายได้ที่ได้ในปัจจุบันไม่ได้มากมาย

ที่ดินกองทัพบกที่ต้องดูแลร่วมล้านไร่

นายประสงค์กล่าวเสริมเรื่องสัดส่วนการแบ่งรายได้ว่า เป็นไปตามกฎหมายของกรมธนารักษ์ทุกประการ แต่ละธุรกิจมีการคิดสัดส่วนไม่เท่ากัน อีกทั้งต้องมองทำเล และมูลค่าที่ดินประกอบ ในส่วนของตลาดนัดภายในหน่วย ทางกองทัพบกและกรมธนารักษ์จะลงพื้นที่เพื่อพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ส่วนของปั๊มน้ำมันกองทัพบก ทางกรมธนารักษ์จะแบ่งสัดส่วนกลับคืนให้กองทัพบกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2.5-5 ขึ้นไป ที่ดินของกองทัพบกที่ต้องดูแลมีเกือบล้านไร่ รวมถึงพื้นที่ที่เกษตรกรหรือประชาชนเช่า ทางกรมธนารักษ์ก็ต้องเข้าไปดูแลควบคุมทั้งหมด กรมธนารักษ์จะได้ประโยชน์จากค่าเช่าพื้นที่จากร้อยละของรายได้ อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียม บางธุรกิจไม่มีเงินคืนให้กองทัพบก แต่ลดราคาสินค้าให้กำลังพล และถ้ามีเงินเหลือบางส่วนจะนำกลับเข้ามาเป็นสวัสดิการกลางของกองทัพบก ยังตอบไม่ได้ว่ากิจการเชิงธุรกิจของกองทัพบกได้กำไรกี่พันล้าน แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ ทำเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจอย่างแท้จริง โดยมีมืออาชีพเข้ามาดูแลก็จะเกิดความเข้าใจ ซึ่งต้องดูสัดส่วนค่าบริการให้อยู่ในจุดที่พอเหมาะเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

เหล่าทัพอื่นเดินตามรอย ทบ.

เมื่อถามว่า ที่ดินกองทัพบกมีการจ่ายให้กรมธนารักษ์อย่างไร นายประสงค์กล่าวว่า ถ้าเป็นที่ดินหลวงไม่มีการจ่ายให้กรมธนารักษ์ แต่ทางกองทัพบกขอให้ช่วยว่าในที่ที่มีประชาชนบุกรุก 7 แสนไร่ หากไปขับไล่ออกมาจะหาว่าทหารรังแกจึงให้กรมธนารักษ์ทำสัญญาเช่าครั้งละไม่เกิน 3 ปี เพื่อให้อยู่ในระบบและควบคุมไม่ให้มีการบุกรุก ทำให้มีรายได้เข้าแผ่นดินมากขึ้น มีความโปร่งใสมากขึ้น เนื่องจากทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ ขอชื่นชมกองทัพบกที่เดินหน้าในเรื่องนี้ และมีเหล่าทัพอื่นเริ่มติดต่อเข้ามาเพื่อทำเรื่องสวัสดิการเชิงธุรกิจให้เป็นระบบมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งนายกฯก็สนับสนุนเรื่องนี้

พท.เย้ย “บิ๊กแดง” เล่นปาหี่

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ประกาศเดินหน้าล้างบางธุรกิจสีเทาในกองทัพ เปิดศูนย์ร้องเรียนให้นายทหารชั้นผู้น้อย รวมถึงขีดเส้นให้นายทหารที่เกษียณราชการย้ายออกจากบ้านหลวงนั้น ไม่ต่างจากมวยล้มต้มคนดู แค่พูดเอามันเท่านั้น หากดูในข้อเท็จจริงจะพบว่า พล.อ.อภิรัชต์ไม่กล้าทำจริง ทั้งที่บ้านพักนายทหารเหล่านี้สร้างมาจากภาษีประชาชน ราคาหลังละหลายสิบล้านบาท ให้อยู่ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งรถประจำตำแหน่งเป็นของหลวง เอาเปรียบประชาชนทุกอย่าง กรณีประกาศล้างธุรกิจภายในกองทัพบกคงเป็นแค่ปาหี่เท่านั้น แม้ พล.อ.อภิรัชต์จะมีท่าทีขึงขังเอาจริงเอาจัง แต่คงไม่ต่างจากการตรวจสอบหลายครั้งที่ผ่านมา ที่สุดท้ายไม่มีบทสรุป สำหรับการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หรือให้แจ้งเบาะแสจะมีประโยชน์อะไรหากให้กองทัพตรวจสอบกันเอง พล.อ.อภิรัชต์กล้าหรือไม่ที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเป็นคนนอกกองทัพ ให้ภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ ไม่ใช่งุบงิบทำกันเอง

