ฟ้องซ้ำ "เอมี่ อาเมเรีย" ได้หรือไม่ หลังทนายตั้ม ถูกจับสร้างหลักฐานเท็จ

ข่าว

ฟ้องซ้ำ "เอมี่ อาเมเรีย" ได้หรือไม่ หลังทนายตั้ม ถูกจับสร้างหลักฐานเท็จ

ไทยรัฐออนไลน์

4 ก.พ. 2563 20:29 น.

จากกรณีตำรวจชุดสืบสวนนครบาล 3 นำหมายจับของศาลอาญามีนบุรี เข้าจับกุมนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม คาสำนักงานกฎหมาย ในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ในข้อหาร่วมกันนำสืบ แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และเบิกความเท็จต่อศาลมีนบุรีในคดี "เอมี่ อาเมเรีย จาคอป" 

สำหรับคดี "เอมี่ อาเมเรีย จาคอป" อดีตนางเอกละครธิดาวานร และอดีตมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2006 ถูกจับข้อหาเสพยาเสพติดและร่วมกันมียาไอซ์และยาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับแฟนหนุ่ม ซึ่งเพิ่งคบกันได้ 3 เดือน เมื่อปี 2560 และเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2561 ศาลพิจารณาว่าเอมี่ มีความผิดจริงในข้อหาเสพยาเสพติด พิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท และเจ้าตัวรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือจำคุก 3 เดือน ปรับ 5 พันบาท โดยให้รอลงอาญา 2 ปี และทุกๆ 3 เดือน ภายใน 1 ปี ต้องมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และตรวจสารเสพติดทุกครั้ง รวมทั้งให้ร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง ริบของกลาง ส่วนคดีการมียาไอซ์และยาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่พบหลักฐานเชื่อมโยง จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง

ส่วนแฟนหนุ่มของเอมี่ ศาลพิพากษาว่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานมีเมทแอมเฟตามีนนำไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้จำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1,000,000 บาท ฐานเสพแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง เนื่องจากเคยต้องโทษฐานกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่มากระทำผิดซ้ำในเวลา 5 ปี คงจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1,500,000 บาท ฐานเสพยาเสพติด จำคุก 9 เดือน

เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปีกว่า กระทั่ง "ทนายตั้ม" ซึ่งเป็นผู้ว่าความให้ "เอมี่" ถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันนำสืบ แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และเบิกความเท็จต่อศาล จนทำให้ "เอมี่" หลุดข้อหาค้ายาเสพติด แม้ ทนายตั้ม" หรือใครสร้างหลักฐานเท็จในคดีนี้หรือไม่ ต้องมีการพิสูจน์หลักฐานต่อไป ขณะที่วงการทนายความระบุว่า ปกติการทำงานของทนายความ มีหน้าที่รวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดมาจากลูกความและให้คำปรึกษาด้านคดี ไม่มีหน้าที่ในการสร้างพยานหลักฐาน หากถูกกล่าวหามีส่วนร่วมสร้างพยานหลักฐาน หรือรู้แล้วว่าหลักฐานเท็จก็ยังนำเสนอต่อศาล ต้องพิสูจน์ว่าตกลงข้อมูลเบื้องต้นตามที่พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานที่ได้มาฟังได้หรือไม่ในการทำผิด

สมมติว่าปรากฏหลักฐานมีการกระทำผิดจริง จึงเกิดคำถามตามมากรณีคดี "เอมี่" จะเป็นอย่างไร? จะถูกดำเนินคดีอีกหรือไม่ ซึ่งไม่น่าได้ เพราะตามกฎหมายแล้วการจะฟ้องใหม่ในความผิดอันเดียวกันอีกไม่ได้ หรือเรียกว่าฟ้องซ้ำนั้นไม่ได้ เนื่องจากคดีถึงที่สุดแล้วไม่น่ามีผล

ทั้งนี้การฟ้องซ้ำ กฎหมายได้บัญญัติห้ามไว้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ในส่วนคดีอาญานั้นในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ระบุว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง โดยบุคคลจะต้องไม่ถูกลงโทษสองครั้งสำหรับความผิดอันเดียวกัน เมื่อผู้ต้องหาถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล และศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง โดยพิพากษายกฟ้อง หรือพิพากษาลงโทษจำเลยก็ตาม.

อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    “จิน-หนิง” ควง ทนายตั้ม แจ้งความกลับ "แซน วิศาพัช" หมิ่นประมาท
    05:16

    “จิน-หนิง” ควง ทนายตั้ม แจ้งความกลับ "แซน วิศาพัช" หมิ่นประมาท

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2565 เวลา 15:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์