ตำรวจบุกรวบ “ทนายตั้ม” คาสำนักงานทนายความใน จ.สมุทรสาคร หลังตำรวจยศ “ส.ต.ต.” สน.ศาลาแดง แจ้งความร้องทุกข์เมื่อเดือน พ.ค.62 ว่า ถูกนำเอกสารบัตรตำรวจไปปลอมลายเซ็น ยื่นศาลเพื่อลดโทษความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด มาตรา 100/2 ให้อดีตดาราสาว “เอมี่-อาเมเรีย จาคอป” จนศาลยกฟ้องคดีจำหน่ายยาเสพติด ลงโทษเพียงคดีเสพ ผกก.สน.มีนบุรีแจง ศาลมีนบุรีอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 4 คน นอกจากทนายตั้ม ยังมีทนายอาคม แฟน และน้องชายของเอมี่ด้วย
ตำรวจบุกจับทนายชื่อดังคาออฟฟิศรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ก.พ. พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.บก.น.3 พร้อมกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.น.3 และชุดสืบสวน สน.มีนบุรี นำหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ จ 90/2563 ลงวันที่ 3 ก.พ.2563 ข้อหาร่วมกันนำสืบ แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และเบิกความเท็จต่อศาลมีนบุรี คดีอดีตดาราสาว เอมี่-อาเมเรีย จาคอป โดยใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดมาตรา 100/2 อันเป็นเท็จ จับกุมนายษิทรา เบี้ย–บังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายความประชาชน ที่สำนักงานกฎหมายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขที่ 67/4 หมู่ 3 ถนนเศรษฐกิจ ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ควบคุมตัวขึ้นรถเดินทางมายัง สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีทันที
ทั้งนี้ สืบเนื่องเมื่อเดือน พ.ค.2562 มีตำรวจชั้นประทวนยศ ส.ต.ต.(ผบ.หมู่) สน.ศาลาแดง นายหนึ่ง เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรีว่า ถูกนำเอกสารบัตรข้าราชการตำรวจไปปลอมแปลงลายเซ็น เพื่อใช้ยื่นต่อศาลเพื่อลดโทษความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดมาตรา 100/2 หลังจากนั้นตำรวจสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเรื่อยมา จนศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับนายษิทรา ตามมาตรา 180 ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อเย็นวันที่ 3 ก.พ.2563
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเอกสารข้าราชการตำรวจที่ถูกปลอมแปลง นำไปใช้เป็นประโยชน์ยื่นต่อศาลเพื่อให้พิจารณาลดโทษผู้ต้องหาคดียาเสพติดในคดีอดีตดาราสาว เอมี่-อามาเรีย จาคอป ระบุในเอกสารว่า ผู้ต้องหาคดียาเสพติดให้การเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายอื่น ซึ่งตำรวจผู้เสียหายที่แจ้งดำเนินคดีครั้งนี้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้เซ็นรับรองเอกสารที่ใช้ยื่นขอลดโทษให้เอมี่-อาเมเรีย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดมาตรา 100/2
สำหรับคดีดังกล่าว ศาลจังหวัดมีนบุรีพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ส.ค.61 มีคำสั่งยกฟ้อง เอมี่-อาเมเรีย ข้อหาครอบครองยาไอซ์ 70 กรัม เพื่อจำหน่าย แต่ยังคงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ แฟนหนุ่ม ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 2,500,000 บาท แต่จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 25 ปี 4 เดือน 15 วันปรับ 750,000 บาท
ต่อมาเวลา 19.30 น. ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.3 คุมตัวทนายตั้ม มาถึง สน.มีนบุรี หลังจากนั้นคุมตัวเข้าไปบันทึกจับกุมภายในห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน และแจ้งข้อหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดี โดยมีเพื่อนทนายความ เช่น นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เพจสายตรงกฎหมาย เดินทางมาให้กำลังใจ
พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี เผยว่า ทนายตั้มเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีที่ จ 90/2563 ลงวันที่ 3 ก.พ.2563 ข้อหาร่วมกันใช้หรืออ้างเอกสารปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 3 คน ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ จ 91-93/2563 ลงวันที่ 3 ก.พ.2563 นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ แฟนของเอมี่-เอมาเรีย นายทอมมี่ จาคอป น้องชายเอมี่ และนายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ ข้อหานำสืบพยานเท็จ แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ นายอาคมเข้ามอบตัวแล้ว นายปุณยวัจน์อยู่ในเรือนจำ ส่วนนายทอมมี่อยู่ระหว่างติดตามตัว
ด้านนายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความ และกรรมการบริหารภาค 6 ให้ข้อมูลทางวิชาการว่า หากทนายความถูกดำเนินคดีอาญา แต่ว่ายังไม่มีผลการตัดสินคดีจากศาลถึงที่สุด และศาลอนุญาตให้ประกันตัว ทนายคนดังกล่าวสามารถทำงานต่อได้ ไม่มีผลกระทบต่อคดีที่กำลังดูแลอยู่ ส่วนการดูแลทนายของสภาทนายความจะตั้งคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดว่า การกระทำของทนายดังกล่าวผิดมรรยาทหรือไม่ เมื่อมีผลชี้ขาดแล้วว่า ลงโทษหนักที่สุดคือ ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ ห้ามว่าความคดีต่อ ปกติสภาทนายความให้การช่วยเหลือทนายต่อสู้คดีอยู่แล้ว แต่ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นหลัก