ข่าว
100 year

ส่งเด็กตัดขายอวัยวะ อุ้มบุญข้ามชาติ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ก.พ. 2563 05:22 น.
SHARE

จ้างสาวไทยท้อง แล้วเอาตัวไปจีน บุกทลายจับ 9 คน ทำมานับ 100 ราย

ปคม.-ร่วมคอมมานโด 904 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบุกทลายเครือข่ายขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ ค้นเป้าหมาย 10 จุด รวบ 2 ผัวเมียชาวจีนและคนไทยร่วมแก๊ง 9 คน ยึดทรัพย์ร่วม 100 ล้านบาท สุดอึ้ง 1 ในบ้านเป้าหมายที่ตรวจค้นย่านนาคนิวาส พบทารกวัยแบเบาะ 2 คน และหญิงไทยที่รับจ้างตั้งท้องอีก 7 คน ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาแต่คัดแยกออกมาในฐานะเหยื่อ แฉพฤติกรรมอุบาทว์ กลุ่มนายหน้าชาวจีนรับออเดอร์จากเศรษฐีชาวจีนที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะภายใน ด้วยการชักชวนสาวไทยให้ตั้งท้องแทนในราคา 4-5 แสนบาท ต่อการคลอดลูก 1 คน แต่ถ้าได้ฝาแฝดค่าจ้างจะสูงถึง 6 แสนบาท หากตกลงกันได้จะพาไปฉีดสเปิร์มที่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเลี่ยงกฎหมาย เมื่อตั้งท้องแล้วจะพากลับมาประคบประหงมในไทย ก่อนจะพาไปคลอดที่จีน

ตำรวจทลายแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ก.พ. ที่กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 (บก.ตร.มหด.รอ.904) โชคชัย 4 พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ตร.มหด. รอ.904 พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.2 บก.ปคม. พ.ต.อ.อัครเดช เกตุเอี่ยม ผกก.4 บก.ปคม. พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ต.พัฒน์ชพล มีนวลสิน สว.กก.2 บก.ปคม. ร่วมกับ พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.บก.น.5 และ พ.ต.ท.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ สว.กก.สส.บก.น.5 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ หลังปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 10 จุด เมื่อเช้ามืดวันเดียวกัน ใน กทม. ปทุมธานี และสุโขทัย เป้าหมายส่วนใหญ่อยู่ย่านถนนนาคนิวาส เขตลาดพร้าว

จากการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาสำคัญ ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 16 ม.ค.63 ได้ทั้งหมด 9 รายจาก 10 หมายจับ มีทั้งชาวจีนและไทย ประกอบด้วย 1.นายเจ้า หลาน อายุ 37 ปี ชาวจีน 2.นางซูยิงถิง อายุ 48 ปี ชาวจีน ภรรยานายเจ้า หลาน 3.นางวิลาสินี ซู อายุ 50 ปี ชาวจีน 4.น.ส.หล้า ขันติโย อายุ 43 ปี 5.นายนิคม สิมารัตน์ อายุ 48 ปี 6.นายธรรมนูญ หรือต๋อง ปัญจสังคม อายุ 40 ปี 7.น.ส.ศิญาพร หรือแขก สวัสดิ์พันธ์ อายุ 30 ปี 8.น.ส.วิยะดา หรือหนิง เชื้อจันทร์ อายุ 35 ปี และ 9.นางสายบัว แจ่มมี อายุ 44 ปี ส่วนผู้ต้องหารายที่ 10 หลบหนีอยู่ต่างประเทศ ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน เพื่อประโยชน์ทางการค้า และห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือไขข่าวให้แพร่หลายด้วยประการใดๆเกี่ยวกับการตั้งครรภ์แทนว่ามีหญิงที่ประสงค์จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลที่ประสงค์จะให้หญิงอื่น เป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะได้กระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือไม่ก็ตาม