“บิ๊กตู่” โบ้ยถาม ผบ.ทบ.เปิดศูนย์ฯวันแรก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของกำลังพลทหารบกโดยตรงวันแรกว่า ขอให้ไปถาม ผบ.ทบ.ก่อน เรื่องยังไม่มาถึงตน ซึ่งคงไม่ต้องให้นโยบายอะไร และก็ไม่ต้องมาให้ตนดูอะไร เพราะเป็นเรื่องของการตรวจสอบ อะไรดีอยู่แล้วก็ทำต่อไป อะไรที่ไม่ดีก็แก้ไขเท่านั้นเอง ไม่ใช่อะไรก็เลวร้ายไปทั้งหมด สิ่งดีๆมันก็มี คนดีๆก็มีเยอะกว่าคนไม่ดี เพราะฉะนั้นคนไม่ดีต้องตัดออกไป ก็แก้ปัญหาทุกอย่าง พอแล้วเดี๋ยวก็โยงมาหาตนอีก

จังหวัดจ่ายเยียวยาเพิ่มศพละ 1 ล้าน

ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา สรุปยอดบริจาคผ่านบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเทอร์มินอล 21 โดยจังหวัดนครราชสีมาว่า มียอดเงินรวมทั้งหมด 82,869,229 บาท คณะกรรมการช่วยเหลือเยียวยาเหตุคนร้ายกราดยิง จ.นครราชสีมา มีมติเห็นชอบให้มอบเงินเยียวยากับครอบครัวผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกรายละ 1 ล้านบาท รวมเป็นรายละ 2 ล้านบาท ผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวในห้องไอซียู และพิการถาวรเพิ่มเป็นรายละ 2 ล้านบาท คาดว่ามี 4 ราย ต้องรอให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส และผู้บาดเจ็บรายอื่นๆ จะพิจารณามอบเงินเยียวยาเพิ่มเติมตามความเหมาะสม โดยจะมอบเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ขณะนี้ยังมีผู้ร่วมบริจาคอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมนวนคร นครราชสีมา บริจาค 1 แสนบาท

ส.ว.ร่วมบริจาคสมทบ 1 ล้านบาท

ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต ประธานกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม และกิจกรรมนันทนาการ วุฒิสภา กล่าวภายหลังนำคณะ ส.ว. นำเงิน 1,000,000 บาทมอบให้ ผวจ.นครราชสีมา เพื่อนำไปช่วยเหลือเหยื่อเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงโหดว่า ในการประชุมวิปวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธาน ได้หารือถึงเหตุกราดยิง โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าควรมอบเงินช่วยเหลือในนาม ส.ว. มาจากการร่วมสมทบทุนจากสมาชิก 250 คน มอบให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบเหตุการณ์

ตำรวจสอบพยานไปแล้ว 300 ปาก

ที่ศูนย์ประสานงานคดีกราดยิงใน จ.นครราชสีมา ชั้น 4 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช คณะพนักงานสอบสวนจาก บช.ภ.3 บก.ภ.จ.นครราชสีมา รวมทั้ง สภ.โพธิ์กลาง และ สภ.เมืองนครราชสีมา ท้องที่เกิดเหตุรวม 73 นาย เร่งสอบปากคำพยานในคดีอย่างต่อเนื่อง กระทั่งบ่าย พล.ต.ท.พูลศักดิ์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 และ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 เดินทางมาร่วมประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานไปประมาณ 300 ปาก ส่วนใหญ่เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ที่จ่าคลั่งยิงดะประชาชนรายทาง รวมทั้งผู้บาดเจ็บเล็กน้อยที่แพทย์อนุญาตให้กลับได้แล้ว โดย พล.ต.ต.อัคราเดชกล่าวเพียงสั้นๆว่า การสอบสวนอยู่ในขั้นตอนประมวลเหตุการณ์ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ที่วัดสำโรง หมู่ 3 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.อ.ศิริวัฒน์ แสงประสิทธิ์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4914 สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 จังหวัดนราธิวาส เหยื่อจ่าคลั่งกราดยิงที่นครราชสีมา มีญาติมิตร ข้าราชการทหาร และประชาชนไปร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก

อบรมแผนเผชิญเหตุแอ็กทีฟชู้ตเตอร์

ที่ค่ายนเรศวร กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ บช.ตชด. อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. เป็นประธานเปิดการ อบรมเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับครูฝึกในการศึกษาหลักสูตรแผนเผชิญเหตุ “แอ็กทีฟชู้ตเตอร์” จากทั่วประเทศ 84 คน เข้าร่วมรับการอบรม โดยมีเจ้าหน้าที่จาก เอฟ.บี.ไอ. สหรัฐอเมริกา ให้เกียรติมาเป็นครูฝึกสอนในหลักสูตรดังกล่าวด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุใช้ปืนกราดยิงประชาชน

