ข่าว
100 year

สธ.เผยผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยคงที่ 19 ราย นอน รพ.12 ราย กลับบ้าน 7 คน

ไทยรัฐออนไลน์1 ก.พ. 2563 13:49 น.
SHARE

กระทรวงสาธารณสุข รายงาน ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา ขณะนี้ นอนในโรงพยาบาล 12 ราย กลับบ้านแล้ว 7 ราย รวมสะสม 19 ราย โดยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 344 คน กลับบ้านได้ 70 ราย รอผลตรวจอีก 274 ราย

เมื่อวันที่ 12.00 น. วันที่ 1 ก.พ.63 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศไทย ที่ยืนยันติดเชื้อ ขณะนี้นอนในโรงพยาบาล 12 ราย กลับบ้านแล้ว 7 ราย รวมสะสม 19 ราย มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 344 ราย คัดกรองจากสนามบิน 39 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 305 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 70 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 274 ราย โดยในวันที่ 31 มกราคม 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่จำนวน 64 ราย

ทั้งนี้ ประเทศไทยยังเข้มระบบคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศจีนใน 6 สนามบินนานาชาติ ได้แก่ ท่าอากาศยานเชียงราย ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หากพบผู้เดินทางเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค จะนำเข้าสู่ระบบเฝ้าระวัง ติดตาม


รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวด้วยว่า ขอแนะนำคนไทยปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันตัวเองและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม ขอเชิญชวนประชาชนพกหน้ากากอนามัยจากผ้าไว้ติดตัวเพื่อป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเดินหายใจ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ หากมีไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที

สำหรับการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งเชื้อโรค ให้พับหน้ากากอนามัยแล้วม้วนใส่ถุงที่ปิดสนิทแล้วทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิด ล้างมือทุกครั้งหลังทิ้งหน้ากากอนามัย หากเป็นหน้ากากผ้าควรมีสำรองอย่างน้อย 2 ผืน เมื่อใช้แล้วต้องซักทำความสะอาด ตากแดดให้แห้งเพื่อฆ่าเชื้อทุกครั้ง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรน่า 2019ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โคโรน่าไวรัสไวรัสอู่ฮั่นกระทรวงสาธารณสุขไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้