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุขได้ร้องทุกข์ตำรวจ บก.ปคม. เกี่ยวกับการรับจ้างตั้งครรภ์ แทนโดยผิดกฎหมาย เป็นเครือข่ายขบวนการขนาดใหญ่ กระทำผิดในลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิด โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ 2558 ตำรวจ ปคม.สืบสวนจนทราบว่า กลุ่มนายทุนชาวจีนเป็นหัวหน้าขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ ว่าจ้างกลุ่มนายหน้าที่เป็นคนไทยติดต่อแนะนำชักชวนให้หญิงไทยมารับจ้างตั้งครรภ์แทน ได้ค่าจ้าง 300,000-450,000 บาท ต่อการตั้งครรภ์แทน 1 ครั้ง หากตกลง กลุ่มนายหน้าจะแบ่งหน้าที่กัน โดยพาไปปลูกฝังตัวอ่อน ที่คลินิกแห่งหนึ่งในประเทศลาวและกัมพูชา จากนั้น จะพามาฝากครรภ์และคลอดบุตรที่โรงพยาบาลในประเทศไทย บางครั้งกลุ่มนายหน้าจะพาหญิงไทย

ที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนไปคลอดบุตรที่ประเทศจีน โดยจะดำเนินการเรื่องเอกสารการคลอดบุตร ตลอดจน ค่าใช้จ่ายทั้งหมด จากนั้นจะพาเด็กที่เกิดจากการรับจ้างอุ้มบุญไปส่งให้บุคคลที่อ้างว่าเป็นพ่อที่ประเทศจีน เมื่อตรวจสอบข้อมูลเดินทางของเด็กที่ถูกนำไปส่งที่ประเทศจีน ไม่พบข้อมูลการกลับเข้าประเทศไทยอีก เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้ว หญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนจึงจะได้รับค่าตอบแทน

รอง ผบช.ก.กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดเปิดบริษัทบังหน้าเพื่อปกปิดการกระทำความผิดตั้งแต่ปี 2555 พบข้อมูลหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนจำนวนมากอยู่ตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 100 ราย ในวันนี้ได้นำหญิงที่รับจ้างอุ้มบุญใน จ.ปทุมธานี มาสอบสวนขยายผล 8 ราย พบเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน ที่แจ้งเกิดและแจ้งรายชื่อเป็นผู้อาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านผู้ต้องหา 15 ราย สำหรับเด็กที่คลอดมาแล้ว พบว่าถูกพาออกไปแล้ว คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 50 ราย ตามพยานหลักฐานดังกล่าว ศาลอาญาได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไว้แล้ว 10 คน นอกจากจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย ยังตรวจยึดทรัพย์สินที่มาจากการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำผิด และอายัดไว้ มีรถยนต์ 16 รายการ มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท บ้านพักและบริษัทของผู้ต้องหา ย่านลาดพร้าว 2 หลัง มูลค่า 20 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีทรัพย์สินอื่นๆที่ตรวจสอบได้และยึดไว้อีกกว่า 100 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์กล่าวว่า ได้เชิญหญิงไทยที่เป็นแม่อุ้มบุญมาสอบปากคำ 15 ราย สามารถช่วยเหลือเด็กที่เกิดจากแม่อุ้มบุญได้ 2 คน เป็นเด็กอายุ 4 เดือน และเด็กอายุ 22 วัน ขยายผลทราบว่าหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์ ขณะนี้พบแล้ว 22 ราย จากนี้จะขยายผลจับกุมเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนายหน้าชักชวนว่าจ้างให้หญิงมาตั้งครรภ์ หรือแพทย์ และบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง พบว่ากระจายหลายกลุ่มอยู่ในหลายจังหวัด และจะดำเนินคดีกับผู้ที่โฆษณาชักชวนให้หญิงมารับจ้างอุ้มบุญ โดยเฉพาะการ โฆษณาในเฟซบุ๊กในความผิดตามมาตรา 28 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กซึ่งเกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีฯ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ผบก.ปคม.กล่าวต่อว่า ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะหญิงไทยอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้ทำงานแบบผิดกฎหมายโดยการรับจ้างอุ้มบุญ เป็นความผิดที่มีโทษร้ายแรง อัตราโทษสูง ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับหน่วยงานในประเทศจีน เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญได้ออกไปเพื่อประโยชน์ด้านใด หากพบว่ามีการนำไปดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ เช่นการนำไปตัดอวัยวะบางส่วนเพื่อรักษาผู้ว่าจ้างอุ้มบุญ จะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหาต่อไป อยากประชาสัมพันธ์ให้หญิงไทยที่เคยรับจ้างอุ้มบุญมาแล้วเข้าให้ข้อมูลกับ บก.ปคม. หากให้การเป็นประโยชน์ สามารถดำเนินคดีกับผู้ว่าจ้างคนสำคัญได้ จะกันไว้เป็นพยาน ไม่ต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดี ติดต่อได้ที่สายด่วนของ บก.ปคม. โทร.1191 หรือ เฟซบุ๊กเพจของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ Facebook.com/ATPDPOLICE