เผยเหตุคนร้ายกราดยิงมาเร็วกว่าที่คิด

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนกราดยิงประชาชนชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่ จ.ลพบุรี เห็นว่าควรมีการฝึกอบรมให้ความรู้แก่ตำรวจเกี่ยวกับการเข้าระงับเหตุ เพื่อเพิ่มขีดศักยภาพความสามารถของเจ้าหน้าที่ ให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุขึ้นอีก ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน รวมถึงความปลอดภัยของกำลังพล เอง ก่อนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะอนุมัติโครงการฝึก ทั้งยังได้รับความอนุเคราะห์จากสถานทูตสหรัฐอเมริกา ส่งทีมครูฝึกจาก FBI มาสอน ถึงประเทศไทย ให้ นปพ.ภาคทั่วประเทศเพื่อไปถ่ายทอดต่อให้กับตำรวจในภาคของตัวเอง ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุลักษณะดังกล่าวขึ้นซ้ำอีกใน จ.นครราชสีมา ถือว่ามาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ทุกอย่างไม่มีคำว่าสาย เราทำทุกอย่าง เรียนรู้เพื่อนำไปใช้ปกป้องชีวิตพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ เมื่อเลือกที่จะเป็นตำรวจแล้วต้องพร้อมรับสถานการณ์เสมอ ฝึกไว้แล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าตอนจะใช้แล้วไม่ได้ฝึก

จี้ มท.วางมาตรการรับมือเหตุกราดยิง

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ตั้งกระทู้ถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ถึงมาตรการความพร้อมในการรับมือเหตุวิกฤติร้ายแรงในพื้นที่ต่างๆ ภายหลังเกิดเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมาว่า มีความพร้อมป้องกันภัยเหตุร้ายแรงรวมถึงมาตรการควบคุมอาวุธสงคราม พล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงว่าเหตุกราดยิงที่โคราชเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นบทเรียนที่ต้องมีมาตรการรองรับ ผวจ.ต้องกำหนดแนวทางป้องกันเหตุร้ายลักษณะนี้ เพื่อหยุดยั้งให้เร็วที่สุด เช่น อาจต้องให้ทหารมาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน หรือถ้าบานปลายกว่านั้นอาจต้องใช้กฎหมายความมั่นคงเข้ามา ส่วนการนำอาวุธสงครามมาใช้ก่อเหตุได้อย่างง่ายๆนั้น ปกติแล้วในกองร้อยจะแยกคลังอาวุธกับคลังกระสุนเก็บไว้คนละสถานที่ แต่ผู้ก่อเหตุเมื่อไปถึงก็ยิงเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าคลังอาวุธและคลังกระสุนเลย จากนั้นได้ขับรถหนีมาและยิงกราดไปตลอดทาง ไม่ใช่เรื่องการบันดาลโทสะ แต่เป็นเรื่องทางสภาวะจิตใจ ไม่อยากให้โทษทหารในเรื่องที่เกิดขึ้น

กระทุ้งจัดระเบียบสื่อไลฟ์สดเหตุวิกฤติ

ขณะที่ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ส.ว. ตั้งกระทู้ถามเรื่องมาตรการควบคุมสื่อมวลชนในการเสนอข่าวช่วงเหตุการณ์วิกฤติ โดยเฉพาะการไลฟ์สดเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงว่า ยอมรับว่าปัจจุบันการควบคุมจำกัดพื้นที่สื่อมีความยากลำบาก เหตุที่เกิดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา ถือเป็นครั้งแรกที่ทุกคนพยายามทำตัวเป็นสื่อ ขณะนี้สื่อแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.สื่อหลักที่ได้รับอนุญาตการนำเสนอข่าวจาก กสทช. 2.สื่อที่ไม่ได้ขออนุญาตจากใคร แค่มีคนติดตาม 100 คน ก็เรียกตัวเองว่าสื่อ นำเสนอข่าวผ่านทางโซเชียลมีเดีย ถือเป็นเรื่องอันตราย บางสื่อเสนอเนื้อหาภาพไม่เหมาะสมนั้น รัฐบาลพยายามประสานไปยังเฟซบุ๊ก เพื่อให้ช่วยบล็อกหรือลบเนื้อหา รูปที่ไม่เหมาะสม เฟซบุ๊กก็ให้ความร่วมมือด้วยดี แต่รัฐบาลไม่มีกฎหมายจะไปดำเนินการลบหรือบล็อกเนื้อหาเหล่านี้ด้วยตัวเอง เพราะเป็นการลิดรอนสิทธิประชาชน หลังจากนี้คงต้องไปหาวิธีจัดระเบียบสื่อและควบคุมสื่อโซเชียลมีเดียในช่วงเกิดเหตุวิกฤติให้มีความเหมาะสม อาจต้องพิจารณาหาสื่อหลักของรัฐเพียงแห่งเดียว ให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการนำเสนอข่าวช่วงเกิดเหตุการณ์วิกฤติ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กราดยิงโคราชข่าวหน้า1อภิรัชต์ คงสมพงษ์จักรพันธ์ ถมมาทหารยิงประชาชนเทอร์มินอลโคราชข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้