ข่าว
100 year

รุกอุทยานเขาแหลม 197 ไร่ แจ้งจับเจ้าสัวพันล้าน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ก.พ. 2563 05:05 น.
SHARE

‘มนตรี’ กับพวกรวม 6 คน ที่ดินแปลงงามริมเขื่อน ‘ปารีณา’ อ่วมโดน 4 ข้อหา

กอ.รมน.สนธิกำลังกรมอุทยานฯ บุกตรวจยึดที่ดินวิวสวยเกือบ 200 ไร่ ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แจ้งจับเจ้าสัวพันล้าน “มนตรี มังกรกนก” นายกสมาคมตระกูลลิ้ม แห่งประเทศไทย พร้อมพวกรวม 6 คน ให้ตัวแทนไปนำชี้ตรวจสอบรังวัดแปลงที่ดินตามมติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย.41 ของคนอื่นเปลี่ยนชื่อมาเป็นของตัวเอง แต่คณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ฯ ไม่รับรองเพราะผิดหลักเกณฑ์ ส่วนผลตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.เขาสนฟาร์ม 682 ไร่ ของ “ส.ส. ปารีณา” พบบุกรุกพื้นที่ป่า 666 ไร่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้แจ้งความ บก.ปทส. ดำเนินคดี 4 ข้อหา ทั้ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ กฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม

ปฏิบัติการบุกยึดที่ดินเจ้าสัวพันล้านกับพวกบุกรุกครอบครองพื้นที่อุทยานฯ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.พ. พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานฯ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม นายสมชาย ฉิมแย้ม เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) ร่วมบูรณาการสนธิกำลังลงพื้นที่ปราบปรามการกระทำผิดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม บ้านลิเจีย หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พบการบุกรุกครอบครองพื้นที่ป่าอุทยานฯ เขาแหลมโดยผิดกฎหมายเกือบ 200 ไร่ เป็นที่ดินวิวสวยมีทัศนียภาพงดงามอยู่ริมขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ จึงตรวจยึดและปักป้ายประกาศอุทยานฯ เขาแหลมห้ามบุคคลบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ตรวจยึด

นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานฯ เขาแหลมเผยว่า การตรวจยึดพื้นที่บุกรุกครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายมนตรี มังกรกนก นายกสมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทย กรรมการบริษัท เอเชียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท วงศ์ช่าง จำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 1 พันล้านบาท กับพวกรวม 6 คน ประกอบด้วยนางปัญจรัตน์ มังกรกนก น.ส.ศิริกุล มังกรกนก น.ส.ศิริวรรณ มังกรกนก-นายภูริพงศ์ มังกรกนก มีนายไพรัชญ์ ปัญจรันต์-มนตรี เป็นตัวการ ได้ให้นายศักดิ์ชัย บัณติอินทร์ และนายวันชัย นวลขำดีแท้ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ จ.กาญจนบุรี เป็นตัวแทนไปนำชี้ตรวจสอบรังวัดแปลงที่ดินตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.41 ในเขตอุทยานฯ เขาแหลม ของคนอื่น แล้วครอบครองเปลี่ยนชื่อมา เป็นของนายมนตรีกับพวก และแอบนำรายชื่อดังกล่าวเข้าคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดินของราษฎรในพื้นที่อนุรักษ์ จ.กาญจนบุรี แต่คณะกรรมการฯมีมติไม่รับรอง

เนื่องจากที่ดินตามมติ ครม.มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ให้ช่วยเหลือราษฎรเดิม ผ่อนปรนให้อยู่อาศัยและทำกินอยู่ในที่เดิม ก่อนหรือหลังประกาศเขตสงวนหวงห้ามครั้งแรก และต้องทำประโยชน์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันด้วย บุคคลภายนอกที่มีการซื้อ ขาย เปลี่ยนมือ หรือโอนสิทธิ์มาจากราษฎรเดิม ไม่ได้รับประโยชน์หรือไม่มีสิทธิ์ได้รับการผ่อนปรนในที่ดินตามมติ ครม.ดังกล่าว และการซื้อ ขาย เปลี่ยนมือ หรือโอนสิทธิ์ในที่ดินตามมติ ครม.นั้น ทำให้เกิดการบุกรุกป่าเพื่อหาที่ดินทำกินเพิ่มเติมจากการขายไปหรือโอนไป เกิดวัฏจักรการบุกรุกป่าไม่มีสิ้นสุด เป็นการกระทบกระเทือนต่อการรักษาป่าและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลักเกณฑ์ด้านป้องกันทรัพยากรป่าไม้หรืออื่นๆ ตามมติ ครม. บัญญัติไว้ว่าการกระทำใดๆ ที่เป็นการกระทบกระเทือนต่อการรักษาป่าหรือสิ่งแวดล้อมให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด

