"กองทัพบก" ออกแถลงการณ์ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ยัน ทบ.จะสอบสวนหาสาเหตุครั้งนี้ ขณะที่ "นายกฯ" และ "บิ๊กป้อม" ลงพื้นที่เดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวผู้เสียชีวิต

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. เผยว่า จากเหตุการณ์กรณี จ่าสิบเอก จักรพันธ์ ถมมา สังกัด กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ได้นำอาวุธไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนในที่สาธารณะในจังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายนั้น

"กองทัพบกขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทุกท่าน"

รองโฆษก ทบ. เผยต่อว่า ทันทีที่เกิดเหตุ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 เข้าควบคุมสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนทุกคนเป็นสำคัญ รวมทั้งได้เดินทางไปร่วมแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ โดยขณะนี้กองทัพบกได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติการยุติสถานการณ์โดยได้เข้าปิดล้อมจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งได้กระทำการอุกอาจ เป็นภัยอย่างยิ่งต่อบุคคลอื่น อีกทั้งยังได้ใช้อาวุธปืนยิงทหารรักษาการณ์จนเสียชีวิต และบุกเข้าไปนำปืนและกระสุนของทางราชการไปทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และประชาชน อันถือเป็นการกระทำความผิดที่ร้ายแรงและไม่สามารถยอมรับได้

การก่อเหตุที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้สั่งการให้ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด โดยมีบัญชาให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เดินทางไปกำกับดูแลในพื้นที่ด้วย

กองทัพบกกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ การควบคุมพื้นที่ทั้งในและนอกอาคาร โดยมีความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกับสอบสวนหาสาเหตุของการกระทำการครั้งนี้ และขอยืนยันว่าจะดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด


ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.และรมว.กลาโหม อยู่ระหว่างเดินทางด้วยอากาศยานไปโคราช เพื่อรุดเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิง พร้อมทั้งรับทราบสรุปสถานการณ์และเยี่ยมให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ อยู่ระหว่างเดินทางไปสมทบด้วยรถยนต์ในภารกิจเดียวกัน.