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่สำคัญในการตรวจค้นอยู่ที่บ้านเลขที่ 15 ซอยนาคนิวาส 37 แยก 2-3 ถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว มีนางวิลาสินี ซู อายุ 50 ปี ชาวจีน 1 ในผู้ต้องหาเป็นเจ้าของ พบเด็กทารก 2 คน คนแรกอายุ 4 เดือน เป็นเพศหญิง คนที่ 2 อายุ 22 วัน เป็นเพศชาย และยังพบผู้หญิงรับจ้างตั้งครรภ์ 7 คน ในส่วนของเด็กทารกที่พบขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ พม.รับไปดูแล ส่วนหญิงไทยที่พบอยู่ในบ้านทั้ง 7 คน บางรายเพิ่งไปฉีดสเปิร์มมาจากประเทศลาว บางรายตั้งท้องตั้งแต่ 2 เดือนถึง 8 เดือน โดยผู้หญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์ ยังมีฐานะเป็นเหยื่อ หลังจากนี้จะสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

มีรายงานอีกด้วยว่า สำหรับพฤติกรรมของแก๊งอุบาทว์นี้ มีตั้งแต่ปี 2555 จะมีนายหน้าชาวจีนที่ได้รับออเดอร์จากประเทศจีนที่ต้องการอวัยวะมาเปลี่ยนถ่ายให้กับผู้ป่วยชาวจีนที่มีกำลังทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นตับ ไต หรืออวัยวะภายในอื่นๆ จากนั้นกลุ่มนายหน้าชาวจีน จะเข้าประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวติดต่อนายหน้าคนไทยให้หาผู้หญิงไทยมาเป็นแม่อุ้มบุญ ได้ค่าจ้าง 4-5 แสนบาท ต่อการคลอดบุตร 1 คน แต่ถ้าเป็นเด็กแฝดจะได้ถึง 6 แสนบาท หลังจากที่ได้หญิงไทยแล้ว จะนำมาตรวจความแข็งแรงของร่างกายในโรงพยาบาลในประเทศไทย หลังจากตรวจเรียบร้อยแล้วจะส่งไปฉีดสเปิร์ม ที่คลินิกในประเทศลาว ก่อนจะนำตัวมาเลี้ยงดูในบ้านที่กลุ่มชาวจีนเช่าไว้

รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังใกล้กำหนดคลอดจะพาไปคลอดที่ประเทศจีน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงเดินทางกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง สำหรับเหตุที่กลุ่มนายหน้าชาวจีนที่เลือกประเทศไทยนั้น เพราะช่วงปี 2555 กฎหมายอุ้มบุญยังไม่ออก เป็นทางเลือกของกลุ่มผู้ต้องหา จนถึงปัจจุบันกลุ่มชาวจีนยังคงมีฐานนายหน้าคนไทยที่ยังติดต่อกันอยู่ ได้เลือกสาวไทยเป็นส่วนใหญ่ หลังจากนี้กลุ่มผู้ต้องหายังมีแนวความคิดที่จะไปหาหญิงสาวจากประเทศ กัมพูชา ลาวอีกด้วย เนื่องจากกฎหมายไทยเริ่มเข้มงวด นอกจากนี้ เด็กทารกที่พบในบ้านที่ตรวจค้น ยังอยู่ในความดูแลของผู้ต้องหากลุ่มนี้ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ทำให้การส่งเด็กไปประเทศจีนเป็นเรื่องยาก ได้เก็บเด็กไว้ที่ประเทศไทยก่อนเพื่อรอการส่งตัว บางกรณียังได้ให้หญิงสาวที่อุ้มบุญจนคลอดลูกเลี้ยงเด็กไปจนถึงอายุ 6-7 ขวบ ก่อนจะส่งไปยังประเทศจีน จากการสืบสวนพบว่าแก๊งอุ้มบุญที่เกิดในประเทศไทยมีหลายแก๊ง ขณะนี้กำลังขยายผลสืบสวนหากลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุ้มบุญอุ้มบุญข้ามชาตินาคนิวาสจ้างตั้งครรภ์จ้างท้องข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้