หัวหน้าอุทยานฯ เขาแหลมเผยต่อไปว่า หลังจากคณะเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานจนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ววันนี้จึงเดินทางมาตรวจยึดแปลงที่ดินดังกล่าว ไม่พบผู้ใดอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงตรวจยึดรังวัดที่ดินทั้ง 6 แปลงประกอบด้วย 1.นายมนตรี มังกรกนก ตรวจยึดรังวัดแปลงที่ดินได้ 45 ไร่ 31 ตารางวา 2.นางปัญจรัตน์ มังกรกนก ตรวจยึดรังวัดแปลงที่ดินได้ 47 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา 3.น.ส.ศิริกุล มังกรกนก ตรวจยึดรังวัดแปลงที่ดินได้ 26 ไร่ 2 งาน 91 ตารางวา 4.น.ส.ศิริวรรณ มังกรกนก ตรวจยึดรังวัดแปลงที่ดินได้ 46 ไร่ 96 ตารางวา 5.นายไพรัชญ์ ปัญจรันต์มนตรี ตรวจยึดรังวัดแปลงที่ดินได้ 25 ไร่ 2 งาน 75 ตารางวา และ 6.นายภูมิพงษ์ มังกรกนก ตรวจยึดรังวัดแปลงที่ดินได้ 5 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา รวมพื้นที่ตรวจยึดทั้งหมด 197 ไร่ 1 งาน 75 ตารางวา

หลังดำเนินการตรวจยึดพื้นที่ คณะเจ้าหน้าที่ได้บันทึกเรื่องนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เพื่อสืบสวนสอบสวนติดตามตัวนายมนตรี มังกร–กนก กับพวกรวม 6 คน รวมทั้งนายศักดิ์ชัย และนายวันชัย ผู้สนับสนุนมาดำเนินคดีตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (1) ฐานยึดถือครอบครองที่ดินในอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 4 แสนถึง 2 ล้านบาท และคณะเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตามมาตรา 35 (1) กฎหมายอุทยานแห่งชาติ 2562 ติดป้ายประกาศห้ามนายมนตรี มังกรกนก กับพวกหรือบุคคลใดกระทำการใดๆในที่ดินแปลงดังกล่าวจนกว่าคดีถึงที่สุด หากฝ่าฝืนประกาศต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาทหรือทั้งจำและปรับ และค่าปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาทจนกว่าจะยุติการกระทำนั้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์สอบถามนายมนตรี เพื่อขอคำชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยได้ติดต่อไปที่สมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทย ที่มีชื่อนายมนตรีเป็นนายกสมาคม ได้รับแจ้งจากคนใกล้ชิดว่า นายมนตรียังไม่สะดวกที่จะพูดคุยหรือชี้แจงในเวลานี้

ด้านความคืบหน้าการตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่พื้นที่ฟาร์มเลี้ยงไก่ “เขาสนฟาร์ม” หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกาสรุปความเห็นว่ามีสถานะเป็นพื้นที่ป่าไม้ คณะเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ร่วมกับตำรวจ บก.ปทส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจวัดพิกัดหาเนื้อที่ให้แน่ชัดก่อนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ทั้งคดีอาญาและฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายด้วยนั้น

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษา ป่าและควบคุมไฟป่า ในฐานะที่ปรึกษาชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เผยว่า ขณะนี้ได้ตรวจวัดพิกัดที่ดิน ส.ป.ก.ที่ น.ส.ปารีณา ครอบครองอยู่ 682 ไร่ เสร็จแล้ว พบว่ามีการบุกรุกป่า 666 ไร่ น้อยกว่าข้อมูลของ ส.ป.ก. 16 ไร่ ในพื้นที่มีโรงเลี้ยงไก่ 58 โรง มีบ้านพักคนงาน เป็นต้น ได้มอบให้นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า และหัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ไปแจ้งความต่อกองบังคับการปราบ ปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ทั้งหมด 4 ข้อหา

ประกอบด้วย 1.กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ตรี 2.กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 “ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษตามมาตรา 31 3.กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน “เข้าไปยึดถือครอบครองก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และ 4.พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 การกระทำหรือละเว้นกระทำด้วยประการใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ มีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหายหรือเสียหายไป ทั้งนี้ เป็นการดำเนินคดีต่อเนื่องจากที่กรมป่าไม้เคยแจ้งความ น.ส.ปารีณา บุกรุกป่าไว้ก่อนหน้านี้จำนวนกว่า 46 ไร่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บุกรุกอุทยานอุทยานเขาแหลมสังขละบุรีกาญจนบุรีเขื่อนวชิราลงกรณข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้